รีวิว ASUS BR1100F แล็ปท็อปสำหรับนักเรียน จอสัมผัส พร้อมปากกา Stylus และ Windows 10 Pro

ก่อนหน้านี้เราได้ รีวิว ASUS ExpertBook B9 (B9400) ซึ่งเป็นแล็ปท็อป ในสายธุรกิจให้ได้ชมกัน ในบทความนี้เราจะมา รีวิว ASUS BR1100F แล็ปท็อปอีกรุ่นที่ทาง Asus ออกมาตอบสนองในยุค New Normal เป็นโมเดลรุ่นย่อยของ ASUS BR1100 แล็ปท็อปเพื่อการศึกษาออกแบบมาสำหรับเด็กวัยเรียนโดยเฉพาะ

โดย ASUS BR1100 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว มีให้เลือกด้วยกัน 2 โมเดลคือ BR1100C ตัวนี้จะกางออกได้สูงสุด 180 องศา และไม่ใช่หน้าจอสัมผัส และ BR1100F รุ่นนี้สามารถกางหน้าจอและพับจอได้ถึง 360 องศา เมื่อพับแล้วจะกลายเป็นแท็บเล็ต ซึ่งจะมีกล้องหลังสามารถถ่ายรูปได้ และรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอแบบ Touch Screen และปากกา Stylus ในตัว

BR1100FKA-BP0548R : Dark Grey

Operating System: Windows 10 Pro
Processor: Intel® Pentium® Silver N6000 Processor
Graphics: Intel® UHD Graphics
RAM: 4GB DDR4 on board
Storage: 128GB eMMC
Display: 11.6-inch, LCD, HD IPS-level Panel
Touch screen
With stylus support
Keyboard: Chiclet Keyboard
ราคา : 13,690.- บาท

BR1100CKA-GJ0383R : Dark Grey

Operating System: Windows 10 Pro
Processor: Intel® Pentium® Silver N6000 Processor
Graphics: Intel® UHD Graphics
RAM: 4GB DDR4 on board
Storage: 128GB eMMC
Display: 11.6-inch, LCD, HD Anti-glare display
Keyboard: Chiclet Keyboard
ราคา : 11,390.- บาท

มาเริ่ม รีวิว ASUS BR1100F กัน

รุ่นที่เรากำลังจะรีวิวให้ชมกันก็คือ ASUS BR1100F เป็นเหมือนแล็ปท็อปป็นคู่หูในห้องเรียนสำหรับนักเรียนในยุค New Normal ด้วยการออกแบบที่เน้นความแข็งแกร่งและคงทนจอภาพระบบสัมผัสเอนกประสงค์ และปากกาสไตลัสสำหรับใช้งานวาดภาพ ขีดเขียนลงในหน้าจอ มีบานพับที่พับได้ 360 องศา อัดแน่นด้วยคุณสมบัติการปกป้องตัวเองจากความเสียหายด้วยกันชนยางรอบทิศทาง คีย์บอร์ดป้องกันน้ำหก และบานพับที่ทนทานและที่สำคัญรองรับ WiFi 6 ซะด้วย

อุปกรณ์ในกล่อง

  • แล็ปท็อป ASUS BR1100F
  • Wireless optical mouse
  • อะเดปเตอร์ชาร์จแบต
  • สายไฟต่ออะเดปเตอร์
  • คู่มือใช้งานและการรับประกัน
  • ปากกาไตลัส
  • ซองใส่โน้ตบุ๊ค

สำรวจตัวเครื่อง

ตัวหน้าจอมาพร้อมกับขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD 1366 x 768 พิกเซล อัตราส่วนในการแสดงผลอยู่ที่ 16:9 เป็นจอ IPS panel อัตราหน้าจอแสดงผลเป็น 60% ของตัวเครื่อง หน้าจอเป็นระบบ Touch Screen รองรับปากกา Stylus ที่แถมมากับตัวเครื่อง โดยตัวหน้าจอสัมผัสรองรับมัลติทัชและมีฟังก์ชั่นถนอมสายตาที่ได้การรับรองจาก TÜV Rheinland ทดสอบแล้วว่าปล่อยแสงสีฟ้าในระดับต่ำ ช่วยปกป้องดวงตาของเด็กๆ และลดความเมื่อยล้า และอันตรายที่เกิดขึ้นกับดวงตาในกรณีที่ติดต่อกันนานๆ

