ในบทความนี้เราจะพามาชม รีวิว Mi 10T Pro ซึ่งเป็นมือถือ 5g ของค่าย xiaomi ความพิเศษของรุ่นนี้คือสามารถใช้งาน 5g ในประเทศไทยได้ โดยรองรับ 5g แบบ nsa และเป็นมือถือ 5g ที่สเปคแรงมากๆ ในราคาที่จับต้องได้ โดยมีวางขายในไทยด้วยกัน 2 โมเดล คือ รุ่นเริ่มต้น Mi 10T ราคาอยู่ที่ 12,990 บาท และรุ่น Mi 10T Pro ราคา 13,990 บาท สำหรับรุ่นที่เราจะรีวิวให้ชมในบทความนี้คือ Mi 10T Pro นั้งเอง

Mi 10T Pro มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate อยู่ที่ 144 Hz ความละเอียด Full HD+ หน้าจอแบบ Dotdisplay มีกล้องหน้าอยู่บนหน้าจอแสดงผล และแรม 8 GB หน่วยความจำภายใน 128GB แบบ ufs 3.1 กล้องหลังความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เป็น AI Camera พร้อมด้วยกันสั่น OIS ตัวชิปประมวลผลเป็น Snapdragon 865 ซึ่งรองรับ 5g ด้วย ที่สำคัญให้แบตเตอรี่มาถึง 5000 มิลลิแอมป์ และรองรับระบบชาร์จเร็ว 33 วัตต์

วางขายผ่านทาง AIS Shop, Ture Shop, Com7, JAYMART, TG FONE, JD CENTRAL, Lazada, Shopee, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

ราคาและการวางจำหน่าย Mi 10T และ Mi 10T Pro

  • Mi 10T Pro ความจุ 8GB+128GB ราคา 13,990 บาท จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์ม JD CENTRAL, Lazada, Shopee
  • Mi 10T Pro ความจุ 8GB+256GB ราคา 15,990 บาท จะวางจำหน่ายผ่านร้าน AIS Shop, True Shop, Com7, JAYMART, TG FONE, JD CENTRAL, Lazada, Shopee, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • Mi 10T ความจุ 8GB+128GB ราคา 12,990 บาท จะวางจำหน่ายผ่านร้าน AIS Shop, Ture Shop, Com7, JAYMART, TG FONE, JD CENTRAL, Lazada, Shopee, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ 

【1399THB JD POINT CASHBACK】Xiaomi Mi 10T Pro(8+128GB) รองรับ5G 144HZ Screen,108MP Camera
———————–
ราคา: ฿13,990
ซื้อ: https://u.jd.co.th/vxGElU

คุณสมบัติเด่นของสมารท์โฟน Mi 10T Pro

  • หน้าจอขนาด 6.67 นิ้วแบบ Full HD+ Dotdisplay ที่มาพร้อมอัตราการสัมผัสที่ไหลลื่นไม่มีสะดุด (Refresh Rate) เร็วถึง 144 เฮิรตซ์ และตัวเครื่องทั้งหน้าและหลังใช้ Corning Gorilla Glass 5 พร้อมสบายตาด้วยการแสดงผลบนหน้าจอที่ได้รับการรับรองว่ากรองแสงสีฟ้า (Low Blue Light Certification) จาก TÜV Rheinland
  • ซิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 865 ระบบประมวลผลด้วย Kyro™ 585 CPU, octa-core CPU ให้ความเร็วเร็วสูงถึง 2.84 กิกาเฮิรตซ์
  • กล้องหลัง AI 3 ตัวความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 8K ด้วยอัตราภาพ 30 เฟรมต่อวินาที
    • เลนส์หลัก ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ขนาด 1.6 μm ซุปเปอร์พิกเซลแบบ 4-in-1
    • เลนซ์อัลตร้าไวด์ (ultra-wide) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมอง 123 องศา
    • เลนส์มาโคร (Macro) ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหน้าในหน้าจอความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh (typ) ด้วยเทคโนโลยี MMT (Middle Middle Tab) รองรับการชาร์จเร็ว 33 วัตต์
  • ความจุมี 2 ขนาด คือ 8GB+128GB และ 8GB+256GB
  • ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Cosmic Black, Lunar Silver และ Aurora Blue

