ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธนโชว์ความสำเร็จปีแรก

ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน ฉลองความสำเร็จปีแรกหลังเปิดศูนย์ รักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า 1,300 ราย ใช้เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากโรงพยาบาลนครธนและบำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ค ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่โรงพยาบาลนครธนได้ร่วมมือกับบำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ค เปิดศูนย์กระดูกสันหลังที่ รพ.นครธนขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ

“ตั้งแต่ รพ.นครธน ได้เปิดศูนย์กระดูกสันหลัง เมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมาได้รักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า 1,300 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและต้องผ่าตัดมากถึง 50 ราย ด้วยความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีมบุคลากร ความพร้อมด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีในการผ่าตัดที่ทันสมัย ที่ร่วมกันสามารถช่วยให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ นายแพทย์วิโรจน์กล่าว

ศูนย์กระดูกสันหลังโรงพยาบาลนครธน มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและมีความปลอดภัยสูง จึงทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากเพียงประมาณ 8 มิลลิเมตรเท่านั้น เนื้อเยื่อรอบข้างจึงไม่บอบช้ำมาก ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน มีความปลอดภัยสูง ผู้ป่วยใช้เวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 1 วันเท่านั้น ก็สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ด้านนายแพทย์วีระพันธ์ ควรทรงธรรม ผู้อำนวยการสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ และศัลยแพทย์ระบบประสาท ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การผ่าตัดส่องกล้องสามารถรักษาได้ 2 โรคหลัก ๆ คือ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท และโพรงกระดูกสันหลังตีบ ทั้ง 2 โรคนี้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ปวดมากจนยืน เดิน หรือนั่งไม่ไหว มีอาการชาแขนขา หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อต กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้

เมื่อมีอาการผิดปกติกับกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีความกังวลมาก เพราะการผ่าตัดกระดูกนั้นซับซ้อน และมักมีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ป่วยมักไปพบหมอหลายๆ ที่ หาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสม (second opinion) จึงใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจ จึงทำให้เสียโอกาสในการรักษาและใช้ชีวิตตามปกติ
“ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน เราได้ผนึกกำลังความช่วยเหลือของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง จากสถาบันกระดูกสันหลัง รพ.บำรุงราษฏร์ หลากหลายสาขา เช่น แพทย์ระบบประสาทศัลยศาสตร์ แพทย์ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด วิสัญญีแพทย์ และทีมสหสาขาที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาร่วมวางแผนการรักษาประชุม วินิจฉัยร่วมกันเพื่อหาแนวทางการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย เท่ากับผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาข้อมูลและพบแพทย์หลายโรงพยาบาล (second opinion) เพราะเราได้รวบรวมหลากหลายความคิดเห็นจากทีมแพทย์ไว้ให้ในที่เดียวกันแล้ว ถือเป็นความคิดเห็นที่ดีและเหมาะสมที่สุด (Last Opinion) ก่อนรักษา” นายแพทย์วีระพันธ์กล่าว

“ปัจจุบันแนวโน้มการเจ็บป่วยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือมากขึ้น อุบัติเหตุ อุบัติเหตุจากการออกกำลังกาย รวมถึงประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเกิดความเสื่อม ศูนย์กระดูกสันหลังโรงพยาบาลนครธนมีความพร้อมทั้งในด้านเครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทุกฝ่ายที่ดูแลผู้ป่วยเหมือนคนในครอบครัวของเราเอง เพราะเรายึดมั่นในแนวคิดที่จะดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานสากล ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” นายแพทย์วีระพันธ์กล่าวสรุป

โรงพยาบาลนครธน ตั้งอยู่ในทำเลย่านพระราม 2 สะดวกเข้าถึงง่าย และเปิดการสื่อสารสะดวกหลากหลายช่องทางสำหรับทุกกลุ่มอายุทั้งผ่านระบบโทรศัพท์ โทร02-450-9999บริการคอนแทคเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมงและออนไลน์แพลตฟอร์มทางเว็บไซต์ www.nakornthon.com สามารถนัดหมายแพทย์เฉพาะทางและ บริการถาม-ตอบปัญหาสุขภาพผ่าน LINE official @Nakornthon Hospital และเฟซบุ๊กเพจ FB: Nakornthon Hospital บริการให้ข้อมูลรวมถึงติดตามข่าวสารและข้อมูลการรักษาเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้โรงพยาบาลยังเข้าถึงผู้รับบริการต่างชาติ(กลุ่มคนจีน) ผ่านทางเว็บไซต์ Weibo และ WeChatตอบโจทย์คนในแต่ละพื้นที่บริการได้อย่างครบครัน ด้วยการดูแลอย่างเข้าใจดุจญาติมิตรทุกขั้นตอนจากการตรวจรักษาไปจนถึงการฟื้นฟูด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ มุ่งเน้นให้ความคุ้มค่าเหนือราคา

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธนโชว์ความสำเร็จปีแรก

ทางทีม Digitalmore ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง