รีวิว Amazfit GTS 2 mini สมาร์ทวอทช์บางเบา ฟีเจอร์ครบ ในราคา 3,199 บาท

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0029 - ภาพที่ 1

ในบทความนี้เราจะ รีวิว Amazfit GTS 2 mini ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ของแบรนด์ อเมซฟิต แบรนด์ Wearable ระดับโลก ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ Amazfit GTR 2e และ Amazfit GTS 2e โดยรุ่นนี้เป็นสมาร์ทวอทช์ดีไซน์บางและเบาที่สุด เหมาะสำหรับการเป็นนาฬิกาฟิตเนสแฟชั่นสำหรับทุกคน จัดเต็มทั้งสมาร์ทฟีเจอร์ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น และการใช้ชีวิตที่สนุกยิ่งขึ้น มาพร้อมราคาสุดคุ้มที่ 3,199 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black / Flamingo Pink / Sage Green

โปรโมชั่น: Amazfit GTS 2 Mini รับประกันศูนย์ไทย 1 ปี ราคา 2,999 บาท

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0002 - ภาพที่ 3

รีวิว Amazfit GTS 2 mini

อุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวนาฬิกา Amazfit GTS 2 mini พร้อมสาย
  • สายชาร์จ
  • คู่มือใช้งาน

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0003 - ภาพที่ 5

ภาคสำรวจตัวเครื่อง

ตัวนาฬิกา Amazfit GTS 2 mini เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตัวหน้าจอทำมาจากกระจกมีความโค้งมน ขอบโค้งที่ระดับ 2.5D แสดงผลด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.55 นิ้ว รองรับระบบสัมผัสแบบ Multi Touch แตะหลายจุดได้พร้อมกัน ความละเอียดอยู่ที่ 306×354 พิกเซล ขนาดตัวเรือนคลิปไม่ใหญ่มากเหมาะสำหรับผู้ชายแขนเล็กหรือผู้หญิง มากกว่าผู้ชายที่มีแขนใหญ่ ซึ่งใส่แล้วก็จะดูไม่เข้าหรือเท่าไหร่ ตัวหน้าจอมีความคมชัดระดับหนึ่งเลยมีความแข็งแรงทนทานระดับหนึ่งเท่าที่ใช้มาเกือบเดือน ก็เดินกระแทก เดินขูดกับโต๊ะหลายทีเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่มีริ้วรอยเกิดขึ้น เกือบลืมว่าตัวขอบของตัวเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมนะครับส่วนด้านล่างตัวเครื่องก็เป็นพลาสติกงานประกอบทั่วไปดูเนียนเรียบร้อยแล้วก็ดูแข็งแรงแน่นหนา อ้อ… ตัวหน้าจอรองรับ Always on ด้วยนะ หรือจะปิดหน้าจอก็ทำได้

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0011 - ภาพที่ 7

ในแง่ตัวดีไซน์ผมรู้สึกชอบเลย เพราะว่าโดยปกติผมเป็นคนที่แขนเล็กอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ผมก็ใช้ Apple Watch 5 ขนาด 44 mm อยู่ ซึ่งยอมรับว่าก็ใหญ่กว่าแขนอยู่นิดหน่อย ส่วนตัว Amazfit GTS 2 mini  ขนาดหน้าจอมันแค่ 1.5 นิ้ว หรือ 35.8 มิลลิเมตร เท่านั้น ซึ่งแขนของผมเหมาะกับการใส่ พวกนาฬิกาเรือนเล็ก ๆ ที่หน้าจอราว ๆ 35-42 มม. จะพอดีกับแขน (แขนผมเล็กประมาณแขนผู้หญิงแหละ) ส่วนตัวจึงชอบรุ่นนี้มาก

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0007 - ภาพที่ 9

อีกทั้งตัวนี้มีน้ำหนักที่เบามากน้ำหนักรวมสายแล้วอยู่แค่ 19.5 กรัมเท่านั้น เรียกว่าเบามาก แทบไม่รู้สึกว่ากำลังใส่อะไรอยู่ในแขน อารมณ์เหมือนใส่กำไรเส้นเดียว แล้วตัวหน้าจอก็บางแค่ 8.95 mm ไม่รวมเซ็นเซอร์นะครับ เซ็นเซอร์เลนส์นูนออกมานิดหน่อย ซึ่งตามปกติ smartwatch ทั่วไปตัวเซ็นเซอร์ ก็นูนออกมาจากตัวเครื่องเพื่อให้เซ็นเซอร์แตะกับตัวแขนของเราให้มากที่สุด มากับเซ็นเซอร์ BioTracker 2 PPG ที่ทำให้สามารถติดตามการเต้นของหัวใจได้แม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดและคุณภาพการนอน

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0010 - ภาพที่ 11

และถ้าใครเคยใช้มาก่อนจะรู้ว่าตรงนี้คือแรงสะสมคราบเหงื่อ คราบสิ่งสกปรกจะเกาะตรงนี้ ซึ่งปกติแล้วเราก็ควรจะถอดออกมาเช็ดบ่อย ๆ หรือทุกครั้งที่ออกกำลังกายเสร็จ ควรเช็ดให้สะอาด ไม่งั้นก็จะเกิดคราบสกปรก สะสมแบคทีเรียได้ จริงๆ เอาไปล้างน้ำเลยก็ได้ เพราะรุ่นนี้กันน้ำที่ระดับ ลึกสูงสุด 50 เมตร

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0031 - ภาพที่ 13

มาถึงในแง่ของการสัมผัสหน้าจอส่วนตัวรู้สึกว่าสัมผัสได้แม่นยำ แม้จะเป็นจุดที่เล็ก ๆ ก็ยังสามารถแตะโดน ตัวอย่างการใช้แถบเมนูของตัวเครื่อง ซึ่งเมนูต่างๆ แถบของมันจะใหญ่พอ ๆ กับปลายนิ้ว ก็แตะโดนทุกปุ่ม แต่ส่วนตัวติดตรงที่เวลาแตะที่ปุ่มไหนไม่มีเอฟเฟค เงา หรืออะไรบอกว่าเรากดโดนปุ่มไหน ซึ่งบางทีมันก็ควรจะมีนิดนึงทำเพื่อทำให้เรารู้ว่าเราแตะโดนปุ่มไหนกันแน่ซึ่งอันนี้ก็คือแตะแล้วก็เปลี่ยนหน้าไปเลย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0004 - ภาพที่ 15

เรื่องความสว่างของหน้าจอตัวนี้ความสว่างสูงสูงสุดอยู่ที่ 450 nit สว่างเพียงพอที่จะใช้งานได้และด้วยการที่เป็นหน้าจอ AMOLED ทำให้ใช้งานในที่กลางแดดก็ยังมองเห็นหน้าจออยู่ สู้แดดได้สะบาย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0012 - ภาพที่ 17

ในแง่การตั้งค่าหน้าปัดของนาฬิกานะครับ ตัวนี้จะมีหน้าปัดให้จำกัด ซึ่งทางผู้ผลิตก็จะมีเพิ่มมีอัพเดทให้เรื่อย ๆ แต่ตอนนี้มีราว 50 แบบ แต่ยังไม่เห็นหน้าปัดที่สามารถใส่รูปเองได้ (หรืออาจจะมีแต่ผมอาจจะยังไม่เห็นแล้วแต่เท่าที่ลองหาดูยังไม่เห็น) ส่วนมากก็จะเป็นหน้าปัดที่แสดงในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ระยะทางในการเดิน จำนวนก้าว จำนวนแคลอรี่และพวก วัน เดือนปี เป็นต้น

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0011 - ภาพที่ 7

ตัวสายทำมาจากซิลิโคน ผิวสัมผัสมีความด้าน ๆ (สำหรับสายสีดำ) ไม่แน่ใจว่ามีสายให้เปลี่ยนเยอะแค่ไหนนะครับ แต่โดยส่วนตัวก็ชอบสายแบบที่ให้มาอยู่แล้ว เพราะว่ามีน้ำหนักเบา แต่อาจจะติดตรงที่ตัวสายจะมีความหนืดนิดนึงเวลามีเหงื่อออกมา หากใครเคยใช้นาฬิกาพวกที่เป็นสายซิลิโคนมาก็จะชินได้ง่าย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0008 - ภาพที่ 21

ข้อควรรู้ ! ถ้าเราต้องการให้ค่าในการวัดที่มันแม่นยำก็ควรให้สายใส่แน่นพอดี โดยเฉพาะตอนออกกำลังกาย จะช่วยให้ได้ค่ามี่แม่นยำขึ้นมาก พอเลิกออกกำลังกายก็ปรับสายให้หลวมได้  ในแง่การสวมใส่ก็ใส่เหมือนนาฬิกาทั่วไปครับ ใส่เองได้ง่าย ๆ โดยส่วนตัวคิดว่าใส่ง่ายกว่าสาย Apple Watch อีกเพราะ ว่าไม่ต้องสอดสายเข้าไปในข้างในทับอีกเส้นหนึ่ง