รีวิว Mi 10T Pro : ภาคสำรวจรอบตัวเครื่อง

อุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวเครื่อง Mi 10T Pro
  • อะแดปเตอร์ ชาร์จเร็ว 33W
  • สาย USB Type-C
  • ที่เสียบเปิดช่องใส่ซิม
  • คู่มือการใช้
  • ใบรับประกัน
  • เคสป้องกันแบคทีเรียซิลเวอร์ไอออน
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอป้องกันแบคทีเรีย

ตัวหน้าจอของ Mi 10T Pro มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว แบบ Dotdisplay ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล FHD+ เป็นหน้าจอแบบ AdaptiveSync TrueColor ถือว่าเป็นจอแสดงผลแบบแบนที่ดีที่สุด ที่เคยมีอยู่บนสมาร์ทโฟนในทุกรุ่นในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีอัตรา Refresh Rate 144 Hz ซึ่งถือว่าเป็นอัตราค่ารีเฟรชเรทที่สูงมากในอุตสาหกรรมมือถือในปัจจุบัน และทุกรุ่นที่มาพร้อมกับ Refresh Rate ที่สูงแบบนี้ ราคาก็มักจะสูงไปด้วย แต่ในรุ่นนี้ราคาแค่หมื่นต้นๆ และที่สำคัญในหลายๆ รุ่นอัตราค่ารีเฟรชเรทที่สูงมักจะส่งผลให้ใช้พลังงานที่สูงขึ้นไปด้วย และอัตราเฟรมเรทที่ไม่สอดคล้องกัน

แต่ด้วยการแสดงผลแบบ AdaptiveSync ของ Xiaomi ทำให้การจับคู่อัตราเฟรมเรทของเนื้อหาโครงการโดยอัตโนมัติ และสามารถปรับแต่งอัตรารีเฟรชเรทตามลักษณะการใช้งานเช่นดูหนังอัตราค่ารีเซ็ตจะอยู่ที่ 48Hz หรือการรับชมซีรีส์ที่ 50Hz สำหรับการดู Streaming จะอยู่ที่ 30Hz หรือ 60Hz และแน่นอนสำหรับการเล่นเกมก็จะแสดงอัตราค่าเหล็กเส้นเลือดที่ 144Hz ด้วยการปรับแต่งอัตราค่ารีเซ็ตเรทและอัตราเฟรมของเนื้อหานี้ทำให้การใช้งานแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้อัตราค่ารีเฟรชเรทที่สูงเมื่อไม่ได้จำเป็น ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ 8% หลังจากใช้งานหนัก 6 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการรักษาอัตราการรีเฟรชคงที่

และด้วยเทคโนโลยี Motion Estimation, Motion Compensation (MEMC) จะช่วยปรับปรุงความลื่นไหลของเนื้อหาอัตราเฟรมต่ำเพื่อแสดงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอย่างชัดเจน โดยอัลกอริทึมสามารถรับรู้วิถีการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำและแทรกเฟรมการชดเชยอย่างเป็นธรรมชาติในเนื้อหาที่มีอัตราเฟรมต่ำ เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์ทีวี หรือเกมกีฬา เพิ่มอัตราเฟรมสูงสุด 60fps ลดความเบลอและการกะพริบได้อย่างมีประสิทธิภาพอุปกรณ์จะแทรกเฟรมมากขึ้นเพื่อให้วิดีโอนั้นลื่นไหลและรับชมได้ดีขึ้น และยังรองรับการแสดงผล HDR เมื่อเล่นเนื้อหาวิดีโอ HDR10