กล้องหน้า 720p สำหรับใช้งานเป็นเว็บแคมธรรมดา ใช้ในการประชุม Video Call หรือนั่งเรียนออนไลน์เพื่อให้เห็นหน้าตัวเอง ที่สำคัญตัวกล้องมีชัตเตอร์สำหรับติดกล้องความเป็นส่วนตัว แม้ว่าลืมปิดโปรแกรมหรือแอปกล้อง คนอื่นก็ไม่สามารถมองเห็นเราได้ ในกล้องหน้ามีฟังก์ชันถ่ายวีดีโอที่สามารถลดสัญญาณรบกวนภาพแบบ 3 มิติ (3DNR) สามารถจำกัดสัญญาณรบกวนและยังให้ละเอียดของภาพในที่แสงน้อยได้ดีอีกด้วย

บริเวณกล้องเว็บแคมฝั่งซ้ายและฝั่งขวาจะมีรูไมโครโฟน 2 ตัว ทำงานร่วมกับระบบตัดเสียงรบกวนที่เป็นนวัตกรรม AI ของทาง Asus ซึ่งสามารถเรียนรู้เชิงลึกแบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับแยกเสียงรบกวนไม่ให้มารบกวนเสียงพูดของเรา ช่วยให้การ Video Call หรือการประชุมผ่านกล้อง Webcam มีคุณภาพเสียงที่ดี ไม่มีเสียงรบกวน เช่นกันกับกล้อง ตัวไมโครโฟนเองก็มีปุ่มสำหรับเปิดปิดไมโครโฟนด้วยทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแอบฟังเสียงเราจากไมโครโฟนของ แล็ปท็อป

ตัวเครื่องถูกออกแบบโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะใช้งานอยู่ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม ขอบตัวเครื่องมีความหนา และขอบด้านข้างของตัวเครื่องจะมีวัสดุที่ช่วยกันกระแทก ใช้งานนอกสถานที่หรือพกไปไหนมาไหนไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรง ที่สำคัญตัวแป้นพิมพ์สามารถป้องกันความเสียหายจากน้ำหกใส่ซึ่งสามารถป้องกันได้ถึง 330 cc โดยที่ไม่ทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในแต่ก็ต้องรีบเช็ดออกนะครับ 

อย่างที่บอกว่ารุ่นนี้สามารถพับหน้าจอได้มากถึง 360 องศา สามารถพับแป้นพิมพ์กลับไปติดกับตัวด้านหลังของหน้าจอเพื่อใช้งานในโหมดแท็บเล็ตได้อย่างง่ายดายหรือจะพับเพื่อตั้งเป็นแท็บเล็ตก็ได้เช่นกัน

ตัวประกาศ stylist ถูกเสียบไว้ในช่องด้านข้างติดกับพอร์ต HDMI ตัวปากกาสามารถใช้วาดภาพจดบันทึก ทำเครื่องหมายบนเอกสารเซ็นเอกสาร หรือใช้แทนเป็นเป็นเมาส์ หรือพอยเตอร์ได้ โดยตัวปากกาจะเป็นแบบพิเศษซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการสั่งงาน ชาร์จแบตอัตโนมัติเมื่อเสียบเข้าไปในช่องเก็บ ชาร์จไฟแค่ 15 วินาที ให้หลังงานเพียงพอต่อการใช้ปากกาสไตลัสนานถึง 45 นาที โดยไม่ต้องรอนานๆ 

 

ในแง่วัสดุงานประกอบและก็ดีไซน์ทาง Asus บอกว่ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานที่สุด สามารถทนต่ออุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเช่น การตกกระแทก หรือทำน้ำหกใส่ โดยที่ไม่เกิดความเสียหายต่อตัวเครื่องด้านใน ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มียางกันกระแทกที่ขอบมุมของตัวเครื่องด้านนอกทั้ง 4 ด้าน มีความเหนียวเป็นพิเศษช่วยลดแรงกระแทก ทำให้มั่นใจว่าแม้จะตกจากโต๊ะทำงานหรือโต๊ะกับข้าวก็ยังปลอดภัยยังใช้งานได้ต่อ

และด้วยการออกแบบที่มีขอบยางอยู่ตรงมุมและด้านข้างของตัวเครื่อง ทำให้การถือจับทำได้สะดวกยิ่งขึ้นหยิบออกจากกระเป๋าได้ง่ายขึ้นที่สำคัญเวลาใส่ในกระเป๋าไม่ต้องกลัวหรือกังวลว่าจะมีอะไรไปกระแทกที่สำคัญด้านล่างของตัวเครื่องนอกจากจะเป็นยางสำหรับกันกระแทกแล้วยังช่วยให้การวาง แล็ปท็อป บนโต๊ะทำได้อย่างมั่นคงไม่ขยับไปมา

 