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0032 - ภาพที่ 23

ตัวปุ่มควบคุมจะทำหน้าที่เป็นปุ่มโฮม แล้วก็ปุ่มเมนู รวมถึงเป็นปุ่มย้อนกลับ การสั่งงานอย่างอื่นทำได้ด้วยการแตะสัมผัสที่หน้าจอ สังเกตเห็นว่าตัวปุ่มมันหมุนได้ แต่ลองใช้งานแล้วไม่เจอว่ามันสามารถหมุนเพื่อสั่งงานอะไรได้ เกือบลืมตัวตัวนาฬิกามีไมโครโฟนสำหรับรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน alexa สามารถสั่งการนาฬิกาได้ด้วยเสียงโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต เพราะมีฟีเจอร์การควบคุมเสียงแบบออฟไลน์ ซึ่งรวมถึงการเปิดใช้โหมดกีฬา หรือเปิดใช้ฟังก์ชั่นการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และตัวปุ่มยังสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมให้ทำงานแบบต่างๆที่เราต้องการได้ด้วยอย่างเช่น ปลดล็อคหน้าจอกดปลดล็อคหน้าจอเพื่อใช้งานกดหยุดเมื่อต้องการหยุดออกกำลังกาย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0006 - ภาพที่ 25

ตัวแบตเตอรี่ตามสเปคบอกว่าให้มา 220 มิลลิแอมป์ใช้งานได้นาน 14 วันสำหรับการใช้งานทั่วไปและใช้งานได้ 7 วันสำหรับการใช้งานอย่างหนักหน่วงจากที่ทดสอบมาพบว่าใช้งานได้ราวๆ 6 วันนิดๆ ซึ่งถือว่าโอเคเลยใกล้เคียงกับสเปคที่เคลมไว้

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 001 - ภาพที่ 27

ส่วนที่ชาร์จก็เป็นที่ชาร์จแบตแถบแม่เหล็กวางที่เครื่องแล้วตัวเครื่องจะหมุนให้แท่นชาร์จตรงกับช่องเอง ก็ใช้งานได้สะดวกสบายชาร์จ 1 ครั้งใช้งานได้ 6 วันโดยส่วนตัวคิดว่าโอเคเลยไม่ต้องชาร์จทุกวันเหมือน Apple Watch ที่ผมใช้งานอยู่

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0009 - ภาพที่ 29

ภาคการใช้งานและฟีเจอร์

การเชื่อมต่อกับมือถือต้องบอกก่อนว่าในแง่การเชื่อมต่อความยากง่ายของแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างผมได้ลองเชื่อมต่อกับ iPhone 12 Pro Max ซึ่งเชื่อมต่อง่ายจะเชื่อมต่อได้ตลอดเวลาไม่ติดปัญหาอะไรแต่ต้องสลับมาเชื่อมต่อกับ Huawei p30 Pro แทนเนื่องจากตัว iPhone ผมได้เชื่อมต่อกับ Apple Watch ไว้อยู่แล้วซึ่งปัญหาคือเวลาแจ้งเตือนมันจะแจ้งเตือนทั้ง 2 เรือนซึ่งมันก็งงเหมือนกันทำให้มันแจ้งเตือนซ้ำซ้อนผมเลยสลับมาเชื่อมต่อกับ p30 Pro แทนซึ่งพอมาสลับเชื่อมต่อกับอีกเครื่องก็เจอปัญหาที่ยุ่งยากพอสมควร

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0033 - ภาพที่ 31

เพราะต้องไปกดอนุญาตหลายขั้นตอนเช่นอนุญาตให้ทำงานเบื้องหลังและกดอนุญาตไม่ให้ตัว App จัดการประสิทธิภาพแบตเตอรี่ไม่ชิวตัวแอปพลิเคชั่นออกซึ่งพบว่าก็อาจจะยุ่งยากนิดนึงจะลองต่อกับมือถือเครื่องอื่นก็ไม่ต้องทำยากขนาดนี้ข้อเสียของการที่มือถือกับตัวนาฬิกาไม่ได้เชื่อมต่อกันตลอดเวลาก็คือหากเราต้องการใช้ฟังก์ชันการแจ้งเตือนเช่นการมีคนโทรเข้า SMS หรือแจ้งเตือนแอปต่างๆมันจะทำไม่ได้ การเชื่อมต่อแต่ละทีก็จะใช้เวลานานขึ้นด้วยเมื่อเทียบกับการที่เราเชื่อมต่อกับนาฬิกาไว้ตลอดเวลาแต่ข้อเสียของการเชื่อมต่อกับนาฬิกาตลอดเวลาคือตัวมือถือก็จะกินแบตมากขึ้นนิดนึง