ด้วยช่วงสีกว้าง รองรับ DCI-P3 โดยการการนำมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์มาใช้เพื่อให้ช่วงสีที่กว้างขึ้นมากเมื่อเทียบกับ sRGB ทำให้ได้รับประสบการณ์ภาพที่สมจริง และ TrueColor (JNCD ≈ 0.39, Delta E ≈ 0.63 ) ทำให้จอแสดงผลมีสีที่หลากหลายและแม่นยำ โหมดการอ่าน 3.0 จะจำลองพื้นผิวกระดาษเพื่อปกป้องดวงตาของคุณในขณะที่ Sunlight display 3.0 จะช่วยเพิ่มความต่างโดยอัตโนมัติและปรับความอิ่มตัวของสีแบบหลากหลายเมื่ออยู่นอกอาคาร ด้วยเซ็นเซอร์วัดแสงรอบข้าง 360° ในตัวหน้าจอจะสามารถปรับความสว่างได้อย่างชาญฉลาดแม้ในสภาวะย้อนแสง

ด้านบนของหน้าจอเป็นกล้องหน้าที่รวมอยู่ในหน้าจอแสดงผล หรือที่เรียกว่า DotDisplay โมดูลกล้องหน้าจะอยู่บริเวณฝั่งซ้ายมือด้านบนของหน้าจอ มีหน้าจอแสดงผลที่แสดงผลล้อมรอบตัวกล้องหน้าอีกทีนึง ถัดขึ้นไปด้านบนจะมีไฟ LED Notification โดยจะแจ้งเตือนสถานะต่างๆเ ช่นชาร์จแบต มีสายเรียกเข้า มีข้อความ เป็นต้น ส่วนลำโพงสำหรับสนทนาจะอยู่ตรงกลางของหน้าจอ

กล้องหน้า 20MP Ultra-clear (Samsung S5K3T2) ขนาดพิกเซล 0.8μm, ซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1 ถึง 1.6μm ขนาดเซนเซอร์ 1 /3.4 “, FOV 77.7°, f/2.2, เลนส์ 5P, FF

ฟีเจอร์กล้องหน้า

  • ตั้งเวลาถ่ายต่อเนื่อง
  • โหมดกลางคืน
  • เซลฟี่พานอรามา
  • ชัตเตอร์ด้วยอุ้งมือ
  • กรอบภาพยนตร์
  • HDR
  • แฟลชด้านหน้า
  • จดจำใบหน้า
  • AI ฟรุ๊งฟริ๊ง
  • โหมดพอร์ทเทรต AI
  • ตรวจจับฉาก AI
  • ปลดล็อกด้วยใบหน้า AI
  • บันทึกวิดีโอ 1080p@30fps, บันทึกวิดีโอ 720p@30fps, บันทึกสโลว์โมชั่น 720p@120fps

ด้านล่างของจอจะเป็นปุ่มควบคุมแบบสัมผัสจำนวน 3 กลุ่มโดยที่เราสามารถตั้งค่าสลับตำแหน่งได้ โดยปุ่มทั้ง 3 ปุ่มจะมีปุ่ม Recent App ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ หากเราใช้งานไม่ถนัดก็สามารถสลับปุ่ม Recent App กับปุ่มย้อนกลับได้

ด้านล่างของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยลำโพงอยู่ฝั่งซ้ายมือซึ่งเป็นลำโพงของตัวเครื่องถัดไปเป็นรูไมโครโฟนสำหรับสนทนา ตรงกลางเป็นช่อง usb Type C สำหรับชาร์จแบตและเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และเป็นรูเชื่อมต่อหูฟังแบบ USB Type C ซึ่งในกล่องจะมีแถมอะแดปเตอร์ USB Type C to 3.5 mm

รองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 33W ชาร์จ 100% ในเวลาเพียง 59 นาที

