วิศวะลาดกระบัง “เป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งของสังคม”

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังหรือ สจล. จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา วิจัย ส่งเสริม และให้บริการทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และครุศาสตร์อุตสาหกรรม รวมทั้งทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้มีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระบรมราชลัญจกร “พระมหามงกุฎ” ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัน นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นมหามงคลยิ่งแก่ สจล.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้เปิดดำเนินการมาครบ 61 ปี ในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ปัจจุบันเปิดสอนในระดับปริญญาตรี 28 หลักสูตร แบ่งเป็นหลักสูตรปกติ 12 สาขา หลักสูตรนานาชาติ 12 สาขา หลักสูตรต่อเนื่องอีก 4 สาขา นอกจากนี้ยังมีสอนระดับปริญญาโท และปริญญาเอกอีกด้วย

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า “ในวาระครบรอบ 61 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์คือ ความภาคภูมิใจของเราทุกคน เรามุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งและเป็นที่พึ่งของสังคมไทย ตามปณิธานที่วางไว้ คือ ให้การศึกษาและวิจัยเพื่อผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่จริยธรรม และรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 ใน 10 ของภูมิภาคอาเซียน”

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เริ่มมาจากศูนย์ฝึกโทรคมนาคม ในจังหวัดนนทบุรี และด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนเริ่มต้นจากรัฐบาลญี่ปุ่น ในที่สุดได้ย้ายมาที่ลาดกระบัง กลายมาเป็นคณะวิศวะลาดกระบัง คณะวิศวะระดับโลก ตลอดเส้นทาง 61 ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความท้าทาย และอุปสรรคมากมาย แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ทุ่มเท เสียสละพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จนแข็งแกร่งเป็นที่ประจักษ์

เป็นที่ยอมรับว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. คือสถานศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อผลิตวิศวกรชั้นนำของประเทศไทย ให้เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยการนำของท่านอธิการบดี ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และคณบดีทุกท่าน ด้วยการวางนโยบายที่เข้มแข็งสอดคล้องกับภาวการณ์ของโลก ส่งเสริม พัฒนาด้านวิชาการสู่ระดับสากล

สร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน พัฒนารากฐาน ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมกันพัฒนาภาคอุตสาหกรรม สังคม และประเทศชาติ สร้างและพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นและผู้ประกอบการรายใหม่ ทำให้คณะวิศวกรรมศาสตร์เจริญเติบโตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ในด้านการศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์มีหลักสูตรที่หลากหลาย ออกแบบมาเพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ดิจิตัล และนวัตกรรมของโลก นักศึกษาสามารถเรียนควบปริญญาตรี 2 สาขาและสอบเพื่อรับปริญญาต่างคณะได้ นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนปริญญาตรีควบคู่ปริญญาโทเพื่อนำไปใช้ในการทำงานและเชื่อมโยงกับการศึกษาสาขาอื่น ๆ มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือเรียนแบบยูนิไฟล์โปรแกรม คือ เรียนควบปริญญาตรีและปริญญาโท เพื่อร่นระยะเวลาเรียนให้สั้นกว่าเดิม ทั้งที่ สจล. และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

รวมทั้ง วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง, วิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง, วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ, วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA), มหาวิทยาลัยศรีปทุม, University of Glasgow, UK, University of Reading, UK, Kyushu Institute of Technology (Kyutech), Japan ทำให้บัณฑิตที่จบวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้รับการยอมรับเข้าทำงานในองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งในและต่างประเทศ

ในด้านงานวิจัยและพัฒนา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อสังคม หรืองานวิจัยเชิงลึก ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้ผลิตนวัตกรรมเพื่อการแพทย์ตอบโจทย์สังคมในช่วงที่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 วิจัยและพัฒนา AI เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือและสนับสนุนงานด้านการเกษตร เป็นต้น

“วิศวะลาดกระบัง ยังได้เข้าไปสนับสนุนงานด้านสังคม ช่วยเหลือสังคมและชุมชนรอบสถาบัน ให้ความเห็นทางด้านวิชาการ เพื่อให้ชุมชนรอบข้างเข้มแข็ง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีแบบแผน เราชาว สจล. มีความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและประเทศชาติ และยึดหลักการที่ว่า “เป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งของสังคมไทย” รวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือสังคม รวมใจรวมพลัง เพื่อเป็นที่พึ่งของสังคม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ไม่แพ้ใครในโลก”

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/kmitl001

ประชาสัมพันธ์ : PIMDAWAN
วันที่ลงข่าวประชาสัมพันธ์ : 06-09-64

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: pimdawan

ทางทีม Digitalmore ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง