รีวิว POCO X3 Pro สเปคแรงโดนใจกว่าเดิม ให้มากกว่าที่ผู้ใช้ต้องการ ราคาเริ่มต้น 7,999 บาท

เมื่อเดือนตุลาคม 2020 เราได้ รีวิว POCO X3 NFC หนึ่งในสมาร์ทโฟนสเปคเยี่ยมเทียบเท่าเรือธง ในราคาที่จับต้องได้ให้ชมกันไป ในปีนี้ POCO ได้เปิดตัวรุ่นใหม่และวางขายในไทยไปได้ไม่นาน นั้นก็คือ POCO F3 และ POCO X3 Pro ซี่งในบทความนี้เราจะ รีวิว POCO X3 Pro ให้ทุกท่านได้ชมกัน

โดย POCO X3 Pro ยังคงรักษาฟีเจอร์ยอดเยี่ยมที่ทำให้รุ่นก่อนหน้านี้เป็นตัวเลือกชั้นเลิศในหมู่นักเล่นเกม ฮาร์ดคอร์และผู้หลงใหลในเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นด้วยการเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟน 4G ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดปัจจุบัน มาพร้อมกับ Qualcomm Snapdragon 860 ด้วยการอัพเกรดความเร็ว ความจุใช้หน่วยความจำ UFS 3.1 มีความเร็วในการอ่านและบันทึกข้อมูลที่รวดเร็วจึงไม่ต้องทนรอนานในการโหลดไฟล์เกมและแอป และยังมาพร้อม LiquidCool Technology 1.0 Plus ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บรรจุท่อความร้อนทองแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นและกราไฟท์หลายชั้นซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายความร้อน และตัวเลือกแรม 2 ขนาด คือ 6GB และ 8GB มอบประสบการณ์การเล่นเกมขึ้นไปอีกระดับที่ไม่มีใครเทียบได้ในราคานี้

POCO X3 Pro มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Phantom Black, Frost Blue และ Metal Bronze มีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 6GB + 128GB และ 8GB + 256GB

รีวิว POCO X3 Pro

อุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวเครื่อง POCO X3 Pro
  • อะเดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • เข็มจิ้มซิมการ์ด
  • เคสใส
  • User Guide
  • Warranty Card
  • สติ๊กเกอร์ POCO

ภาคสำรวจฮาร์ดแวร์

มาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080×2400 pixels อัตราส่วนแสดงผล 20:9 ที่ 395ppi ค่า Refresh Rate ที่ 120Hz อัตราการตอบสนองการสัมผัส 240Hz ใช้กระจก Gorilla Glass 6 รองรับ HDR10 ความสว่างหน้าจออยู่ที่ 450 nits มาพร้อมกับขอบจอที่บางมาก แม้แต่ขอบล่างเองก็มีความบางมากๆ เช่นเดียวกัน ตัวกล้องหน้าเป็นแบบ DotDisplay แสดงอยู่ตรงกลางบริเวณส่วนบนของหน้าจอแสดงผล ซึ่งดูแล้วก็ไม่เกะกะอะไรกลมกลืนไปกับตัวหน้าจอแสดงผลเลย

ถัดขึ้นไปจากกล้องก็จะเป็นลำโพงสำหรับสนทนาซึ่งตัวลำโพงมีความยาวมากกว่าแถบลำโพงของมือถือหลาย ๆ รุ่น กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของหน้าจอเลยทีเดียว ทำให้เสียงลำโพงที่ออกมามีความดังคมชัด ที่สำคัญนอกจากจะเป็นลำโพงสนทนาแล้ว ยังเป็นลำโพงตัวที่ 2 ของตัวเครื่องด้วย โดยจะทำงานควบคู่ไปกับลำโพงตัวที่ 1 ที่อยู่ในด้านล่างของตัวเครื่องแบบสตอริโอ

ตัวหน้าจอมีการติดฟิล์มมาให้ตั้งแต่โรงงานซึ่งเป็นฟิล์มที่ช่วยเรื่องการสัมผัส ที่สำคัญตัวหน้าจอเป็นกระจกโค้งบริเวณขอบที่ระดับ 2.5D ทำให้การติดฟิล์มแบบเต็มจออาจจะติดปัญหาเล็กน้อย หากใครอยากจะติดเองอาจจะต้องดูเรื่องฟิล์มให้เหมาะสมกับความโค้งของหน้าจอด้วย และต้องดูด้วยว่าตัวฟิล์มที่ติดจะมีปัญหากับเคสที่ใส่ไหม แต่ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรแนะนำว่าให้ใช้ฟิล์มตัวที่ให้มาจากโรงงานได้เลย จากที่ใช้งานดูตัวฟิล์มสามารถทำงานได้ดีไม่ส่งผลทำให้การทัชแย่ ในทางกลับกันทำให้การทัชทำได้ลื่นขึ้นด้วย (น่าจะเป็นผลมาจากอัตราการตอบสนองการสัมผัส 240Hz ด้วย) การสัมผัสหน้าจอไม่มีความหนืดหรือความหน่วงของตัวฟิล์มเลย ที่สำคัญเกิดคราบรอยนิ้วมือน้อยมาก

ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ถัดไปเป็นช่องต่อ USB Type C รองรับชาร์จเร็วแบบซุปเปอร์ชาร์จ 33 วัตต์ ถัดไปเป็นรูไมโครโฟนสำหรับใช้สนทนา และสุดท้ายเป็นลำโพงของตัวเครื่องซึ่งจะทำงานควบคู่กับลำโพงสนทนาที่อยู่บนหน้าจอแบบสเตอริโอ

ด้านขวามือจะมีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง ถัดไปตรงกลางเป็นปุ่ม power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง สั่งงานด้วยการกดเป็นปุ่มเปิดและปิดหน้าจอด้วย ที่สำคัญตัวนี้มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ในตัวปุ่ม ซึ่งตำแหน่งจะอยู่ตรงนิ้วโป้งขวาพอดี หรือถ้าถือด้วยมือซ้ายจะตรงกับนิ้วชี้พอดี ซึ่งช่วยให้สามารถสแกนนิ้วได้ทั้งคนถนัดขวาและถนัดซ้ายตำแหน่งพอดิบพอดีกับนิ้วมือทั้งสองข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนมือเล็กหรือมือใหญ่ก็ใช้งานได้ถนัด

ตัวเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือทำงานได้เร็วมาก แค่แตะปุ๊บก็ปลดล็อคได้ทันทีสแกนติดทุกครั้งที่เอานิ้วแตะ ที่สำคัญการตั้งค่าก็ทำได้ง่าย เพิ่มได้หลายนิ้วมือ ข้อควรระวังคือในการเลือกซื้อเคส ควรดูเคสที่มีความหนาพอประมาณ เนื่องจากถ้าเป็นเคสที่มีความหนามากเวลาเราเอานิ้วมาแตะที่ตัวเซ็นเซอร์ นิ้วเราอาจจะเข้าไม่ถึงตัวเซ็นเซอร์ทำให้ใช้งานตัวฟีเจอร์สแกนนิ้วมือได้ลำบาก

ด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งต้องใช้เข็มจิ้มซิมในการดันถาดซิมออกมา โดยในกล่องมีแถมเข็มจิ้มซิมมาให้ ตัวถาดซิมรองรับ 2 ซิมแบบนาโนซิม สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้โดยต้องเลือกระหว่างจะใส่ซิมที่ 2 หรือจะใส่ MicroSD Card

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน แล้วก็ช่องเซ็นเซอร์ ir สำหรับใช้มือถือเป็นรีโมทคอนโทรลควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าแอร์มีอุปกรณ์ต่างๆที่สามารถใช้งาน Remote Control ก็เราสามารถใช้โทรศัพท์เป็นรีโมททำงานแทนได้