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 002 - ภาพที่ 33

ควบคุมและสั่งงานผ่านแอป Zepp สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง นำมาบูรณาการกัน ช่วยในการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับสภาพร่างกายได้ตลอด 24/7 ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบสภาพร่างกายได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ตัวแอปเปิดมาจะใช้งานงงอยู่แป๊บนึง เนื่องจากตัวหน้าตาของแอปแยกส่วนระหว่างหน้านาฬิกากับตัวรายงาน

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 003 - ภาพที่ 35

โหมดการออกกำลังกาย

มีโหมดการออกกำลังกายหรือหมวดกีฬารวมกันแล้วได้ 70 ชนิดนะครับ (ไม่ถือว่าเยอะ เพราะรุ่นพี่มีถึง 90 ประเภทกีฬา) โดยค่าเริ่มต้นก็จะมีกีฬายอดนิยมตั้งค่าไว้ให้เรียบร้อยแล้วเช่น การวิ่งกลางแจ้ง การเดิน เดินลู่วิ่งไฟฟ้า การปั่นจักรยานกลางแจ้ง การปั่นจักรยานในร่ม การว่ายน้ำในสระ ว่ายน้ำในแหล่งแม่น้ำ การกระโดดเชือก โยคะ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราสามารถจัดลำดับของกีฬาได้นะครับว่าเราใช้อะไรบ่อย ๆ ก็เลื่อนขึ้นไปอยู่บนๆ เวลาจะใช้งานจะได้สะดวก

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 007 - ภาพที่ 37

นอกเหนือจากนั้นเราก็ยังสามารถเลือกได้ซึ่งในเมนูจะแบ่งเป็นประเภทตามประเภทของกีฬาได้ แต่ข้อควรระวังก็คือ เวลาเราเปิดโหมดการ tracking ตอนออกกำลังกายเราไม่ควรจะกดออกไปหน้าอื่นเพราะการกดออกไปหน้าอื่นมันทำให้การ tracking นั้นหยุดไปทันที จะทำให้ไม่ได้เก็บข้อมูลตอนออกกำลังกายนะครับ เดี๋ยวจะเสียแรงเปล่า

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0028 - ภาพที่ 39

วัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง

การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ตรงนี้เราสามารถตั้งค่าได้นะครับว่าความถี่ที่ต้องการให้ตัวนาฬิกาวัดเนี่ยคือเท่าไหร่มีให้เลือกตั้งแต่ 1 นาที 5 นาที 10 นาที 30 นาที หรือปิดไป โดยตัวความถี่จะมีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในรอบนั้น ๆ ด้วย หากเราให้ตรวจบ่อย อายุการใช้งานแบตก็จะสั้นลง ซึ่งผมได้ลองใช้แบบ 1 นาที ก็สามารถใช้งานได้ 6 วันเต็มๆซึ่งก็โอเคแล้ว ตัวการวัดอัตราการเต้นของหัวใจยังบอกรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ผ่อนคลายกี่เปอร์เซ็นต์ อุ่นร่างกายกี่เปอร์เซ็นต์เผาผลาญไขมันกี่เปอร์เซ็นต์ แอโรบิคกี่เปอร์เซ็นต์ อนาโรบิคกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขีดจำกัดของอนาโรบิคกี่เปอร์เซ็นต์

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 004 - ภาพที่ 45

วัดอัตราการนอน

การวัดอัตราการนอนตัวนี้สามารถทำงานได้แบบออโต้เลย โดยเราสามารถเปิดหรือปิดระบบช่วยติดตามการนอนได้ซึ่งหากเราเปิดแล้วเราสวมนาฬิกาในแขนตัวระบบติดตามก็จะเริ่มทำงานอัตโนมัติเมื่อเรานอนและหยุดทำงานเมื่อเราตื่นนอกจากนั้นเรายังสามารถบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจในขณะตอนนอนได้ด้วยตัวเองจะเอาไปวิเคราะห์รวมกับอัตราการนอนออกมาเป็นคะแนนให้เราได้รู้ผ่านแอพพลิเคชั่น รองรับฟังก์ชั่นติดตามการนอนในเชิงลึก สามารถระบุช่วงการนอนต่าง ๆ ติดตามภาวะหายใจในขณะนอน วิเคราะห์คุณภาพการนอน และแนะนำให้ปรับการนอนให้เหมาะสม นาฬิการุ่นเหล่านี้ ยังสามารถระบุช่วงการนอนงีบในเวลากลางวันที่นานกว่า 20 นาทีด้วย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0018 - ภาพที่ 47

โดยแต่ละวันตัวแอปจะสรุปเป็นรายงานออกมาให้เราได้เห็นว่าคืนที่ผ่านมาเรานอนเป็นกี่ชั่วโมงนอนตั้งแต่เวลาเท่าไหร่ตื่นเวลาเท่าไหร่แบ่งเป็นหลับลึกกี่ชั่วโมงหลับตื้นกี่ชั่วโมงและ rem กี่ชั่วโมง และสรุปออกมาเป็นคะแนนให้เราได้ทราบ นอกจากนั้นยังสามารถแสดงอัตราการเต้นของหัวใจรวมในกราฟ ทำให้เราเห็นว่าในช่วงเวลาที่เรานอนอยู่อัตราการเต้นของหัวใจเราเป็นยังไงบ้าง ที่สำคัญตัวแอปยังบอกข้อมูลอื่น ๆ เช่นคุณภาพการหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งความพิเศษคือตัว App ยังบอกวิธีการปรับปรุงคุณภาพการหายใจขณะนอนหลับได้ด้วยตอนนั้นก็ยังมีข้อมูลอื่น ๆ อย่างเช่น สัดส่วนการนอนหลับลึก การนอนหลับตื้น ซึ่งแต่ละส่วนจะตีออกมาเป็นเปอร์เซ็น ให้เราได้ทราบ และแต่ละหมวดจะมีวิธีการบอกว่าทำอย่างไรเราจะหลับลึกขึ้น หรือเราจะหลับตื้นน้อยลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนของเรา ตัวรายงานก็จะแบ่งเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 005 - ภาพที่ 49

วัดระดับความเครียด

อีกหนึ่งลูกเล่นของรุ่นนี้คือสามารถวัดระดับความเครียดได้โดยระดับความเครียดจะแบ่งเป็น ผ่อนคลาย อ่อน ปานกลาง และสูง โดยการความเครียดของเรามาจากการคำนวณความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งช่วยให้เราดูแบบคร่าว ๆ ได้ว่าเราอาจจะมีสภาวะความเครียดเป็นแบบไหน หากเรารู้เท่าทัน เราก็จะสามารถบรรเทาความเครียดได้ทันท่วงที

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 006 - ภาพที่ 51

แต่นะครับ….ข้อมูลตรงนี้ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางการแพทย์ได้ หากเรารู้สึกว่าเรามีความเครียด เราควรจะปรึกษาจิตแพทย์มากกว่า นอกจากนั้นแล้วยังสามารถวัดความเครียดแบบได้ด้วยตนเองซึ่งการวัดจะต้องใส่นาฬิกาให้แน่นกว่าปกติพูดง่าย ๆ คือ อย่าให้มีช่องว่างระหว่างตัวนาฬิกากับแขน และก็วางแขนกับโต๊ะ โดยหงายนาฬิกาขึ้นตลอดเวลาจนกว่าการจะเสร็จสิ้นจะใช้เวลาประมาณ 1 นาที

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0015 - ภาพที่ 53

ระบบการหายใจ

ตัวนาฬิกามี feature ในการฝึกระบบการหายใจ โดยเราสามารถเลือกระยะเวลาได้เอง ตั้งแต่ 1 นาทีจนถึง 5 นาที เมื่อเลือกระยะเวลาได้ตัวนาฬิกาจะเป็นตัวบอกให้เราหายใจเข้าและออกตามที่นาฬิกาบอก โดยจะเป็นการฝึกหายใจเข้าให้ลึกและหายใจออกให้ยาวทำแบบนี้จนครบระยะเวลาแล้วจะสรุปให้เราเห็นว่าระบบการหายใจของเราเป็นอย่างไร

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0025 - ภาพที่ 55

วัดความอิ่มของออกซิเจนในเลือดหรือ SpO2

ตัวนาฬิกาสามารถวัดความอิ่มของออกซิเจนในเลือดหรือ SpO2 คือเปอร์เซ็นต์ของปริมาตรฮีโมโกลบินที่มีออกซิเจนในเลือดต่อฮีโมโกลบินทั้งหมดซึ่งเป็นค่าทางสริยะสรีรวิทยาที่สำคัญของวงจรการหายใจของคนเรา ช่วงของการวัดอุปกรณ์ตัวนี้จะมีตั้งแต่ 80 ถึง 100 เปอร์เซ็น ซึ่งยิ่งค่าต่ำหมายถึงมีความเสี่ยงสูง โดยตัว App จะมีรายละเอียดอธิบายเกี่ยวกับ SpO2 ค่อนข้างละเอียดเช่น หลักการเป็นแบบไหน แล้วก็จะวัดค่านี้ได้แม่นยำได้อย่างไร วิธีการสวมนาฬิกาหรือสายรัดข้อมือต้องสวมยังไง วางแขนแบบไหน เป็นต้น ที่สำคัญเมื่อใดก็ตามที่มีการทำกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น การวิ่งมาราธอน หรือ ออกกำลังหนัก ๆ กลางแจ้ง ก็สามารถตรวจวัดระดับ SpO2 ได้เมื่อแรงของเราเริ่มล้า จะได้รู้เท่าทันสภาพร่างกายและเช็คสุขภาพได้ตลอดเวลา

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0014 - ภาพที่ 57

ระบบประเมินสุขภาพ PAI

ระบบประเมินสุขภาพ PAI (Personal Activity Intelligence) เป็นระบบประเมินสุขภาพที่ใช้อัลกอริทึมแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนอย่าง อัตราการเต้นของหัวใจ ระยะที่ทำกิจกรรม และข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพอื่น ๆ ให้กลายเป็นคะแนนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจภาวะของร่างกายได้ทันที ฟีเจอร์ใหม่จึงช่วยให้สมาร์ทวอทช์สามารถประเมินสุขภาพที่เหมาะกับแต่ละคนได้โดยใช้ข้อมูลจากคน ๆ นั้นเอง

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0016 - ภาพที่ 59

นับรอบเดือนของผู้หญิง

อีกหนึ่งฟีเจอร์ของรุ่นนี้คือการนับรอบเดือนของผู้หญิงซึ่ง แน่นอนว่าฟีเจอร์นี้ผมคงไม่สามารถเทสให้ดูไม่ได้ 5555 แต่หลัก ๆ ก็คือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้หญิงบันทึกและจัดการข้อมูลการมีประจำเดือนของพวกเธอได้ ตัวแอปจะรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลประจำเดือนเพื่อทำนายช่วงเวลาในอนาคตว่าประจำเดือนรอบต่อไปจะมาในวันที่เท่าไหร่ ทำให้สะดวกต่อการเตรียมตัวมั้ง (ไม่รู้ใช่คำนี้ถูกหรือเปล่า)

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 009 - ภาพที่ 61

อีกหนึ่งลูกเล่นของแอปนี้คือหากเราใช้เครื่องชั่งน้ำหนักของ Xiaomi ที่สามารถวัดมวลร่างกายได้ จะทำให้สามารถซิงค์ข้อมูลมาแสดงผลในแอป Zepp ได้อย่าง เช่น น้ำหนักที่ชั่งของวันนี้ คะแนนร่างกายต่าง ๆ ซึ่งส่งผลทำให้มีมิติของข้อมูลมากขึ้น สนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้น มีรายงานที่ดูหลากหลายมากขึ้น แล้วก็ติดตามพัฒนาการของร่างกายได้ละเอียดขึ้น ทำให้เรามีข้อมูลที่จะพัฒนาการออกกำลังกายของตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ด้วย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 008 - ภาพที่ 63

สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้นาฬิกาตัวนี้คือ อันดับแรกสุดเลยก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย เราควรตั้งค่าต่าง ๆ ให้เรียบร้อยทั้ง Profile เช่น อายุ เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก รวมถึงควรกำหนดเป้าหมายในการออกกำลังกาย หรือเป้าหมายที่ตัวเองต้องการไว้ด้วยอย่างเช่น จำนวนก้าวที่เราต้องการ กำหนดเป็นเป้าหมายซึ่งของผมก็กำหนดไว้ที่ 8000 น้ำหนักเป้าหมายอย่าต้องการเป้าหมายแคลอรี่ในการออกกำลังกายแต่ละครั้งของเรา รวมถึงเป้าหมายในการนอนของเราด้วยว่าเราต้องการเป้าหมายในการนอนที่กี่ชั่วโมง ซึ่งการกำหนดเป้าหมายตรงนี้มันทำให้เราสามารถใช้งานแอปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากตัว Report หลาย ๆ อย่างจะอ้างอิงกับเป้าหมายที่เรากำหนดไว้

