รีวิว ASUS M3200 all-in-one PC จอ 21.5 นิ้ว ชิป AMD Ryzen 5000 Series

ในตอนปลายปี 2020 ที่ผ่านมาทางเว็บเราได้รีวิว All-in-One PC จากแบรนด์ Asus ในรุ่น Asus AIO M241DA  ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One ที่มีหน้าจอขนาด 23.8 นิ้วในราคาหมื่นกลางกลางให้ชมกันไป และช่วงมกราคม 2021 เราก็ได้ รีวิว Asus V421 เป็น All-in-One PC รุ่นใหม่ล่าสุด ในเวลานั้นของ ASUS ที่มาพร้อมกับชิป Intel 11th Gen พร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องในโทนสีทอง และในบทความนี้เราจะ รีวิว Asus M3200 ซึ่งเป็น All In One PC รุ่นใหม่ล่าสุด ณ ตอนที่เรากำลังรีวิวอยู่รุ่นนี้ยังไม่มีวางขาย

Asus M3200 จะเริ่มวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กรกฎาคม 2021 โดยในรุ่นนี้จะเป็น All-in-One PC ที่แตกต่างจาก 2 รุ่นที่กล่าวมาข้างต้นเล็กน้อย เพราะหน้าจอที่เล็กลง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD หน้าจอเป็น LED Display ที่ความบาง 2 มิลลิเมตร เป็นจอที่บางมากๆ สำหรับ Desktop ที่เป็น All In One PC ในรุ่นที่วางขายจะมีให้เลือกหลายโมเดลมีตั้งแต่ AMD Ryzen 3, Ryzen 5และ Ryzen 7

ส่วนรุ่นที่เรากำลังจะรีวิวให้ชมคือ Asus M3200WU มาพร้อมกับชิป AMD Ryzen™ 3 5300U แรม 8GB DDR4 SO-DIMM หน่วยความจำ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD วางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กรกฎาคม 2021 ในราคาเริ่มต้น 18,990 บาท

รีวิว ASUS M3200 all-in-one PC

สำรวจตัวเครื่อง

Asus M3200 มาพร้อมกับหน้าจอ LED Backlit ขนาด 21.5 นิ้ว ความละเอียด full hd 1920 x 1080 พิกเซล เป็น IIPS-level Panel และจอ Anti-glare display ความสว่างหน้าจออยู่ที่ 250nits เป็น IPS เป็นจอ sRGB: 100% ตัวหน้าจอเป็นแบบ NanoEdge ความบางของขอบเพียงแค่ 2 มิลลิเมตร มีขอบดำเล็กน้อย หน้าจอแสดงผลคิดเป็น 80% ของขนาดตัวเครื่อง

จากภาพจะเห็นว่าขอบจอมีความบางมาก เห็นขอบดำของหน้าจออยู่เล็กน้อย เวลาวางบนโต๊ะทำงานดูสวยงามขึ้นเยอะมาก และด้วยความที่เป็น All In One PC ทำให้ไม่ต้องมีสายเกะกะสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ

จริงๆแล้วตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีด้วยกันคือสีทองและสีเงิน เท่าที่ดูรูปมาสีเงินจะออกดูหรูกว่านิดหน่อย แต่ก็แล้วแต่คนชอบล่ะครับ ตัวหน้าจอให้มุมมองของภาพได้กว้างถึง 170 องศาทำให้เราสามารถมองด้านข้างจอก็ยังให้ภาพที่คมชัดอยู่

กล้องหน้าอยู่ด้านล่างของหน้าจอ ความละเอียด 1 ล้านพิกเซล 720p สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อสแกนใบหน้าสำหรับปลดล็อคเข้าใช้งานเครื่องได้ด้วย

ตัวเครื่องมีลำโพงมาให้ 2 ตัว ซึ่งจะอยู่ด้านล่างของตัวเครื่อง ระบบเสียง ASUS SonicMaster ขั้นสูง ที่มีระบบลำโพงสะท้อนเสียงเบสแบบ DTS Audio Processing พาเราไปกับความดื่มด่ำภายใต้ภาพที่น่าทึ่งและเสียงที่ยอดเยี่ยม เพื่อประสบการณ์ความบันเทิงขั้นสุดยอด