ด้านหลังของหน้าจอจะมีความด้าน ขึ้นลวดลายแบบ 3 มิติ ที่มีความทนทาน ขึ้นปุ่มแบบ 3 มิติขนาดเล็ก หรือ micro-dimpled ข้อดีคือช่วยให้ตัวเครื่องไม่เกิดรอย หรือเกิดก็เกิดจากกว่าแบบผิวเรียบ และไม่ต้องกังวลเรื่องคราบนิ้วมือ

ที่สำคัญ ASUS BR1100F ผ่านมาตรฐานความทนทานของกองทัพ MIL-STD-810H  แบบเดียวกันกับ ExpertBook B9400 ตัวเครื่องแข็งแกร่งทนทานต่อแรงกระแทกจากความสูงถึง 120 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่สูงกว่าโต๊ะมาตรฐาน ตัวบานพับและ I/O ต่างๆ ได้รับการทดสอบอย่างเต็มที่ว่าทนต่อแรงกดและใช้งานหนักได้อย่างต่อเนื่อง สามารถรับแรงกดในการถอดและเสียบอุปกรณ์ต่อเนื่องได้ถึง 5,000 รอบ ทดสอบการเปิดปิดบานพับของหน้าจออย่างต่อเนื่องได้ถึง 30,000 รอบ และที่สำคัญตัวเครื่องผ่านการทดสอบแรงดันที่สามารถทนแรงกดที่น้ำหนัก 28 กิโลกรัมที่ฝาและจากด้านล่างโดยไม่เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ภายใน 

ตัวแป้นพิมพ์ป้องกันความเสียหายจากน้ำหกได้ สามารถรับมือกับของเหลวที่หกใส่ได้ถึง 330 cc โดยที่น้ำไม่ซึมเข้าไปในตัวเครื่องทำให้เราสามารถเช็ดออกได้ง่ายทำความสะอาดได้ง่ายแล้วก็แห้งเร็วแต่อย่าลืมว่าถ้าหกแล้วควรรีบเช็ดทันที 

ตัวแป้นพิมพ์มีความทนต่อการงัดแงะ ไม่ต้องกลัวว่าปุ่มจะหลุดในขณะที่เช็ดหรือปัดฝุ่น ซึ่งระยะขอบของปุ่มกดและแป้นพิมพ์ทั้ง 4 ด้านจะถูกลดลงเพื่อป้องกันไม่ให้มีช่องว่างกว้างพอที่จะสามารถงัดปุ่มให้หลุดออกมาง่ายๆ

ด้านบนของตัวแป้นพิมพ์จะมีกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งจะทำงานในโหมดของแท็บเล็ต เมื่อเราพับตัวคีย์บอร์ดไปติดกับตัวหน้าจอที่ 360 องศา หากเปิด App กล้องจะสามารถถ่ายภาพจากกล้องตัวนี้ได้เปรียบเสมือนแท็บเล็ตที่มีกล้องหลัง

และเพื่อให้สมกับการเป็นแล็ปท็อป ในยุค New Normal ทาง Asus ได้เพิ่มระบบป้องกันแบคทีเรียมาด้วยทำให้แป้นพิมพ์ ทัชแพด รวมถึงที่พักฝ่ามือ ได้รับการปกป้องด้วย ASUS BacGuard ซึ่งเป็นสารเคลือบป้องกันการสะสมและเติบโตของแบคทีเรีย ได้รับการรับรอง ISO 22196 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้เกิน 99% ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถใช้แอลกอฮอล์ในการเช็ดล้างได้เพราะตัว ASUS BacGuard สามารถทนต่อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทำให้เราสามารถบำรุงรักษาเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ได้ตามหลักสุขอนามัย 

หนึ่งในข้อดีของรุ่นนี้คือตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีการถอดชิ้นส่วนภายในตัวเครื่องได้ง่าย สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ในนอกสถานที่ได้ง่าย ลดการเสียเวลาหรือไม่มีอุปกรณ์ในการแกะ สามารถถอดชิ้นส่วนประกอบต่างๆออกมาได้อย่างง่าย เช่น แป้นพิมพ์ อุปกรณ์ระบายความร้อน Port I/O สามารถถอดเอามาซ่อมแซมได้ภายในไม่กี่นาที โดยใช้แค่เครื่องมือง่ายๆ อุปกรณ์ภายในหลายชิ้นถูกยึดไว้ด้วยสกรู ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าถ้าแกะออกมาแล้วนัดจะหาย

มาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ USB 3.2 เจนเนอเรชั่นที่สอง แบบ Type-C® (USB-C®) รุ่นล่าสุด รองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูง พร้อมฟังก์ชั่น USB Power Delivery และพอร์ต USB 3.2 เจนเนอเรชั่นที่หนึ่ง Type-A