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Screenshot 20210414 160430 com.huami .watch .hmwatchmanager - ภาพที่ 65

ตัวนาฬิกามีร้านค้าหน้าปัดให้เลือกกว่า 50 แบบโดยเราสามารถเลือกดาวน์โหลดส่งไปเก็บยังตัวนาฬิกาได้ 4 แบบหากต้องเพิ่มอีก จะต้องลบอันเก่าออก โดยเพิ่มได้สูงสุด 4 แบบ โดย 4 แบบนี้และยังสามารถไปเลือกใช้งานได้ที่ตัวนาฬิกาได้อีก

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0020 - ภาพที่ 67

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Screenshot 20210414 160615 com.huami .watch .hmwatchmanager - ภาพที่ 69

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าตัวนาฬิการองรับการแจ้งเตือนและข้อความแจ้งเตือนแบบไหนบ้างหลัก ๆ ก็จะมีสายเรียกเข้าการแจ้งเตือน App โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้แอปไหนไปแจ้งเตือนบนนาฬิกาบ้าง โดยส่วนตัวผมแทบจะไม่เปิดเลย แล้วก็มีข้อความแจ้งเตือนอื่น อย่างเช่น แจ้งเตือนการออกกำลังกาย เวลาเริ่มต้น เวลาสิ้นสุด เป็นต้น แล้วก็ข้อความ SMS เข้า แล้วก็แจ้งเตือนการบรรลุเป้าหมายในแต่ละวัน

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 0010 - ภาพที่ 71

เราสามารถตั้งค่าการสั่นของนาฬิกาได้ว่าเราต้องการให้นาฬิกาสั่นเมื่อสถานการณ์ใดบ้าง เช่น มีสายเรียกเข้า นาฬิกาปลุกการแจ้งเตือนแอป หรือแจ้งเตือนให้เรายืน  SMS เข้า แจ้งเตือนเป้าหมาย หรือสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Screenshot 20210414 160813 com.huami .watch .hmwatchmanager - ภาพที่ 73

ตรงฟีเจอร์การตรวจสอบสุขภาพบนแอปในมือถือจะสามารถกำหนดค่าต่าง ๆ ได้เช่นการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจว่าเราต้องการติดตามที่ความถี่ทุกกี่นาที ซึ่งตรงนี้สามารถปรับที่นาฬิกาก็ได้เช่นกัน แล้วก็การติดตามการนอนหลับ แล้วก็การติดตามความเครียดทั้งวัน ซึ่งทั้งหมดตรงนี้ที่มีการเปิดหรือปิดใช้งานจะส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ของตัวนาฬิกาทั้งสิ้น

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 0011 - ภาพที่ 75

ตัวนาฬิกาสามารถตั้งค่าได้ว่าจะใส่บนมือซ้าย หรือมือขวา รวมทั้งภาษาของตัวระบบว่าต้องการใช้ภาษาอะไร ซึ่งข้อดีคือมีภาษาอะไรให้ใช้ทำให้เราใช้งานได้สะดวก

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Screenshot 20210414 161005 com.huami .watch .hmwatchmanager - ภาพที่ 77

มีจัดการ App ได้โดยเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการใช้แอปอะไรบ้าง นอกจากนั้นสามารถจัดเรียงลำดับของแต่ละแอปที่เราต้องการได้ ซึ่งการตั้งค่าตรงนี้คือเมนู ที่จะแสดงผลบนนาฬิกาของเรา เมื่อบันทึกเสร็จตัวนาฬิกาก็จะแสดงผลตามที่เราตั้งค่าใน App

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS 2 mini SS 0012 - ภาพที่ 79

ฟีเจอร์อย่างอื่นที่น่าสนใจก็อย่างเช่น สั่งงานด้วย alexa นับถอยหลัง นาฬิกาจับเวลา เทียบเวลาโลก เข็มทิศแล้ว ก็ค้นหาโทรศัพท์ของเรา แต่ฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ก็รีโมทกล้องถ่ายรูป โดยเราสามารถใช้ตัวนาฬิกาเป็นปุ่มชัตเตอร์ในการกดถ่ายภาพของมือถือที่เชื่อมต่ออยู่ ทำได้โดยเราจะต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้บนแอปก่อน จากนั้นเมื่อต้องการใช้งานเป็นรีโมทถ่ายภาพเราก็เปิดโหมดถ่ายภาพที่นาฬิกาจากนั้นก็เปิด App ถ่ายรูปบนมือถือ แล้วกดปุ่มชัตเตอร์บนหน้าจอนาฬิกาได้เลย

