รู้จัก “ถังหูลู่” ผลไม้เคลือบน้ำตาล ขนมหวานทานเล่นยอดฮิตจากประเทศจีน

ถังหูลู่ - tanghulu cover - ภาพที่ 1

สำหรับคนที่เป็นคอซีรีส์จีน หรือชอบอ่านนิยายจีนโบราณ น่าจะต้องเคยผ่านหูผ่านตากับชื่อ “ถังหูลู่” ชื่อเมนูขนมหวานทานเล่นที่ทำมาจากผลไม้ โดยเป็นการนำผลไม้มาเสียบไม้คล้ายกับลูกชิ้น แล้วนำไปเคลือบน้ำตาล เพิ่มรสหวาน กรอบ อร่อย โดยรสหวานของน้ำตาลจะผสมกลมกลืนไปกับรสชาติของผลไม้ ทำให้มีรสอร่อย ทานเพลินไม่รู้อิ่ม แถมปัจจุบันในเมืองไทยบ้านเราเองก็เริ่มฮิตขายถังหูลู่กันมากขึ้น เวลาไปเดินตามตลาดหรือแผงขายของทั่วไปก็มักจะได้เห็นถังหูลู่สีสันสดใส จนหลายคนอดใจไม่ไหวต้องซื้อมาลองสักไม้สองไม้

ถังหูลู่ - 5feab017e14766686528de742cfda590 - ภาพที่ 3 ถังหูลู่ - 28e3a6b843f3eb996a178e40b11e125c - ภาพที่ 5 ถังหูลู่ - 0bea78d0a1de18e65f02333a3ecab0eb - ภาพที่ 7

ในเมื่อเป็นขนมหวานหรือสตรีทฟู้ดยอดฮิตขนาดนี้ ในบทความนี้เราก็จะพาไปรู้จัก “ถังหูลู่” ผลไม้เคลือบน้ำตาล ขนมหวานทานเล่นยอดฮิตจากประเทศจีน ไปดูกันว่าถังหูลู่ที่ฮิตสุด ๆ ในตอนนี้คืออะไร? มีประวัติความเป็นมายังไง? พร้อมวิธีทำถังหูลู่ง่าย ๆ

ถังหูลู่ คืออะไร?

ถังหูลู่ หรือ ถังหูหลู (糖葫芦) ตามความหมายของชื่อแล้วก็คือ “น้ำเต้าเคลือบน้ำตาล” เนื่องจากในสมัยโบราณจะใช้ผลซานจาหรือพุทรา โดยมีทั้งผลขนาดเล็กและใหญ่ นำมาเสียบไม้ไผ่ยาว ๆ ดูเหมือนกับลูกชิ้นเสียบไม้ที่เราคุ้นเคย โดยจะเสียบผลใหญ่ไว้ด้านล่าง ไล่ขนาดผลเล็กมาไว้ด้านบน มองดูแล้วเหมือนกับผลน้ำเต้า จากนั้นนำไปจุ่มน้ำเชื่อม โดยในสมัยนั้นจะฮิตทานกันในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่เย็นจัดจะทำให้น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมที่ใช้เคลือบแข็งตัวอย่างรวดเร็ว ทานแล้วอร่อย ได้รสเปรี้ยวอมหวาน

นอกจากนี้ ตามความเชื่อของชาวจีนแล้ว คำว่า “หูลู่” ที่แปลว่า น้ำเต้า ยังไปพ้องเสียงกับชื่อของเทพ ฮก ลก ซิ่ว ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายอันเป็นมงคล ชาวจีนเลยเชื่อกันว่าถังหูลู่เป็นขนมทานเล่นที่จะนำพาความโชคดี และความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้

ถังหูลู่ - 12fc62f6dcc22d178b3edf9df5a02464 - ภาพที่ 9 ถังหูลู่ - c64dc4ff564ee46881cb8bbb784fb89e - ภาพที่ 11