รูด้านข้างกล้องเป็นไมโครโฟนแบบ Array ระดับสูงเพื่อกรองเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างฉลาด ช่วงความถี่การบันทึกที่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างมากช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจำเสียงเมื่อใช้ Windows Cortana

ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ฝั่งล่างด้านซ้าย (ถ้านั่งตรงข้ามหน้าจอ ปุ่มจะอยู่ล่างขวามือ) การใช้งานก็สะดวก หากใช้งานแรกๆ ก็อาจจะหาปุ่มไม่เจอ หากใช้งานนานๆ ก็จะชินกับตำแหน่งการวางปุ่มเอง จากภาพจะเห็นว่าเอื้อมมือไปด้านหลังสามารถกดปุ่มเปิดได้เลยแรกๆก็คงต้องทำกันไปก่อนจนชินกับตำแหน่งก็สามารถยื่นมือไปแล้วกดเปิดได้เลย

ด้านล่างตัวเครื่องยังมี USB 3.2 Gen 1 อีก 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่อแฟลชไดร์ต่างๆ ไม่ต้องลุกไปเสียบหลังจอ ซึ่งเหมาะกับการเสียบ Flash Drive มากกว่าเสียบอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างอื่นที่มีลักษณะเป็นสายอาทิ สายเครื่อง print หรืออุปกรณ์ต่างๆ พวกที่เป็นสายแนะนำว่าเสียบด้านหลังดีกว่า และมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. มาให้ด้วย

ขาตั้งที่ออกแบบมาสวยงาม ไร้รอบต่อ ดูเรียบๆ แต่สง่างาม วัสดุเป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียว ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงที่สมบูรณ์และรูปลักษณ์ที่สง่างาม รูปร่างของมันได้รับการออกแบบมาเพื่อให้คล้ายกับตัวอักษรจีน 人 ที่แปลว่า “คน” ปรับเอียงได้หลายระดับ

บานพับสมบูรณ์แบบที่แข็งแกร่งช่วยให้จอภาพตั้งอยู่บนตำแหน่งที่มั่นคงในขณะที่คุณเอียงจอให้แสดงผลในมุมที่คุณพอใจหรือถนัดที่สุด โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวฐานจะไม่สามารถรับน้ำหนักของตัวเครื่องได้ ไม่ต้องกังวลว่าเอียงมากๆ จะล้ม

ตัวเครื่องน้ำหนัก 4.84 กิโลกรัม ขนาด 48.9 x 38.7 x 5.1 ซม. วางบนโต๊ะทำงานขนาดมาตรฐานได้อย่างพอดิบพอดี ฐานแน่นหนาวางแล้วยึดติดกับพื้นไม่เลื่อนไปมา และยังมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางเมาส์และคีย์บอร์ดเล็กน้อย

adapter ขนาด 90W มีขนาดเล็กเทียบเท่า adapter ชาร์จแบตของแล็ปท็อป ให้ความยาวของสายมาเพียงพอสำหรับใช้งาน ทำให้สะดวกต่อการเชื่อมต่อและจัดเก็บให้เป็นระเบียบบนโต๊ะทำงานของเรา

ด้านหลังตัวเครื่องมีดีไซส์มาอย่างดี นูนออกเล็กน้อยเพื่อให้มีพื้นที่เก็บอุปกรณ์ของตัวเครื่องให้เพียงพอ ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องจะอยู่ล่างซ้ายมือ ส่วนช่องต่ออะเปเตอร์และ Port เชื่อมต่อต่างๆ จะอยู่ตรงกลางถัดจากขาตั้งขึ้นมานิดนึง

มีพอร์ต USB 3.2 Gen 1 จำนวน 4 พอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดที่เรามี และพอร์ต HDMI-out 1.4 สำหรับเชื่อมต่อจอแสดงผลภายนอกเพิ่มเติม ที่สำคัญมี RJ45 รองรับ LAN 10/100/1000/Gigabits มาให้ด้วย ส่วนใครสะดวกต่อ Wi-Fi ก็ได้เช่นกัน รองรับ Wi-Fi 5(802.11ac) และรองรับ BT5.0 จริงๆในโมเดลของรุ่นนี้มีรุ่นรองรับ WiFi 6 ด้วยแต่ไม่แน่ใจว่าในไทยจะมีขายหรือเปล่า