และแอปควบคุมเพลงโดยตัวเองที่เราเล่นบนมือถือจะสามารถควบคุมผ่านตัวนาฬิกาได้ สามารถแสดงชื่อเพลงจาก spotify บนมือถือในนาฬิกาได้ ความพิเศษคือสามารถแสดงชื่อเพลงภาษาไทยได้ด้วย

รีวิว Amazfit GTS 2 mini - Amazfit GTS2 mini 0034 - ภาพที่ 89

ปัญหาที่พบเจอ

ปัญหาเดียวที่ผมเจอตอนใช้งานมาตลอด 1 เดือน จริงๆ คือเจอแค่ช่วงแรก ๆ แก้ไม่ตก คือออกกำลังกายไปสักพัก ตัวเครื่องจะสั่นค้างแล้วก็รีสตาร์ทเองทุกรอบ จนมาเจอสาเหตุว่าเครื่องจะ Restart หรือแฮงค์ไปตอนที่วิ่งครบ 1 กิโลเมตร แล้วตัวเครื่องพยายามจะแจ้งเตือนว่าวิ่งครบ 1 กิโลเมตรแล้วนะ (เข้าใจว่าพอแจ้งเตือนไม่ได้เลยเกิดปัญหา)

โดยแก้ด้วยการไปปิดการแจ้งเตือนไม่ให้แจ้งเตือนเมื่อวิ่งครบกิโลเมตร ปัญหานี้ผมเจอทั้งการออกกำลังกายแบบวิ่ง แล้วก็แบบเดิน ส่วนแบบอื่นไม่ได้ทดสอบ เนื่องจากผมออกกำลังกายแค่เดินกับวิ่ง ซึ่งผมได้ลองแก้ด้วยการรีเซ็ตค่าจากโรงงานก็ไม่หายเปลี่ยนมือถือที่เชื่อมต่อก็ไม่หาย ก็เลยตอนนี้ใช้งานด้วยวิธีการปิดแจ้งเตือนตัวนี้ไป ซึ่งก็ใช้งานได้ปกติหลังจากนั้นก็ไม่เคยแฮงค์อีกเลย

ข้อมูลสเปก Amazfit GTS 2 mini

หน้าจอ1.55” AMOLED 354*306
ขนาด (หน้าปัด)40.5 x 35.8 x 8.95 มม.(ไม่รวมฐานเซ็นเซอร์)
น้ำหนัก19.5 กรัม ไม่รวมสาย
สีMidnight Black / Flamingo Pink / Sage Green
การเชื่อมต่อBluetooth 5.0 BLE
เซ็นเซอร์BioTracker 2 PPG (รองรับการตรวจจับออกซิเจนในเลือด & อินฟราเรด)
เซ็นเซอร์วัดความเร่ง
เซ็นเซอร์จับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เซ็นเซอร์วัดความกดอากาศ
เซ็นเซอร์วัดสภาพแสงโดยรอบ
เซ็นเซอร์วัดมุมเอียงและความเร่ง
เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ
การระบุตำแหน่งGPS + GLONASS
วัสดุตัวเรือนอะลูมิเนียมอัลลอย
ไมโครโฟนมี
ลำโพงไม่มี
วัสดุสายนาฬิกาซิลิโคน
ความกว้างสายนาฬิกา20 มม.
ความสามารถกันน้ำ5 ATM
ความจุแบตเตอรี่แบตเตอรีลิเทียมไอออนโพลีเมอร์ 240 mAh (ความจุขั้นต่ำ)
อายุการใช้งานแบตเตอรี่– สภาพการใช้งานทั่วไป: สูงสุด 14 วัน[1]
– เวลาที่ใช้ในการชาร์จ: ประมาณ 2 ชั่วโมง
โหมดกีฬาโหมดกีฬา 70+ แบบ

[1] อายุการใช้งานแบตเตอรี่อาจแตกต่างไปตามการตั้งค่า สภาพการทำงาน และอีกหลายปัจจัย ดังนั้น ผลที่แท้จริงจึงอาจแตกต่างไปจากข้อมูลในห้องทดลอง