ในบทความนี้เราจะมา รีวิว Redmi 9T มือถือ Xiaomi รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับรุ่นพี่อย่าง Redmi Note 9T ซึ่งวางขายในไทยเป็นที่เรียบร้อย จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือสเปคที่จัดเต็มในราคาเปิดตัวที่ไม่แพง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ FHD+ กล้องหลัง 4 ตัว พร้อมกับ AI ช่วยประมวลผลให้ภาพมีความสวยงามมากขึ้น ความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 48 ล้านพิกเซลแบตเตอรี่ให้มามากถึง 6,000 มิลลิแอมป์

ที่สำคัญรุ่นนี้เป็นมือถือราคาไม่ถึง 5,000 บาท ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 662  เริ่มวางขายในไทยมาตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2564 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,499 บาทเท่านั้น มีสีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่ Twilight Blue, Sunrise Orange, Ocean Green และ Carbon Grey โดยรุ่นที่เราจะรีวิวให้ชมก็คือเป็นสีส้ม Sunrise Orange เป็นสีส้มออกแดงๆ นิดนึง เหมือนแสงพระอาทิตย์กำลังจะตกในยามเย็น

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพหลังตัวเครื่อง

ในกล่องจะมีตัวเครื่อง Redmi 9T | อะแดปเตอร์ | สาย USB-C | เครื่องมือถอดซิม | เคส | คู่มือผู้ใช้ | ใบรับประกัน

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพอุปกรณ์ในกล่อง

รีวิว Redmi 9T : ภาคสำรวจรอบตัวเครื่อง

มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2340×1080, 395ppi เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Dot Drop โดยจะมีรอยบากอยู่บนหน้าจออยู่ตรงตำแหน่งกลางของจอ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่วางกล้องหน้า พร้อม Corning Gorilla Glass 3 มอบประสบการณ์การรับชมที่คมชัดและป้องกันรอยแตกและรอยขีดข่วนได้ดี หน้าจอแสดงผลใช้อัตราส่วนภาพอยู่ที่ 19.5:9 ความสว่างอยู่ที่ 400 nits ให้แสงสีฟ้าที่ต่ำ (TÜV Rheinland) รองรับการปรับอุณหภูมิสี มีโหมดสำหรับอ่านหนังสือเวอร์ชั่น 2.0 สำคัญรุ่นนี้รองรับการดูหนัง HD บน netflix ด้วย โดยรับรอง Widevine L1

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพหน้าจอ

ด้านบนหน้าจอก็จะเป็นกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล อยู่ตรงกลางนะครับจะมีความโค้งนิดนึงกินพื้นที่หน้าจอแสดงผลไปพอสมควร รับแสง f/2.05 บันทึกวีดีโอได้สูงสุด 1080p ที่ 30 fps แล้วก็สามารถทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า ลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้านบนของจอ ด้านล่างจะเป็นปุ่มแบบสัมผัสซึ่งรวมอยู่ในหน้าจอแสดงผลเลยครับก็เป็นแบบ 3 ปุ่มสามารถปรับตั้งค่าได้ตามมาตรฐานของ Android ทั่วไป

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพด้านล่างตัวเครื่อง

ด้านล่างของตัวเครื่องก็จะเป็นช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา ช่องต่อ USB Type-C สำหรับชาร์จแบต รองรับชาร์จเร็ว 18W แถมที่ชาร์จเร็ว 22.5W มาในกล่องเลย เชื่อมต่อข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB Type-C แล้วก็สามารถใช้เป็นช่องต่อหูฟังแบบ Type-C ได้ สุดท้ายเป็นลำโพงของตัวเครื่อง

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพปุ่มเปิด ปิด

ด้านขวามือเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง โดยปุ่มนี้มีความพิเศษก็คือทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย สามารถทำงานได้แม้นิ้วจะเปียกน้ำ ทำงานได้เร็ว สแกนง่าย สแกนติดทุกครั้ง

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ

โดยตำแหน่งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือจะอยู่เกือบกึ่งกลาง ถ้าถือด้วยมือซ้ายตำแหน่งก็ได้อยู่ประมาณนิ้วชี้ของเราพอดีทำให้สแกนได้ง่าย แต่ถ้าเป็นคนที่ถนัดมือขวา เวลาถือตำแหน่งก็จะพอดีกับนิ้วโป้งขวาพอดี ซึ่งก็จะสะดวกกว่าเดิมอีกถือว่าออกแบบมาได้เหมาะทั้งคนถนัดซ้าย และถนัดขวา