ตัวเครื่องมาพร้อมกับงานประกอบที่แข็งแรงแน่นหนาทนทานงานประกอบดูเนียนมาก ที่สำคัญรุ่นนี้กันน้ำและกันฝุ่นมาตรฐาน ip53 ตัวฝาหลังเป็นแบบทูโทนตรงกลางจะมีความมันวาวมี Texture เล็กน้อย ส่วนด้านข้างจะมีความด้าน ทำจากวัสดุที่เป็นพลาสติก โดยส่วนตัวชอบสีเงินมากกว่า แม้ตัวฝาหลังจะเป็นพลาสติกแต่ตัวเครื่องให้ผิวสัมผัสที่ดูหรูหรา แม้ตรงกลางเครื่องจะเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย แต่ด้วยด้านข้างของเครื่องที่เป็นผิวด้านดำให้จับถนัดมือ ที่สำคัญขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนทำให้จับได้ถนัดมือ ไม่บาดมือและไม่มีความรื่นเท่าที่ควร

มาพร้อมกับ LiquidCool Technology 1.0 Plus ช่วยให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น แบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่พิเศษ 5,160mAh(typ) และด้วยเทคโนโลยี MMT ในตัว และการชาร์จเร็ว 33 วัตต์ ตัวเครื่องน้ำหนักอยู่ที่ 215 กรัม (น่าจะหนักเพราะแบตเยอะด้วย)

รองรับชาร์จไวที่ 33 วัตต์ ผ่าน USB Type C ซึ่งในกล่องจะมีแถมอแดปเตอร์ชาร์จไว 33 วัตต์มาให้ พร้อมสายชาร์จแบบ Type C ที่รองรับชาร์จไว้ด้วย เช่นกันเมื่อเราใช้งานร่วมกับ Adapter ที่รองรับการชาร์จไว เวลาชาร์จในหน้าจอจะขึ้นระบุว่าเทอร์โบชาร์จให้เราได้รู้ว่านี่คือการชาร์จเร็ว

นอกจากนี้ POCO X3 Pro ยังมาพร้อมกล้องหลังสี่ตัว กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล รองรับ Super Pixels แบบ 4-in-1 เลนส์กล้องอัลตร้าไวด์ 119 องศา มีโหมดกลางคืนเพื่อให้สามารถถ่ายภาพทิวทัศน์หรือภาพถ่ายหมู่ได้อย่างสวยงามแม้ในสภาพแสงน้อย กล้องมาโครและเซ็นเซอร์วัดความลึก

ตัวกล้องหลังจะดีไซน์เหมือนกับตัว POCO X3 NFC ที่เราเคยรีวิวให้ชมกันไปซึ่งจริง ๆ แล้วทั้ง 2 รุ่นสามารถใส่เคสร่วมกันได้ด้วย ตัวกล้องจะนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควรหากเราใช้เคสที่แถมมากับกล่องก็จะสามารถกันตัวโมดูลกล้องได้ แต่ถ้าเราซื้อเคสมาใส่เองก็ควรเลือกแบบที่มันปกปิดตัวแทนได้

ในกล่องมีแถมเคสซิลิโคนมาให้ เป็นเคสซิลิโคนที่มีความหนามาก ๆ กล้าพูดได้ว่าเป็นเคสซิลิโคนที่หนาที่สุดอันหนึ่งตั้งแต่เคยเจอมาในกล่องที่แถมมากับเครื่องจากโรงงาน ที่สำคัญตัวเคสใสที่แถมมาสามารถปกปิดตัวเลนส์กล้องหลังที่นูนออกมาจากตัวเครื่องได้ ใส่เข้ากับเครื่องแล้วมีความแน่นหนา และแกะยากพอสมควร ตัวเคสสามารถปิดขอบหน้าจอได้มิดชิดครบทุกด้านเลยทีเดียว