เมาส์ออปติคัลแบบไร้สาย คีย์บอร์ดไร้สายสีทอง มีแถมมาให้ในกล่องเลย Keyboard Wireless ขนาดมาตรฐาน ใช้ถ่าน AAA จำนวน 3 ก้อน ใช้งานสะดวก เชื่อมต่อง่าย น้ำหนักเบา และสวยงาม มาในดีไซน์สีดำด้าน ทั้งเมาและคีย์บอร์ด

ซอฟท์แวร์และการใช้งาน

ในแง่ Software มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบ 64 bit ไม่แน่ใจว่าในเวอร์ชั่นที่ขายจะมีแถม Office home and student 2019 มาด้วยเหมือนกับรุ่นก่อนหน้าหรือเปล่า ในแง่การใช้งานรู้สึกว่ารุ่นนี้มีความลื่นไหลและสมูทตอบสนองได้ดีกว่า 2 รุ่นที่กล่าวมาข้างต้น

เปิดโปรแกรมหลายตัวพร้อมกันได้ ใช้งาน Google Chrome หรือ Microsoft Edge เปิดหลายแท็บไม่มีปัญหาเลย สเปคที่มาพร้อมกับ AMD Ryzen 3 ที่ขึ้นชื่อเรื่องรองรับการใช้งานหลายอย่างพร้อมกันและ Ram ที่ให้มาเริ่มต้นถึง 8 GB ddr4 บวกกับหน่วยความจำที่เป็น SSD M.2 แบบ NVMeจึงทำให้การใช้งานโปรแกรมรวมถึงการเปิดเข้าหน้า Windows ทำได้เร็วมาก

การใช้งานด้านโปรแกรมเกี่ยวกับงานธุรการอาทิ word excel Powerpoint หรือแม้แต่เปิดอีเมล อ่านอีเมล เล่นเน็ตทั่วไปทำได้ดีเยี่ยมตอบสนองการใช้งานได้ดี เปิดไฟล์ ปิดไฟล์ เข้าถึงไฟล์ รวมถึงการ copy ทำได้เร็ว
ในแง่การใช้ Google Chrome หรือ Microsoft Edge เท่าที่ใช้งานมาไม่ว่าจะเปิดหลายแท็บ ราวๆ 10-15 แท็บ ก็ยังไม่เจออาการหน่วงอีกครั้งเห็นถือว่าทำได้ดีเลย

ในแง่ความบันเทิงลองเปิดดูคลิปใน YouTube ทำได้ลื่นไหลสมมุติภาพก็สวยที่สำคัญให้คุณภาพเสียงที่ดีมากเทียบเท่ากับการต่อลำโพงดีๆ เลยทีเดียว สามารถเปิดดังโดยที่ยังมีความคมชัดของเสียงมีมิติของเสียงรวมถึงความดังของเสียงของลำโพงก็ดังเทียบเท่าการเปิดกับลำโพงที่ต่อภายนอกเลย

ทดสอบ speedtest ความเร็วเน็ต โดยที่บ้านผมใช้เน็ตความเร็ว 1,000/500 Mbps ทดสอบโดยเชื่อมต่อ WiFi 5GHz โดย Router อยู่คนละห้องกับตัวคอมพิวเตอร์ ได้ความเร็วที่ค่อนข้างน่าพอใจเลยทีเดียวสำหรับ WiFi 5

 

ทดสอบประสิทธิภาพ

ข้อมูลสเปก มาพร้อมกับชิป AMD Ryzen™ 3 5300U Processor 2.6 GHz (4M Cache, up to 3.85 GHz, 4 cores) แรม 8GB DDR4 SO-DIMM และหน่วยความจำ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD

สรุป

Asus M3200 เป็น all-in-one PC อีกรุ่นที่ถือว่าสเปกเริ่มต้นเพียงพอสำหรับการใช้งานเลย โดยไม่ต้องอัพเกรดใดๆ เพิ่มเติม แต่หากต้องการอัพเกรดเพิ่มก็แนะนำเป็นเพิ่ม แรมเป็น 16GB ใส่ HDD เพิ่มเข้าไป หรือจะใช้พวก External HDD ก็สะดวกเช่นกัน เหมาะสำหรับเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทำ เรียนออนไลน์ ที่ไม่ต้องใช้การประมวลผลกราฟฟิกหหนักๆ และมีพื้นที่โต๊ะในการวางจำกัด รุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจครับ