รีวิว Asus ExpertBook B9400 แล็ปท็อประดับองค์กรที่น้ำหนักเบาที่สุดในประเทศไทย

Asus ประเทศไทยเปิดตัว ASUS ExpertBook B9 (B9400) แล็ปท็อปในกลุ่มผลิตภัณฑ์องค์กร (Commercial) ที่มาพร้อมการอัพเกรดใหม่ เมื่อต้นเดือน มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา และได้วางขายเป็นที่เรียบร้อย แน่นอนว่าในบทความนี้เราก็จะ รีวิว ASUS ExpertBook B9400 ให้ทุกท่านได้ชมกัน

Asus ExpertBook B9400 มาพร้อมกับหน้าจอ 14 นิ้ว ได้รับรางวัลด้านการออกแบบจาก Red Dot Design Award ประจำปี 2020 น้ำหนักเพียงแค่ 1.005 กิโลกรัม เป็นแล็ปท็อปเพื่อธุรกิจขนาด 14 นิ้ว ที่เบาที่สุดในโลกก็ว่าได้ ดีไซน์ที่สวยงาม วัสดุและงานประกอบดูมีความแข็งแรง ไม่ต้องกงัวลเวลาพกพาเดินทาง พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานตลอดวัน มาพร้อมโปรเซสเซอร์ใหม่ 11th Gen Intel® Core™ และกราฟิก Intel Iris® Xe™ สำหรับการใช้งานอันหนักหน่วงพร้อมภาพแสดงผลอันยอดเยี่ยม แรมให้มาถึง 16GB ระบบตัดเสียงรบกวนขณะประชุมด้วย AI

มาเริ่มรีวิว ASUS ExpertBook B9400 กัน

ExpertBook B9 มีวางขายในไทยด้วยกัน 2 โมเดลคือ B9400CEA-KC0165R และ B9400CEA-KC0165T ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับ ซองหนังใส่โน้ตบุ๊ค และอะแดปเตอร์ Micro HDMI to RJ45

ราคา

B9400CEA-KC0165R

OS: Windows 10 Pro
CPU: Intel® Core i7-1165G7 Processor
GPU: Intel® Iris Xe Graphics
RAM: 16GB LPDDR4X on board
Storage: 1TB M.2 NVMe PCIe® 3.0 SSD
Display: 14.0” FHD Anti-glare sRGB: 100%
Keyboard: Backlit Chiclet Keyboard
ราคา : 49,490.- บาท สั่งซื้อ B9400CEA-KC0165R

B9400CEA-KC0165T

OS: Windows 10 Home
CPU: Intel® Core i7-1165G7 Processor
GPU: Intel® Iris Xe Graphics
RAM: 16GB LPDDR4X on board
Storage: 1TB M.2 NVMe PCIe® 3.0 SSD
Display: 14.0” FHD Anti-glare sRGB: 100%
Keyboard: Backlit Chiclet Keyboard
ราคา : 44,990.- บาท สั่งซื้อ B9400CEA-KC0165T

อุปกรณ์ที่แถมมา

  • ตัวเครื่อง ExpertBook B9
  • ซองใส่โน้ตบุ๊ค
  • อะแดปเตอร์ Micro HDMI เป็นอีเทอร์เน็ตกิกะบิต RJ45
  • อะแดปเตอร์ชาร์แบต
  • สายต่อความยาวอะแดปเตอร์ชาร์จแบต
  • คู่มือและการรับประกัน

ตัวเครื่องบรรจุมาในกล่องที่สวยงามอีกชั้น มีลูกเล่นในการเปิดฝากล่องแล้วตัวแท่นด้านล่างจะยกตัวเครื่องขึ้นมาจนสามารถหยิบได้ง่ายขึ้น