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพด้านซ้ายมือ

ด้านซ้ายฝั่งนี้จะไม่มีปุ่มอะไร แต่จะมีช่องสำหรับใส่ถาดซิมโดยจะต้องใช้เข็มจิ้มซิมจิ้มเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา โดยตัวถาดซิมจะมีทั้งหมด 3 ช่อง ได้แก่ช่องใส่ซิม 1 ซิม 2 แล้วก็ใส่ MicroSD Card พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ขยายได้สูงถึง 512GB

แบนด์เครือข่าย:

  • 2G: GSM: B2/3/5/8
  • 3G: WCDMA: B1/2/4/5/8
  • 4G: TDD-LTE: B38/40/41 (2535-2655MHz)
  • 4G: FDD-LTE: B1/2/3/4/5/7/8/20/28

นอกจากนั้นยังรองรับ 2.4GHz และ 5GHz 802.11a/b/g/n/ac ใช้บลูทูธ 5.0 และมีวิทยุ FM

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพช่องใส่ซิม

ด้านบนของตัวเครื่องก็จะเป็นไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน แล้วก็ช่องต่อหูฟัง 3.5 mm แต่ว่าในกล่องไม่ได้แถมตัวหูฟังมาให้นะครับ ถัดไปก็จะเป็นเซ็นเซอร์อินฟาเรดนะครับสำหรับสั่งงาน โดยรุ่นนี้สามารถใช้งานเป็นรีโมทสั่งงานอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้ มีแอพรีโมทมาให้เลย

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพช่องต่อหูฟัง

มาถึงดีไซน์ด้านหลังกันบ้าง รุ่นนี้เลือกใช้สีสันที่ดูสดใสเรียกว่าสีดุดันเลยทีเดียว ฝาหลังจะมีความเป็นลวดลาย ทำให้จับถนัดมือ ไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือเวลาจับ ไม่เกิดคราบเหงื่ออะไรพวกนี้ 

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพลวดลายหลังเครื่อง

ให้แบตมาถึง 6,000 มิลลิแอมป์เลยทีเดียว น้ำหนักของตัวเครื่องเพียงแค่ 200 กรัมเท่านั้นซึ่งถือว่าเบามาก ๆ เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ที่หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว และให้แบตมาถึง 6,000 แอมป์ ตามสเปคระบุว่าสามารถสแตนบายได้ถึง 28 วันต่อเนื่องได้ 56 ชั่วโมงแล้วก็เล่นเพลงได้ 195 ชั่วโมง ดู vdo ได้ 17 ชั่วโมงนะครับ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ปี หรือ 1000 รอบการชาร์จ โดยทาน Xiaomi เคลมว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของรุ่นนี้จะนานกว่ารุ่นอื่นถึง 25% 

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพหลังเครื่อง

กล้องหลัง 4 ตัว พร้อม AI บันทึกวิดีโอ 1080p, 1920×1080 ที่ 30fps 720p, 1280×720 ที่ 30fps และวิดีโอเคลื่อนไหวเร็วได้ time-lapse แบบใหม่ซึ่งมีค่าความเร็วและระยะเวลาที่หลากหลายสำหรับการถ่ายภาพเพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพ time-lapse ที่สร้างสรรค์ได้โดยไม่ต้องใช้กล้อง DSLR หรือกล้องมืออาชีพอื่น ๆ

  • กล้องหลัก 48MP
    • ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2”
    • 1.6μm ซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1, พิกเซลขนาด 0.8μm
    • f/1.79
    • PDAF
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ 8MP
    • FOV 120°
    • f/2.2
  • กล้องมาโคร 2MP
    • f/2.4
    • FF
  • เซ็นเซอร์ความลึก 2MP
    • f/2.4

ซอฟท์แวร์ ลูกเล่นและฟังก์ชั่น 

ในแง่ Software รุ่นนี้มาพร้อมกับ Android Version 10 พร้อมด้วย Interface miui 12 มีระบบ Update Firmware มาให้ สามารถอัพเดทได้แบบ OTA อัพเดทได้ทันทีเมื่อมีการปล่อยออกมา ส่วนหน้าตาหากเคยใช้มือถือเสี่ยวหมี่มาก่อนก็จะคุ้นชินดี เป็น Interface miui ปกติไม่ได้ถูกปรับแต่งหรือตั้งค่าอะไรพิเศษ ตัวอินเตอร์เฟสเมนูมีการปรับใหม่พอสมควร มีฟังก์ชั่นเยอะขึ้น และมีการปรับเรื่องอินเตอร์เฟสการแสดงผลพอสมควร ตอนแรกที่ใช้งานก็งงๆ อยุ๋เหมือนกัน หาเมนูตั้งค่าไม่ค่อยเจอ แต่ก็ใช้วิธีพิมพ์ค้นหาได้