ภาคซอฟ์ทแวร์

ในแง่การใช้งานทั่วไป POCO X3 Pro มาพร้อมกับ Android 11 พร้อมด้วยในชื่อ MIUI 12 for POCO ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนามาสำหรับ POCO เฉพาะซึ่ง หากใครเคยใช้มือถือ Android ที่เป็น MIUI มาก่อนก็จะคุ้นชินกันดีการเรียงเมนูแล้วก็การเรียกใช้งานต่าง ๆ ก็จะเหมือนกัน สามารถจัดกลุ่มแอพพลิคเชั่นได้ด้วย หากเรามีแอพที่ติอดตั้งในเครื่องเยอะ เพียงแค่รู้ว่าอยู่หมวดไหน กลุ่มอะไรก็หาได้ง่ายมาก ตัวอินเตอร์เฟสเมนูมีการปรับใหม่พอสมควร มีฟังก์ชั่นเยอะขึ้น และมีการปรับเรื่องอินเตอร์เฟสการแสดงผลพอสมควร ตอนแรกที่ใช้งานก็งงๆ อยู่เหมือนกัน หาเมนูตั้งค่าไม่ค่อยเจอ แต่ก็ใช้วิธีพิมพ์ค้นหาได้

มีโหมดมืดซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาอาการปวดตา สามารถปรับแต่งรูปแบบการแจ้งเตือนได้ด้วย ในแง่การตอบสนองการใช้งานตอบสนองได้อย่างลื่นไหลไม่หน่วงไม่กระตุกไม่ค้างไม่ช้าสลับแอปไปมาได้อย่างลื่นไหลเราสามารถสลับการใช้งานระหว่างเกมกับ App โดยที่ไม่ขัดจังหวะไม่ต้องรอโหลดช่วยให้ประสบการณ์ในการใช้งานดีขึ้นมากๆ

สามารถปรับการทำงานของอัตราการรีเฟรชได้ ซึ่งจะมีผลกับแบตเตอรี่ด้วย มีฟีเจอร์ แตะที่หน้า 2 จอครั้ง เพื่อปิด หรือเปิดหน้าจอ ให้หน้าจอเปิดเมื่อมีการแจ้งเตือนข้อความก็สามารถตั้งค่าเปิด-ปิดได้ง่าย

ตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์อินฟราเรดมาให้ และยังมีแอปพลิเคชั่นรีโมทติดตั้งมาให้ ช่วยให้เราสามารถใช้ POCO X3 Pro เป็นรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ โดยสามารถเพิ่มได้ไม่จำกัดและรองรับกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้รีโมทมากมายการตั้งค่าก็ง่าย เพียงแค่เลือกยี่ห้อ หากไม่มีก็เลือกอื่น ๆ ได้ จากนั้นตัวแอปจะให้เรากดปุ่มเปิดหรือปิดไปเรื่อย ๆจนกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนั้นจะทำงาน เพียงแค่นี้เราก็จะได้รีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าติดในมือถือของเราแล้ว

แม้ยุคนี้จะมีหลายคนบอกว่าวิทยุกำลังจะตาย แต่ก็มีหลายคนที่ยังต้องการฟังวิทยุอยู่ โดยในรุ่นนี้มี Application วิทยุมาให้ โดยที่ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม สามารถสแกนหาคลื่นได้ทุกครั้งทุกที่ที่เราต้องการใช้งาน ใช้งานก็ง่ายเพียงแค่เปิด App แล้วสแกนหาสถานีวิทยุที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้งานวิทยุบนมือถือได้แล้ว การใช้งานวิทยุเราต้องต่อหูฟัง 3.5 เพื่อใช้เป็นเสาอากาศในการรับสัญญาณวิทยุด้วยนะครับ

มี App จัดการด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยแอปจะมีฟังก์ชันในการเพิ่มประสิทธิภาพต่าง ๆ เช่นทำความสะอาดข้อมูลในเครื่อง กำจัดขยะ สแกนความปลอดภัย หรือสแกนหาไวรัสในมือถือ จัดการการใช้งานแบตเตอรี่ เพิ่มความเร็วของอุปกรณ์ (ซึ่งตรงนี้จะเป็นการเคลียร์ Cache ของเครื่อง) นอกจากนั้นก็มีฟังก์ชั่นในการจัดการ App เช่น update app ถอนการติดตั้ง App สุดท้ายก็จะเป็น feature ทำความสะอาดเชิงลึก ซึ่งตรงนี้จะทำการลบแอปที่เราไม่ค่อยได้ใช้งานออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ของตัวเครื่อง