สำรวจดีไซน์

มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 14 นิ้วแบบ IPS ความละเอียด (1920 x 1080) 16:9 (LED Backlit,400nits,sRGB: 100%) จุดเด่นของรุ่นนี้คือขนาดของตัวเครื่อง ถึงแม้จะเป็นแล็ปท็อปที่มีขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องมีขนาดเทียบเท่ากับแล็ปท็อปหน้าจอ 13 นิ้ว เป็นผลมาจากขอบจอที่มีความบางมาก

โดยมีความบางอยู่ที่ 4 มิลลิเมตรหน้าจอแสดงผลคิดเป็น 94% ของขนาดตัวเครื่อง ส่งผลทำให้ตัวเครื่องเล็กลงไปด้วย เราจึงได้ใช้แล็ปท็อป 14 นิ้ว ที่ตัวเครื่องและน้ำหนักแทวจะเบากว่าแล็ปท็อปหน้าจอ 13 นิ้วซะอีก  นอกจากนั้นจอภาพยังลดแสงสะท้อนเป็น Anti-glare display ใช้งานได้แม้ในที่สภาวะแสงจ้านอกจากให้เรื่องความคมชัดขอภาพแล้วยังช่วยให้ลดอาการล้าของดวงตาเวลาเราใช้งานนานๆ ได้ด้วย 

นอกจากนั้นตัวกล้อง ยังมีสวิตซ์สำหรับเปิดปิดตัวกล้อง (Webcam Shield) หากเราไม่ต้องการใช้งานกล้องและต้องการความเป็นส่วนตัว เราก็ปิดสวิตช์ตัวกล้องแม้ตัวกล้องจะถูกแฮ็กหรือถูกโจมตีก็ไม่สามารถบันทึกภาพของเราได้ ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น หากเราต้องการใช้งานก็แค่เลื่อนเปิดเหมือนเดิม

ปล. หากเลื่อนปิดจะหยุดการทำงานของเว็บแคม กล้องอินฟราเรดแสกนใบหน้าของเราด้วย

ตัวกล้องหน้าทำงานร่วมกับ Windows Hello เพื่อปลดล็อคเข้าใช้งาน Windows ด้วยใบหน้ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับและวัดระยะใบหน้าที่ชื่อว่า ASUS AdaptiveLock เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง IR camera และ proximity sensor ทำให้การปลดล็อคด้วยใบหน้าทำได้เร็วขึ้น

โดย AdaptiveLock ล็อคจะตรวจจับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าจอและใช้กล้องอินฟาเรดเป็นตัวจดจำใบหน้าและ login อัตโนมัติ ทำให้เราสามารถปลดล็อคได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องกรอกรหัสผ่านด้วยมือ หากเราลุกออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ตัว Notebook ก็จะล็อคตัวเองโดยอัตโนมัติ ป้องกันข้อมูลของเราถูกขโมย หรือมีใครแอบมาใช้งานและครอบครัวเราโดยไม่ได้รับอนุญาต 

บนขอบจอด้านบนจะมีรูไมโครโฟนหลายๆอัน

Asus ExpertBook B9 มาพร้อมกับไมโครโฟนระยะไกล 4 ทิศทางและเทคโนโลยีขยายเสียงอัจฉริยะ ไมโครโฟนที่ด้านบนของจอภาพสามารถจับเสียงได้อย่างชัดเจน และก็ทำหน้าที่เป็นระบบตัดเสียงรบกวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประชุมแบบ Video Conference โดยระบบตัดเสียงรบกวนนั้นทาง Asus ได้ใช้เทคโนโลยี AI ที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ทั้งขาเข้าและขาออกรวมทั้งการกรองเสียงระบบที่รบกวนสตรีมสดของเรา และกรองเสียงรบกวนรอบลำโพง กำจัดเสียงรบกวนของบุคคลในห้องประชุมทั้งขาเข้าขาออก โดยเราสามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้อย่างง่ายด้วยการคลิกแค่ครั้งเดียว