มาให้สุดท้ายเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดโดยจะต้องใช้เข็มจิ้มซึ่งมีแถมมาในกล่องโดยรุ่นนี้รองรับ 2 ซิมแบบนาโนซิม รองรับ 5G/4G+/4G/3G/2G รองรับการโทรแบบซิมคู่ VoLTE HD

แบนด์เครือข่ายที่รองรับ

  • 5G: n1/n3/n7/n8/n20/n28/n38/n41/n77/n78
  • 4G: LTE FDD: B1/2/3/4/5/7/8/20/28/32
  • 4G: LTE TDD: B38/40/41
  • 3G: WCDMA:B1/2/4/5/8
  • 2G: GSM: B2/3/5/8
อะแดปเตอร์ USB Type C to 3.5 mm
อุปกรณ์ชาร์จเร็ว 33W มีแถมมาในกล่องเลย

ด้านขวามือของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่มลดเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องโดยที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่บนปุ่มด้วยโดยปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่กึ่งกลางค่อนไปทางด้านบนของตัวเครื่องถ้าจับด้วยมือเดียวนิ้วชี้หรือนิ้วกลางจะอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับปุ่มพอดีในกรณีที่ถือมือซ้ายสำหรับมือขวาจะตรงกับนิ้วโป้งพอดี

ตัวเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือของตัวเครื่องทำงานได้เร็วมากไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้วยนิ้วโป้งข้างขวาหรือนิ้วชี้ข้างซ้ายอีกทั้งยังสามารถตั้งค่าได้รวดเร็วและเพิ่มได้หลายนิ้วสามารถปลดล็อคได้ทันทีโดยไม่ต้องกดเปิดหน้าจอก่อนความเร็วในการสแกนเร็วมากๆ แทบไม่รู้สึกว่านี่คือการปลดล็อคหน้าจอโดยการสแกนนิ้วมือ

ส่วนฝั่งซ้ายมือตัวเครื่องจะเป็นดีไซน์เรียบไม่มีปุ่มฟังก์ชั่นอะไรอยู่ตัวเครื่องถูกออกแบบให้มีความโค้งมนรับกับอุ้งมือจับถนัดมือแม้ตัวเครื่องจะมีหน้าจอขนาดใหญ่แต่สามารถจับมือเดียวได้ถนัด

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟน และรีโมทคอนโทรลอินฟราเรด สำหรับใช้มือถือควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้

เครือข่ายไร้สายที่รองรับ

  • โปรโตคอลที่รองรับ: 802.11a/b/g/n/ac/ax
  • รองรับ 2.4G Wi-Fi / 5G Wi-Fi
  • รองรับ 2×2 MIMO, เสียง 8×8 สำหรับ MU-MIMO, Wi-Fi Direct, จอแสดงผล Wi-Fi, WPA3
  • รองรับบลูธูท 5.1, Qualcomm® TrueWireless™ Stereo Plus
  • รองรับ AAC/LDAC/LHDC
  • รองรับ 5G MultiLink
  • สลับระหว่าง Wi-Fi 2.4GHz, 5GHz Wi-Fi และ 4G / 5G โดยอัตโนมัติ
  • มัลติฟังก์ชั่น NFC

ตัวเครื่องมาพร้อมกับวัสดุกระจก CorningGorilla Glass 5 ครอบคลุมเลนส์ ด้านหน้า ด้านหลัง และกล้อง ทำให้ด้านหลังตัวเครื่องมันวาวดูหรูหรา งานประกอบดีเยี่ยมมีความแข็งแรงทนทาน วัสดุดูมีราคาแพงแต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยตรงที่ด้วยความที่พื้นผิวด้านหลังมีความมันวาวถ้าจับใช้งานโดยที่ไม่ได้ใส่เคสจะเกิดคราบลายนิ้วมือเยอะมากแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะโดยปกติเราก็ใช้งานโดยการใส่เคสอยู่แล้ว