การใช้งาน

ASUS BR1100 มาพร้อมกับ Windows 10 Pro ของแท้ตั้งแต่โรงงานเลย ไม่ต้องเสียเงินอัพเกรดเอง ที่สำคัญในราคา 13,690 บาทเท่านั้น แค่ค่า Windows 10 Pro ก็เกินคุ้มแล้ว อีกทั้งการตอบสนองของเครื่องดีมาก แม้แรมให้มาแค่ 4GB ในระยะเริ่มต้นก็พอใช้งานได้ แต่ถ้าอยากได้ความลื่นไหลที่เพิ่มขึ้น แนะนำอัพเกรดเป็น 8GB หรือ 16GB จะทำงานได้ลื่นไหล หายกังวลมากกว่านี้

ตัวสเปกของเครื่องเหมาะสำหรับทำงานด้านเอกสาร เรียนออนไลน์ ใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง ดู YouTube อ่านแชท ตอบเมล Word Excel Powerpoint เล่นอินเตอร์เน็ต ซึ่งเหมาะมากที่จะเป็นคอมพิวเตอร์ประจำนักเรียน ใช้เรียนออนไลน์ หรือเรียนในห้องเรียน เพราะตัวเครื่องมีไฟ LED บอกสถานะพร้อมใช้งาน ครูที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะแอบปิดคอม

แรม 4GB เปิดมาก็ใช้ไป 2.3GB แล้ว หาดเปิด Chrome หรือ Microsoft edge ไม่กี่แท็บแรมก็เต็มแล้ว แนะนำว่าอัพเกรดแรมจะลื่นขึ้นมากครับ

ท่องอินเตอร์บนเว็บบราวเซอร์ลื่นไหล ไม่หน่วง ไม่กระตุก แต่ถ้าจะเปิดหลายๆ แรม 4GB เอาไม่อยู่แน่นอนครับ ลองแล้วเครื่องหน่วงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่หากให้แนะนำก็อัพเป็น 16GB ซะ จะได้เพียงพอแบบเหลือๆ ไม่ต้องกังวลเวลาเปิดบราวเซอร์หลายแท็บ

ปากกาใช้งานร่วมกับแอปวาดภาพในเครื่องได้

แอพ MyASUS มาให้ เป็นแอพที่ทำให้เราสามารถอัพเดทไดรเวอร์และเครื่องมือ และยูทิลิตี้ต่างๆ ที่มากับเครื่องได้ง่ายๆ นอกจากนั้นยังมีรายงานต่างๆ ที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์เสีย, Blue screen error, ระบบช้า, การเชื่อมต่อที่มีปัญหา เป็นต้น

ดู YouTube ได้ลื่นไหล ไม่หน่วง คุณภาพเสียงโอเค ไม่ถือว่าแย่ แต่ก็ไม่ได้ประทับใจ หากชอบฟังเพลง ต่อลำโพงดีๆ ช่วยได้ครับ

รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi 6 รุ่นล่าสุด ให้ความเร็วในการรับ ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนออนไลน์และวีดีโอคอลที่ราบรื่น

ทดสอบประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับ Intel® Pentium® Silver N6000 Processor 1.1 GHz (4M Cache, up to 3.3 GHz, 4 cores) และ Intel® UHD Graphics แรม DDR4 4GB และเพิ่มได้สูงสุด 16GB มาพร้อมกับหน่วยความจำ eMMC ขนาด 128GB ในตัว นอกจากนี้ยังมีสล็อตเพื่อรองรับอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 เพิ่มเติม เพื่อการเก็บข้อมูลส่วนขยายสูงสุดที่ 1TB เลยทีเดียว

ASUS BR1100F สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ไม่ต้องกังวลว่าจะขา่วงในการเรียนออนไลน์

สรุป

ASUS BR1100มีวางขายแล้ว ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 64 ที่ผ่านมา โดย BR1100C ราคา 11,390 บาท และ BR1100F ราคา 13,690 บาท มาพร้อมการรับประกัน ASUS Exclusive Care ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี ประกันระหว่างประเทศ 57 ประเทศทั่วโลก และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม พร้อมด้วย Windows 10 Pro ติดตั้งพร้อมใช้งาน

  • BR1100CKA-GJ0383R : 11.6″HD / Intel® Pentium® Silver N6000 Processor /RAM 4G /128GB / TPM / WiFi6 / Windows 10 Pro ราคา 11,390 บาท
  • BR1100FKA-BP0548R : 11.6″HD Touchscreen / Stylus/ Intel® Pentium® Silver N6000 Processor /RAM 4G /128GB / TPM / WiFi6 / Windows 10 Pro ราคา 13,690 บาท

*ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับ ซองใส่โน้ตบุ๊ค และ เม้าส์แบบไร้สาย