มีลำโพงที่ผ่านการรับรองคุณภาพจาก harman/kardon ที่ให้เสียงมีมิติประหนึ่งว่ามีลำโพงคุณภาพดีติดมาด้วย เป็นการทำงานร่วมกันกับทีมผู้เชี่ยวชาญ ASUS Golden Ear เช่นเคย

มาพร้อมกับ BlackLit Keyboard มีไฟส่องสว่างสำหรับใช้งานในที่แสงน้อยหรือในที่มืด ตัวแป้นพิมพ์แต่ละแป้นได้รับระยะห่างและระยะการกดมาอย่างพอดีเพื่อให้การพิมพ์ของเราทำได้อย่างแม่นยำ ระยะการกดไม่ลึกมากพิมพ์สนุก ที่สำคัญตัวแป้นพิมพ์สามารถกันน้ำหกได้ ในที่นี้หมายถึงการป้องกันน้ำหกจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยเช่นการทำน้ำหกใส่ในปริมาณไม่เกิน 66 มิลลิลิตร จะไม่เกิดความเสียหาย แต่มีข้อแม้ว่าเราจะต้องรีบเช็ดออกทันที หากนานหรือปริมาณมากกว่านั้น ก็พังเหมือนกัน

ASUS NumberPad อัพเกรดมาถึง 2.0 แป้นตัวเลขพร้อมไฟ LED ส่องสว่างที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการป้อนข้อมูลแบบตัวเลขที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด วางอยู่บน Touchpad อีกที ฟังก์ชั่นและการใช้งานก็เหมือนกับที่มีใน ZenBook 13 (UX333) ที่เราเคยรีวิวให้ชมกันไป

ด้วยตัวแล็ปท็อป ExpertBook B9400 เจาะกลุ่มธุรกิจเป็นหลัก ฟังก์ชันปุ่มคีย์บอร์ดจะแตกต่างจาก แล็ปท็อปรุ่น Hi-end ของ ASUS ซึ่งปกติแล้วในรุ่น Hi-end ถ้าจะกดปุ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ เช่น เพิ่มเสียง-ลดเสียง ปิดเสียงเพิ่มความสว่างหน้าจอ เปิดไฟคีย์บอร์ด สามารถกดที่ปุ่มได้เลยโดยที่ไม่ต้องกด function (FN) แต่ในรุ่นนี้จะต้องกดปุ่มฟังก์ชั่นก่อนเพื่อเรียกใช้งานปุ่มฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เราต้องการ

กลับกันถ้าหากเราต้องการกดปุ่ม F1-F12 ก็สามารถกดได้เลยโดยที่ไม่ต้องกดปุ่มฟังก์ชั่นทำให้เราสามารถใช้งานปุ่มได้สะดวกและเหมาะสมสำหรับการใช้งานในกลุ่มธุรกิจองค์กรมากกว่า

ฟังก์ชันด้านความปลอดภัยระดับองค์กร นอกจากจะล็อคเครื่องด้วย Asus Active ล็อคแล้วยังมีการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยด้านฮาร์ดแวร์โดยมีปุ่มเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือที่ตัวเครื่องสำหรับลงชื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว 

ตัวแล็ปท็อปถูกออกแบบมาให้สามารถวางมือเพื่อพิมพ์สะดวกสบายและแม่นยำกว่าเดิม ซึ่งตัวนี้ใช้บานพับแบบ ErgoLift เหมือนกับแล็ปท็อปตระกูล Asus ที่เคยรีวิวให้ชมมาแล้วหลายตัว อาทิ Asus ZenBook 14 UM431D และ Asus ZenBook 15 UX534FT With ScreenPad 2.0 เป็นต้น เมื่อเราเปิดฝาหน้าจอออกตัวแป้นพิมพ์จะยกขึ้นสูง ทำให้ตัวแป้นพิมพ์มีองศารับกับมือเราพอดีที่สำคัญยังช่วยในเรื่องการระบายความร้อนด้วย