มี App สำหรับดาวน์โหลดธีมของตัวเครื่องมาให้ ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน เลือกดาวน์โหลดได้ตามใจชอบ ไม่จำกัดจำนวน นอกจากนั้นแล้วยังมี Wallpaper หรือภาพพื้นหลังให้ดาวน์โหลดด้วย ซึ่งตรงนี้ก็มีทั้งฟรีและเสียเงินเช่นกัน นอกจากนั้นแล้วยังมีเสียงเรียกเข้า รูปแบบการล็อกหน้าจอ แล้วก็ไอคอนแอพให้เลือกดาวน์โหลดมาใช้งานได้ด้วย

ระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเครื่อง จะมีด้วยกันหลายแบบ เช่น ล็อคหน้าจอแบบปกติที่เราคุ้นกันไว้ อย่างเช่นวาดหน้าจอเป็น Pattern ใส่ Pin หรือใส่รหัสผ่าน ปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งทำงานร่วมกันกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ตรงปุ่ม Power ของเครื่อง เพิ่มได้หลายนิ้วตามที่ตัวเองถนัด นอกจากนั้นแล้วยังสามารถปลดล็อคด้วยใบหน้า สามารถเพิ่มด้วยกัน 2 ใบหน้า สุดท้ายก็เป็นการปลดล็อคด้วยอุปกรณ์บลูทูธที่เราใช้งานประจำวันเช่น หูฟัง เป็นต้น

โดยส่วนตัวแล้วจะเปิดใช้งาน 3 อันหนึ่งคือ การล็อคหน้าจอด้วย Pattern ล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ แล้วก็ล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเซ็นเซอร์สแกนนิ้วทำงานได้เร็ว การสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องก็สแกนได้เร็วเช่นกัน

ตัวแบตเตอรี่ให้มา 5,160 มิลลิแอมป์ พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ที่มีให้เลือก 2 โหมด คือ ตัวประหยัดพลังงานแบบธรรมดา ซึ่งจะจำกัดกิจกรรมของ App บางส่วน หยุดการทำงานของแอพเบื้องหลัง แล้วก็ล้างแคชของ Application เมื่ออุปกรณ์ล็อค แล้วก็ลดการใช้งานฟีเจอร์บางอย่างอย่าง เช่น การซิงค์ข้อมูล การยกมือถือขึ้นมาเพื่อปลุก แสดงไอคอนลายนิ้วมือเมื่อเปิดหน้าจอ เป็นต้น

อีกอันนึงก็คือตัวประหยัดพลังงานแบบอัลตร้า ตัวนี้จะเป็นโหมดประหยัดพลังงานที่จะเหลือไว้แค่ฟีเจอร์พื้นฐานที่สำหรับในการใช้งานด้านโทรศัพท์ อย่างเช่น การโทร SMS และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายบางส่วน เพื่อให้มือถือใช้งานได้นานที่สุด นอกจากนั้นตัวจัดการแบตเตอรี่ยังมีระบบรายงานว่ามี Application อะไรที่กินแบตเตอรี่มากกว่าปกติ หรือมีการสูบพลังงานมากกว่าตัวอื่น ช่วยให้เราทราบว่ามี App ไหนที่ทำงานไม่ปกติหรือเปล่า นอกจากนั้นตัว Application ยังมีส่วนที่แสดงข้อมูลอุณหภูมิของแบตเตอรี่และจำนวนการชาร์จของแต่ละวันว่าช้าไปละกี่ครั้ง

มาพร้อมกับ Game Turbo ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมของเราได้สูงขึ้นช่วยให้ประสบการณ์การเล่นเกมบนเครื่องนี้จำได้ดีขึ้น โดย Game Turbo จะให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ปรับแต่งได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพอัตราเฟรม ความเสถียรของเกมเพิ่มขึ้น 37.9% การเร่งความเร็วสัมผัส ระบบสัมผัสประสิทธิภาพดีขึ้น 100% การเล่นเกมอย่างต่อเนื่องแม้แบนด์วิดท์เครือข่ายและเวลาแฝงที่ลดลง เพิ่มประสิทธิภาพของ WiFi ลดความล่าช้าของ WiFi เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการสัมผัสตอบสนองการสัมผัสได้ดีขึ้น