ที่มาของถังหูลู่

ย้อนไปในสมัยราชวงศ์ซ่ง ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้กวงจง พระสนมคนโปรดของฮ่องเต้ประชวรหนัก เป็นโรคเบื่ออาหาร ร่างกายผ่ายผอม ไม่ว่าหมอหลวงจะหายามารักษายังไงก็ไม่สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ จนวันหนึ่งมีหมอจากนอกวังเข้ามารักษาอาการประชวร โดยการนำผลซานจาไปเคลือบน้ำตาลแล้วนำไปให้พระสนมเสวยจนอาการดีขึ้น ด้วยเพราะผลซานจานั้นมีสรรพคุณทางยามากมาย ทั้งช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการเลือดคั่ง ขับพยาธิเส้นด้าย และยังช่วยแก้โรคบิด ต่อมาวิธีการทำถังหูลู่จึงเริ่มแพร่หลายในหมู่ชาวบ้าน เพราะนอกจากจะมีสรรพคุณทางยาแล้วยังมีรสชาติหวานกรอบอร่อย จนนิยมทำขายเป็นของทานเล่นกันตั้งแต่นั้นมา

จนเมื่อเวลาผ่านไป จากเดิมที่ใช้เพียงผลซานจาหรือพุทรา ในปัจจุบันก็เริ่มมีการนำผลไม้ชนิดอื่นมาทำถังหูลู่กันมากขึ้น เช่น ส้ม แอปเปิล กีวี่ สับปะรด สตรอว์เบอร์รี่ ฯลฯ ซึ่งวิธีการทำถังหูลู่ ขนมหวานทานเล่นที่เคยได้ชื่อว่าเป็น “ยา” จนกลายมาเป็นสตรีทฟู้ดยอดฮิตกันในทุกวันนี้ บอกเลยว่าง่ายมาก ๆ สำหรับใครที่อยากลองทำทานเอง สามารถทำตามวิธีนี้ได้เลย!

ถังหูลู่ - 7b1db05cd19fe4ad0cb3cb761950e4f5 - ภาพที่ 13 ถังหูลู่ - c9f324ac0b089945d0e9eabfe28af9fb - ภาพที่ 15

วิธีทำถังหูลู่

วัตถุดิบ

  • ผลไม้ตามชอบ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ กีวี แอปเปิล สับปะรด ส้ม องุ่น ฯลฯ
  • น้ำ
  • น้ำตาลทรายขาว
  • น้ำเชื่อมข้าวโพด
  • น้ำมะนาว
  • น้ำเย็นจัดใส่น้ำแข็ง
  • ไม้ปลายแหลม
  • โฟมสำหรับปักถังหูลู่

วิธีทำ

  • ล้างผลไม้ให้สะอาด จากนั้นใช้กระดาษทิชชูซับให้แห้งสนิทแล้วเสียบไม้เตรียมไว้
  • เตรียมภาชนะใส่น้ำเย็นจัดและน้ำแข็ง
  • นำน้ำ น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมข้าวโพดใส่ลงในกระทะ คนให้เข้ากัน จากนั้นตั้งไฟกลางค่อนอ่อน ต้มไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายเข้ากันดี (การใส่น้ำมะนาวจะช่วยให้น้ำตาลไม่ตกผลึกง่ายขณะชุบ)
  • เมื่อน้ำตาลละลายเข้ากันดีแล้ว ให้ต้มต่อไปจนได้อุณหภูมิที่ 140 – 150 องศาเซลเซียส สามารถใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ หรือลองหยอดน้ำเชื่อมลงในน้ำเย็นจัด ถ้าน้ำเชื่อมแข็งตัวและกรอบแปลว่าได้ที่แล้ว ให้ลดเป็นไฟอ่อน
  • นำผลไม้ที่เสียบไม้เตรียมไว้แล้วมาลงชุบในน้ำเชื่อม ค่อย ๆ หมุนไม้ให้น้ำเชื่อมเคลือบผลไม้จนทั่ว
  • นำผลไม้ที่เคลือบน้ำเชื่อมแล้วไปจุ่มในน้ำเย็นจัดที่ใส่น้ำแข็ง รอประมาณ 10 – 15 วินาที (หากจุ่มในน้ำเย็นนานเกินไปน้ำเชื่อมที่เคลือบจะละลาย) จากนั้นนำขึ้นไปเสียบพักไว้ที่โฟม
  • เมื่อทำเสร็จแล้วควรทานทันที หากอากาศร้อนและทิ้งไว้นานเกินไปน้ำเชื่อมจะละลายและทำให้เหนียว

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

wikipedia.org, krua.co, pinterest.com