ยิ่งเปิดบานหน้าจอออกกว้างจะยิ่งยกสูงขึ้นตาม

 

สามารถเปิดได้กว้างสุด 180 องศา

ตัวเครื่องที่ทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-ลิเธียม ทำให้มีน้ำหนักที่เบา แต่มีความแข็งแรง น้ำหนักเพียงแค่ 1.005 กิโลกรัม ถือมือเดียวได้สะสบาย และอย่าลืมว่านี่คือแล็ปท็อปขนาด 14 นิ้ว พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 66WHrs, 4S1P, 4 ก้อน ตัวเครื่องหนาเพียงแค่ 14.9 มม. เท่านั้น โดยชาร์จแบตผ่านอะแดปเตอร์ 65W รองรับระบบชาร์จเร็ว งสามารถชาร์จได้มากถึง 60% ในเวลาเพียง 49 นาที เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางอยู่เสมอ  

ExpertBook B9 ก็ยังมาพร้อมกับพอร์ต I/O แบบจัดเต็ม รวมถึงพอร์ต Thunderbolt™ 4 ที่ล้ำสมัย ซึ่งเป็นโซลูชั่นการเชื่อมต่อด้วยสายแบบใหม่ล่าสุดที่รองรับอินเทอร์เฟซ USB 4 ที่ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 40 กิกะบิตต่อวินาที

และยังสนับสนุนการเชื่อมต่อจอภาพความละเอียด 4K และการชาร์จไฟที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB Type-A, HDMI, และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อเครือข่าย Ethernet พร้อม Mac Address ในตัว

Thunderbolt™ 4 USB-C® 2 ช่อง, HDMI, RJ45 via micro HDMI
ช่องต่ออะเดปเตอร์สำหรับชาร์จแบต, USB 3.2 Gen 2, Kensington lock slot
แถบขาวๆ ตรงกลางเครื่องคือไฟ LED สำหรับแสดงสถานะต่างๆ เช่นการชาร์จ หรือแจ้งเตือนต่างๆ

ผ่านการทดสอบ US military standard ได้รับมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810H โดยทดลองการใช้งานในทุกสภาวะ ทั้งความร้อน ความเย็น ความชื้น ผ่านการทดสอบการตกหล่น การสั่นสะเทือน ทดสอบการใช้งานในที่สูง เรียกว่าผ่านการทดสอบในระดับเกินมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำหนด

  • ผ่านการทดสอบความทนทานจากการเปิด-ปิดกว่า 50,000 ครั้ง
  • ผ่านการทดสอบความทนทานจากการเสียบอุปกรณ์เสริมกว่า 5,000 ครั้ง
  • ทนทานต่อแรงกดบนฝาเครื่องทั้งด้านบนและด้านล่างถึง 30 กิโลกรัม โดยไม่ส่งผลเสียต่อจอภาพ
  • ออกแบบมาเพื่อรองรับการกดกว่า 10 ล้านครั้ง
  • ทนต่อแรงกระแทกที่ 150G/0.0025 วินาที ถึง 6 ครั้ง จากทุกทิศทาง
  • ทนทานต่อการตกจากความสูง 120 เซนติเมตร จากการจำลองอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้บนโต๊ะทำงาน
  • ทนทานต่อการสั่นสะเทือนที่ความถี่ 5-500 เฮิร์ตซ์จากทุกทิศทางเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
  • ทนทานต่อความชื้นสูง 85% ในอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทั้งในกรณีที่เปิดเครื่องและปิดเครื่อง
  • ใช้งานได้ตามปกติบนความสูง 15,000 ฟุตเพื่อจำลองการใช้งานบนเครื่องบินหรือการขนส่งทางเครื่องบิน
  • ใช้งานได้ตามปกติโดยทนทานต่ออุณภูมิสูง 50 องศา และต่ำสุดที่ 0 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 20 ชั่วโมง

หนึ่งในลูกเล่นที่ผมชอบก็คือมีการออกแบบมาให้กล่องที่บรรจุสายไฟและอะเดปเตอร์ สามารถใช้งานเป็นแท่นวางแล็ปท็อปได้ ซึ่งในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานมาให้ซึ่งการนำมาใช้งานก็ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพียงแค่พับเป็นสามเหลี่ยมแล้วก็วาง Notebook ของเราได้เลย

ส่งผลทำให้เราไม่จำเป็นต้องทิ้งกล่องที่เราไม่ต้องการเป็นขยะช่วยประหยัดพลังงานแล้วก็ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในระยะยาวในการผลิตแล็ปท็อปของ ASUS ได้เป็นอย่างดี

การใช้งาน

มาพร้อมกับ Windows 10 Pro 64bit ของแท้ตั้งแต่โรงงานเลย ฟีเจอร์ครบ เหมาะสำหรับใช้งานด้านธุรกิจมากกว่า Windows 10 Home เนื่องจากตัว Home จะปิดฟีเจอร์ด้านองค์กรหลายๆ ตัว หากใช้ตัวนั้นอาจจะได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมี MyASUS เหมือนผู้ช่วยการทำงาน ที่ทำให้ชีวิตในองค์กรง่ายขึ้น สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ ExpertBook B9 ของเราได้อย่างง่ายมาก สามารถถ่ายโอนไฟล์ URL การแจ้งเตือน อ่าน รับ และส่งข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดได้บน ExpertBook B9 ของเราได้เลย

ในแง่การใช้งานประทับใจมาก ตอบสนองได้เร็วมาก ไม่ค้าง ไม่หน่วง ไม่กระตุก สลับโปรแกรมได้เร็ว เหมาะที่จะเอามาทำงานนอกสถานที่ พิมพ์งานสนุกมาก ซึ่งผมก็ใช้ตัวนี้เขียนบทความในเว็บไปหลายอันเลย

 

อย่างที่กล่าวตอนแรกว่ารุ่นนี้รองรับ Wi-Fi 6 AX สามารถเชื่อมต่อกับเร้าเตอร์ที่รองรับได้ความเร็วที่เต็มประสิทธิภาพ หายห่วงเลย ได้แล็ปท็อปที่แรง และเชื่อมต่อได้เร็ว

ทดสอบประสิทธิภาพ

ASUS ExpertBook B9400 มาพร้อมกับสเปกที่จัดเต็มมากๆ ตัวประมวลผล Intel® Core™ i7-1165G7 1.2-2.8 GHz (แคช 12M, สูงสุด 4.7 GHz) พร้อม Intel® Iris Xe Graphics ความปลอดภัยของข้อมูลระดับสูงด้วยชิพเข้ารหัสข้อมูล Trusted Platform Module 2.0 (TPM) และ Intel WiFi 6 ที่ให้ความเร็วสูงในการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย ให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลทั้งบนเครือข่ายและการใช้งานกราฟิกที่รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี

หน่วยความจำ (RAM) ขนาด 16GB LPDDR4X อัพเกรดแรมได้สูงสุด 32GB หน่วยเก็บข้อมูลขนาด 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD รองรับเทคโนโลยี RAID 0 และ RAID 1

แบตเตอรี่จากที่ทดสอบพบว่าใช้งานได้ยาวราวๆ 6-7 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้งเลยทีเดียว ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน และน่าประทับใจมากครับ

สรุป

ASUS ExpertBook B9400 วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้นที่ 44,990 บาท มาพร้อมโปรแกรมบริการหลังการขาย ASUS Expert Care บริการสายตรง Hotline ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันตลอดสัปดาห์ สำหรับลูกค้า VIP พร้อมช่วยเหลือทันท่วงที ทั้งยังครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี ประกันระหว่างประเทศ 57 ประเทศทั่วโลก และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม

พร้อมด้วย Windows 10 Home หรือ Windows 10 Pro ติดตั้งพร้อมใช้งาน