นอกจากนั้น Game Turbo ยังช่วยล็อกทิศทางของหน้าจอ ป้องกันการกดออกจากเกมโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่สำคัญช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการหน่วยความจำระหว่างเล่นเกมได้ด้วย โดย Game Turbo ช่วยให้เราสามารถเพิ่มเกมใหม่ ๆ เข้าไปในระบบได้ง่าย โดยปกติเมื่อทำการติดตั้งเกมใหม่ ๆ จะเพิ่มเข้าในเกม Game Turbo อัตโนมัติอยู่แล้ว แต่มีบางเกมที่ไม่ได้เพิ่มเข้าอัตโนมัติ เราสามารถกดเพิ่มได้เอง นอกจากนั้นเรายังสามารถเปิดเกมได้จากเกมเทอร์โบได้โดยตรง

ภาคการเล่นเกมส์และความบันเทิง

โดยผมได้ทดสอบเกม Call of Duty mobile เลือกคุณภาพกราฟิกที่ very High และเฟรมอีกเรทที่ Max พบว่าความลื่นไหลในการเล่นเกมทำได้ดีมากๆ ภาพสวย เฟรมเรตไม่ตก หน้าจอตอบสนองได้ไว ที่สำคัญทัชไม่หน่วงและไม่กระตุก แล้วก็ไม่ค้างด้วย ถือว่าตอบสนองได้ดีกับการเล่นเกม Call of Duty ระบบเสียงก็ดี

ต่อไปเป็นเกม PUBG Mobile เลือกความละเอียดกราฟิกอยู่ที่ Ultra HD และเฟรมเรตก็เป็น Ultra เช่นกัน ทดลองเล่นเกมยิงพบว่าภาพสวยเลยทีเดียวการตอบสนองของการสัมผัสทำได้ดีไม่หลุดความลื่นไหลของภาพ Smooth เลยไม่หน่วงไม่กระตุกไม่ค้างเล่นได้อย่างลื่นไหลเฟรมเรตไม่ตก

POCO X3 Pro มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด Full HD+ ซึ่งสามารถเล่น YouTube ที่ความละเอียดสูงสุด 2160P ได้แบบลื่นไหล ด้วยหน้าจอที่เป็นแบบ IPS LCD ทำให้ตัวภาพที่ออกมามีความคมชัด สีสันดูสดใสเป็นธรรมชาติ และด้วยลำโพงคู่ทำให้คุณภาพเสียงที่ออกมามีความดังมีมิติของเสียงมากกว่ามือถือที่เป็นลำโพงเดียว ส่วนตัวคิดว่าน่าจะถูกใจคนชอบดู YouTube แน่นอน

หรือแม้แต่ดูซีรี่ย์ netflix เอง โดยตัวโทรศัพท์รองรับการดูหนังผ่าน netflix ที่ความละเอียด Full HD ดูได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดไม่มีปัญหาเครื่องค้างหรือเสียงดีเลย์ รองรับ Widevine L1

ทดสอบประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับชิป Qualcomm Snapdragon 860 (7 nm) ภายในชิปประกอบด้วย Octa-core (1×2.96 GHz Kryo 485 Gold & 3×2.42 GHz Kryo 485 Gold & 4×1.78 GHz Kryo 485 Silver) ชิปประมวลผลกราฟฟิก Adreno 640 แรมรุ่นที่รีวิวเป็น LPDDR4X 6GB หน่วยความจำ UFS 3.1 ขนาด 128GB (บอกได้เลยว่าหาได้ยากมากที่จะได้หน่วยความจำ UFS 3.1 ในมือถือราคานี้ ส่วนมากก็หมื่นอัพ)

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ภาพตอนกลางคืน

ภาพของกิน

ภาพอื่นๆ