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพหน้าจอ SS

ตัวซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาให้เริ่มต้นก็ไม่เยอะจนเกินไป โดยมากก็จะมีแต่แอพที่เราต้องใช้งานกันอยู่แล้ว ที่เราอาจจะไม่ได้อยากใช้ก็อย่างเช่น Amazon Shopping, wps Office หรือ linkedin อะไรพวกนี้ ซึ่งถ้าไหนไม่ใช้แล้วก็ไปลบออกได้

ตัว Interface ส่วนตัวมองว่ายังไม่ลื่นเท่ากับ redmi Note 9T ยังมีบางช่วงที่ยังรู้สึกว่าหน่วงการสลับ App ทำได้ดีแต่ว่ามีช้ามีหน่วงบ้างบางครั้งนะครับรวมถึงการเปิดเมนูต่าง ๆ ก็อาจจะมีหน่วงเล็กน้อยการแสดงผลภาษาไทยทำได้ดีมากตัวแป้นพิมพ์ที่มากับเครื่องก็ใช้งานง่ายไม่ต้องปรับแต่งค่าอะไร

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพเมนูตั้งค่า

มีระบบความปลอดภัยให้เลือกหลายแบบ เช่นสแกนนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง เพิ่มได้หลายนิ้ว และทำงานได้รวดเร็ว แตะแล้วปลดล็อคได้เลย หรือจะปลดล็อคด้วยใบหน้าก็ได้เช่นกัน และเพิ่มใบหน้าได้ถึง 2 ใบหน้า สามารถทำงานร่วมกับสแกนนิ้วมือได้

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพสแกนใบหน้า สแกนนิ้วมือ

สามารถใช้ Google Service ได้ครบทุกตัว เช่น Play Store สำหรับโหลดแอปพลิเคชั่น update application Gmail สำหรับเช็คเมล์ส่งเมล์ อ่านอีเมล์ google drive สำหรับฝากไฟล์ Google Map สำหรับใช้งานแผนที่ทั่วไปมันก็ Google photos สำหรับซิงค์รูปจากเครื่องขึ้นไปเก็บไว้บนบริการของ Google ตรงนี้ก็สามารถใช้งานได้ปกติ

มีแอพสำหรับปรับแต่งการแสดงผลตามแบบที่ผู้ใช้งานชอบ เช่น ธีม ภาพพื้นหลัง รูปแบบการล็อคหน้าจอ และไอคอน มีทั้งฟรีและแบบเสียเงิน

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพ Google Services

การรับชมวีดีโอตรงนี้สามารถดูได้ความละเอียดสูงสุด 1080p ที่อยู่คุณภาพของหน้าจอก็ถือว่าดีเมือเทียบกับราคาที่เราต้องจ่าย แต่เรื่องระบบเสียงตัวลำโพงยังรู้สึกว่าค่อนข้างเฉย ๆ ไม่ถึงกับแย่ โทนเสียงจะออกไปทางแหลม

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ภาพ Youtube

ประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับชิป Snapdragon 662 (Qualcomm Kryo 260) กระบวนการผลิต 11nm ซีพียู octa-core สูงสุด 2.0GHz ที่ให้ประสิทธิภาพสูง ป้องกันอุปกรณ์จากความร้อนสูงเกินไปและช่วยให้ใช้พลังงานต่ำ GPU เป็น Qualcomm Adreno 610 และ Qualcomm AI Engine รุ่นที่ 3 แรม หน่วยเก็บข้อมูลมี 2 แบบ คือ 4GB+64GB แรม LPDDR4X ความจุ 64GB ใช้ที่เก็บข้อมูลแบบ UFS 2.1 และ 4GB+128GB แรม LPDDR4X ความจุ 128GB ใช้แบบ UFS 2.2

รีวิว Xiaomi Redmi 9T ทดสอบประสิทธิภาพ

Redmi 9T ราคา ที่จำต้องได้

9T มีด้วยกัน 2 รุ่น และ 4 สีให้เลือก ได้แก่ Carbon Gray, Twilight Blue, Sunrise Orange และ Ocean Green พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน AIS, dtac, True, Banana, BKK, Kingkong Phone, TG Fone, Jaymart, JD Central, Shopee, Lazada และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ตัวอย่างภาพจากกล้อง