ตัวกล้องของเครื่องจะมาพร้อมกับ 3 กล้อง 108MP+13MP+5MP ตามสเปคที่ระบุไว้ โดยผู้ดูกล้องจะอยู่ฝั่งมุมซ้ายบนของตัวเครื่องนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ในการใช้งานก็ควรจะเลือกซื้อเคสที่สามารถปกป้องเลนส์กล้องได้ด้วยไม่ฉะนั้นตัวกล้องเมื่อวางราบกับพื้นก็จะเกิดริ้วรอยได้

รายละเอียดกล้องหลังทั้ง 3 ตัว

  • กล้องหลัก ความละเอียดสูงพิเศษ 108MP
    • Samsung HMX ขนาดเซ็นเซอร์ 1 /1.33”
    • ขนาดพิกเซล 0.8μm, ซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1 ถึง 1.6μm
    • ซูมดิจิตอลสูงสุด 30x
    • f/1.69, เลนส์ 7P, OIS, FOV 82°, AF
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ 13MP ขนาดพิกเซล1.12μm, FOV 123°, f/2.4, เลนส์ 5P
  • กล้องมาโคร 5MP ขนาดพิกเซล1.12μm, FOV 84°, f/2.4, เลนส์ 3P, AF (2–10 ซม.)

กล่องนึงแถมเคสใสมาให้โดยตัวเคสออกแบบมาเป็นทูโทนด้านบนเป็นขาวใสด้านล่างเป็นขาวขุ่นพร้อมด้วยสลักโลโก้ Xiaomi ตัวเคสทำจากวัสดุพลาสติกดูเนียนสวยงามเรียบแต่หรู พอใส่แล้วดูสวยงามขึ้นเลย ที่สำคัญตัวเคสป้องกันแบคทีเรียซิลเวอร์ไอออนด้วย

เคสได้รับการปกป้องด้วยเทคโนโลยีซิลเวอร์ไอออนเพื่อการต้านเชื้อแบคทีเรียที่ยาวนาน ทำให้คุณปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากสัมผัส 24 ชั่วโมงเคสสามารถกำจัดแบคทีเรียได้มากกว่า 99% ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ พบว่า Escherichia coli และ Staphylococcus aureus มากกว่า 99.99% ถูกกำจัดหลังจากสัมผัสกับเคส 24 ชั่วโมง ทดสอบโดย TÜV SÜD PSB Products Testing (Shanghai) Co., Ltd. หมายเลขรายงานการทดสอบคือ 721657586-1C

แกลอรี่รอบตัวเครื่อง

รีวิว Mi 10T Pro : ภาค Software

มาพร้อมกับ Android 10 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส MIUI 12 ที่ความสามารถในการรักษาความปลอดภัย ยกระดับการรักษาความเป็นส่วนตัวขึ้น เพิ่มฟีเจอร์การเเจ้งเตือนการขออนุญาตการเข้าถึง โดยที่ระบบจะมีการแจ้งเตือนแสดงขึ้นบนแถบสถานะเมื่อพบแอปที่เข้าถึงกล้อง ที่อยู่ และไมโครโฟน ที่ทำงานเบื้องหลัง

MIUI 12 ยังถูกดีไซน์ UI แบบใหม่ และระบบอนิเมชั่นที่ออกแบบมาเพื่อแสดงผลที่กว้างขึ้น ตัวแสดงอนิเมชั่นหลักนั้นได้ถูกเปลี่ยนโฉมด้วยเทคนิคนวัตกรรม Kernel-level โดยที่เครื่องมือ Mi Render Engine ทำให้ MIUI 12 สามารถมอบประสบการณ์ใช้งาน UI ที่ลื่นไหลและรวดเร็ว ไม่หน่วง ไม่สะดุด และไม่ค้าง

ตัวอินเตอร์เฟส MIUI 12 มาพร้อม Dark Mode แม้แอปที่เราใช้งานจะไม่รองรับ แต่ตัวอินเตอร์ก็สามารถเปลี่ยนแอปดังกล่าวเป็น Dark Mode ได้ โดยจะเปลี่ยนสีของพื้นหลัง แอปของระบบ และแอปภายนอก ให้เข้มขึ้น พร้อมกันนี้ Dark Mode ยังมอบประสบการณ์การมองเห็นในสภาวะแสงน้อยด้วย

ฟีเจอร์กล้องหลัง

โหมดการเปิดรับแสงนานหกโหมด | โคลนภาพถ่าย | ตั้งเวลาถ่ายต่อเนื่อง | ฟิลเตอร์ภาพใหม่: โฟกัสสี/ไซเบอร์พังค์/บรรยากาศสีทอง/น้ำแข็งสีดำ | โหมดเอกสาร 2.0 | โหมดพานอรามา | โหมดโปร | โหมดดิบ | โหมดพอร์ทเทรตพื้นหลังเบลอ | โหมดกลางคืน 2.0 | กล้อง AI 2.0 | ฟรุ๊งฟริ๊ง AI | AI smart slimming | โหมดพอร์ทเทรต AI | AI SkyScaping 3.0 | ไฟสตูดิโอ AI | ภาพถ่ายความละเอียดสูง AI | การตรวจจับฉาก AI | Google เลนส์ | ตัวจับเวลารูปถ่าย | จดจำใบหน้า | HDR | แก้ไขการบิดเบือนขอบมุมกว้างพิเศษ | แก้ไขใบหน้าของรูปภาพกลุ่ม | ลายน้ำที่กำหนดเอง | กรอบภาพยนตร์

ฟีเจอร์วิดีโอของกล้องหลัง

การบันทึกวิดีโอ 8K | โคลนวิดีโอ | วิดีโอคู่ | กรอบภาพยนตร์ | วิดีโอพอร์ตเทรต AI | โหมดวิดีโอโปร | โหมดบันทึกวิดีโอโหมดวิดีโอมาโคร | โหมด Vlog | โฟกัสสีวิดีโอ AI | ShootSteady | บันทึกวิดีโอสั้น 15 วินาที | วิดีโอฟรุ๊งฟริ๊ง

ประสิทธิภาพ

อย่างที่ระบุในสเปกว่ารุ่นนี้มาพร้อมกับชิป Qualcomm Snapdragon 865 กระบวนการผลิตที่ประหยัดพลังงาน 7 นาโนเมตร แรม LPDDR5 8GB หน่วยความจำ UFS 3.1 ขนาด 128GB สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมแบบเดสก์ท็อปด้วย Qualcomm Adreno 650 GPU

ประสบการณ์ใช้งาน Mi 10T Pro

Mi 10T Pro เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ทางเสียวหมี่ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมาก โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่กล้องที่มีความละเอียดสูง รองรับ 5G ใช้งาน 5G ในไทยได้ กล้องความละเอียด 108MP ถ่ายวิดีโอ 8K ได้ หน้าจอแสดงผลแบบ AdaptiveSync เล่นเกมลื่นด้วยระบบประมวลผลที่ทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ที่สำคัญรุ่นนี้ราคาเพียง 13,990 บาท

ประสบการณ์ 5G บน

อย่างที่ทราบกันว่าในรุ่นนี้รองรับ 5g แบบเป็น NSA โดยตัวเครื่องสามารถตั้งค่าได้ว่าประเภทเครือข่ายที่จะใช้จะใช้เครือข่ายแบบไหนก่อนเช่นเลือกใช้ 3G ก่อนเลือกใช้ 4G ก่อนหรือเลือกใช้ 5g ก่อนโดยเมื่อเราเลือกประเภทเครือข่ายเป็นเลือกใช้ 5g จะทำให้เราสามารถใช้งานได้แค่ 1 ซิมเท่านั้นโดยอีกซิมจะสถานะเป็นปิดการใช้งาน แต่ถ้าเราต้องการจะใช้งาน 2 ซิมเราจะต้องเลือกเป็นแบบเลือกใช้ 4G ก่อน

สำหรับประสบการณ์การใช้งาน 5g บนมือถือราคาหมื่นต้นๆ อย่าง Mi 10T Pro ถือว่าตอบสนองได้ดีมาก เท่าที่ใช้งานในชีวิตประจำวันว่าจะเป็นการเดินทางบนรถไฟฟ้า BTS MRT หรือเดินห้าง โดยส่วนมากแล้วจะเกาะ 5g ตลอด จับสัญญาณได้ดี ลื่นไหล แม้ความเร็วในบางสถานที่จะสู้ 4G ไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละมันก็คือ 5g

ลำโพงคู่ซุปเปอร์ลิเนียร์

ในแง่ลำโพง รุ่นนี้มาพร้อมกับ ลำโพงคู่ซุปเปอร์ลิเนียร์ ประกอบด้วย ลำโพงซุปเปอร์ลิเนียร์ 1012 สำหรับลำโพงด้านบน และ 1216 ซุปเปอร์ลิเนียร์ สำหรับด้านล่าง แกนสแตนเลสสตีลซุปเปอร์ลิเนียร์ขนาด 0.5 มม. แอมพลิจูด รองรับรูปแบบเสียง เช่น MP3, FLAC, APE, AAC, OGG, WAV, WMA, AMR, AWB รับการรับรองเสียงความละเอียดสูง

และคุณภาพเสียงของตัวเครื่อง เห็นพี่บอกว่าตัวเครื่องมาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอบนและล่างทำให้มีมิติของเสียงดีกว่ามือถือที่มีลำโพงตัวเดียว ให้เสียงหรืออรรถรสในการฟังเพลงได้ดีมาก ยิ่งเป็นการดูหนังยิ่งสามารถได้รับมิติเสียงที่มากขึ้น

แบตเตอรี่

ในเรื่องแบตเตอรี่ของรุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 5000 มิลลิแอมป์ ที่ทำให้เราสามารถใช้งานมือถือได้ยาวนานแบบข้ามวันลืมที่ชาร์จกันเลยทีเดียว เป็นมือถือไม่กี่รุ่นที่เคยใช้มาแล้วมีความรู้สึกว่า เออรุ่นนี้แบตอึดจริง หากใช้งานแบบเบาๆ เปิดบ้างปิดจอบ้างเล่นเน็ตโซเชียลบ้างเล็กน้อยเป็นสแตนบายเป็นละใช้งานได้ยาวๆ เลยแหละ

แต่ถ้าเปิดใช้งานหนักๆ เช่นใน 1 วันเปิดใช้งานหน้าจอรวมๆ 5-6 ชั่วโมงแต่เชื่อหรือไม่แบตเตอรี่ยังอยู่ได้ยาวนานข้ามวันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างวันแรกที่ผมได้เครื่องมาชาร์จแบตเวลาเราราวๆ 14:00 น และแบตไปหมดอีกทีช่วงค่ำของวัน ราวๆ 19:00 น. โดยแบตยังเหลืออยู่ราวๆ 19 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าแบตอยู่ได้ยาวเกิน 24 ชั่วโมงซะอีก

ที่สำคัญรุ่นนี้มีชาร์จเร็วด้วยนะแบตชาร์จเร็วเจ๋งเลยล่ะ

กล้อง

Application กล้องของรุ่นนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วโฟกัสได้เร็ว ปรับแสงได้เร็ว เลื่อนกล้องไปมาสามารถโฟกัสได้ทันที โดยที่ไม่ต้องรอ และยังมีฟีเจอร์กดเพื่อโฟกัสแล้วก็กดถ่ายได้เลย โหมดของกล้องมีโหมด AI ซิ่งจะตรวจจับและปรับตั้งค่าตามวัตถุที่เจออย่างเช่นโหมด Text เมื่อเจอข้อความ โหมด Portrait โหมดอาหาร โหมดกลางคืน ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะเปิดหรือปิดโหมดใดได้อะอิสระ แต่แนะนำว่าให้เปิดใช้ดีกว่าเพราะจะช่วยให้การถ่ายภาพของเราทำได้ง่ายมาก แล้วก็ยังมีโหมด hdr สามารถเลือกได้ว่าจะเปิดหรือเป็นออโต้หรือปิด

นอกจากนั้นยังมีโหมดอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมายเช่นโหมดถ่ายเอกสารโหมดหน้าชัดหลังเบลอโหมดโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอออกหมดสโลโมชั่นโหมดกลางคืนโหมดการเปิดรูรับแสงงั้นก็โหมดถ่ายภาพ Ultra HD ที่ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เมื่อถ่ายภาพออกมาขนาดไฟล์ใหญ่ราวๆ 20MB

สำหรับเมนูตั้งค่าของกล้องก็ใช้งานง่ายสามารถปรับการถ่ายภาพต่อเนื่องได้โดยเราสามารถเลือกได้ว่าอยากได้กี่รูปเช่น 10 รูป 30 รูปไปจนถึงสูงสุด 600 รูปเลยทีเดียว และสามารถปรับช่วงเวลาได้เช่น 1 วินาที 5 วินาที 10 วินาทีไปจนถึงสูงสุด 60 วินาที เรายังสามารถปรับความเบลอ ปรับโหมดมาโครส่วนอัตราส่วนในการถ่ายภาพสามารถเลือกได้ 4 แบบ 1:1 3:4 9:16 แล้วก็ขนาดเต็มพื้นที่หน้าจอ

การตั้งค่าอื่นๆ ก็มีให้ตั้งค่าอยู่พอสมควรเช่นการใส่ลายน้ำ โดยเมื่อถ่ายภาพออกมาแล้วจะมีลายน้ำชื่อรุ่นอยู่บนภาพถ่าย หรือเป็นลายน้ำที่เรากำหนดเองก็ได้ สามารถเพิ่มเวลาบนรูปภาพได้ด้วย สามารถถ่ายภาพเป็น format  heif ได้ด้วย

มาถึงโหมดการถ่ายภาพแบบวีดีโอความพิเศษพรุ่งนี้คือสามารถบันทึกวีดีโอที่ความละเอียด 8K เลือกได้ 2 แบบ คือ 8K@24FPS และ 8K@30FPS ได้ หรือหากกลัวที่จะเปลืองพื้นที่ตัวเครื่องก็บันทึกที่ 4K ก็ได้เช่นกัน เลือกได้ 2 แบบ 4K@30FPS และ 4K@60FPS และยังรองรับการบันทึกภาพ Slow Motion ความเร็วสูงสุดถึง Full HD รองรับอัตราเฟรมเรทตั้งแต่ 120 240 และ 960 fps เลยทีเดียว

ภาพถ่ายมุม 1X
ภาพถ่ายมุม 0.6X
ภาพถ่ายมุม 2X

เกม

มาพร้อมกับ Game Turbo 3.0 ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ปรับแต่งได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพอัตราเฟรม ความเสถียรของเกมเพิ่มขึ้น 37.9% การเร่งความเร็วสัมผัส ระบบสัมผัสประสิทธิภาพดีขึ้น 100% การเล่นเกมอย่างต่อเนื่องแม้แบนด์วิดท์เครือข่ายและเวลาแฝงที่ลดลง

เกม PUBG Mobile สามารถปรับกรฟาฟิก Ultra HD ได้ ปรับ เฟรมเรท Ultra ได้ ซึ่งสามารถเล่นได้ลื่นไหล โดยไม่หน่วง หรือกระตุกเลย

ส่วนเกม ROV ตัว Mi 10T Pro ก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่หน่วง ไม่กระตุก ควบคุมงาน ทัชติดมือเช่นกัน ปรับความละเอียดกราฟฟิกแบบสูง ภาพลื่นไหล เฟรมเรทวิ่ง 60FPS ได้สบายๆ

ตัวอย่างภาพถ่าย