ออมเดียเผย ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตในปี 2567 หลังความต้องการด้านเจเนอเรทีฟเอไอเพิ่มมากขึ้น

ลอนดอน, 27 มีนาคม 2567 /พีอาร์นิวส์ไวร์/

ผลการวิจัยใหม่โดยออมเดีย (Omdia) เปิดเผยว่า ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นแตะที่ราว 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2567 โดยพิจารณาจากการปรับสินค้าคงคลังเชิงกลยุทธ์ในไตรมาสล่าสุด ขณะที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะเติบโตไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ หันมาใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านเจเนอเรทีฟเอไอมากขึ้น นำไปสู่การขับเคลื่อนความต้องการใหม่ ๆ ทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน รายงานนี้มีขึ้นในระหว่างที่ทีมนักวิเคราะห์ของออมเดียเตรียมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกในการประชุมเทคโนโลยีไต้หวัน (Taiwan Technology Conference) ที่จัดโดยออมเดีย ณ กรุงไทเป วันที่ 17 และ 18 เมษายน 2567

Total foundry revenue growth rates 2014-26
Total foundry revenue growth rates 2014-26

นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกได้ปรับสินค้าคงคลังเชิงกลยุทธ์อันเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจมหภาคซึ่งเป็นสาเหตุของอุปสงค์ที่อ่อนกว่าการคาดการณ์และการปรับสินค้าคงคลังที่ช้าลง โดยคุณไซม่อน เฉิน (Simon Chen) หัวหน้านักวิเคราะห์ที่ออมเดีย จะร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมในการจัดการระดับสินค้าคงคลังและรายได้ในปี 2567 ภายในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมโรงหล่อที่เน้นการผลิตเพียงอย่างเดียว ในฐานะส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ได้สะท้อนถึงแนวทางพื้นฐานของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ โดยออมเดียคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมโรงหล่อที่เน้นการผลิตเพียงอย่างเดียวจะเติบโตประมาณ 16% ในปี 2567 เนื่องจากการฟื้นตัวของอุปสงค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป และการปรับคลังสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการจากรูปแบบการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น

ความก้าวหน้าล่าสุดในเทคโนโลยีเจเนอเรทีฟเอไอ ได้กระตุ้นความสนใจอย่างมากในหมู่ผู้เล่นด้านเทคโนโลยีและองค์กรรายใหญ่ นำไปสู่ความต้องการชิปเอไอที่เพิ่มมากขึ้น การวิจัยของออมเดียจะสำรวจคำถามสำคัญเกี่ยวกับภูมิทัศน์ในอนาคตของเทคโนโลยีที่ยกระดับประสิทธิภาพเอไอนอกเหนือจากหน่วยประมวลผลกราฟิก และให้ความกระจ่างเกี่ยวกับพลวัตการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคตในแวดวงเอไอในการประชุมเทคโนโลยีไต้หวันที่กำลังจะมีขึ้น

คุณแคลร์ เหวิน (Claire Wen) นักวิเคราะห์อาวุโสของออมเดีย แสดงความเห็นว่า “ปัจจุบันอินวิเดีย (NVIDIA) เป็นผู้ครองตลาดเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานคลาวด์และศูนย์ข้อมูล ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลรายใหญ่ เช่นกูเกิล (Google), แอมะซอน (Amazon) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) ต่างกำลังพัฒนาวงจรรวมการใช้งานเอไอเฉพาะด้าน (ASIC) ของตนเอง เพื่อเพิ่มความคุ้มทุนและประสิทธิภาพที่ปรับให้เหมาะกับการใช้งานเอไอรูปแบบเฉพาะของตน นอกจากนี้ การนำเอดจ์เอไอ (Edge AI) มาใช้ยังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพีซีและสมาร์ตโฟนที่ได้รับการสนับสนุนด้านความพร้อมใช้งานของโมเดลเอไอขนาดกะทัดรัด เพื่อให้สามารถใช้งานเอไอแบบออฟไลน์ได้ ขณะที่ควอลคอมม์ (Qualcomm) กำลังสร้างความก้าวหน้าในตลาดพีซีเอไอ โดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่กว้างขวางในด้านความสามารถเอไอบนสมาร์ตโฟน”

ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากอุตสาหกรรมจอแสดงผล เครื่องใช้ไฟฟ้า และเซมิคอนดักเตอร์ จะมารวมตัวกันในการประชุมเทคโนโลยีไต้หวันที่จัดโดยออมเดียระหว่างวันที่ 17-18 เมษายน 2567 นี้ที่กรุงไทเป โดยคุณไซม่อนและคุณแคลร์ รวมถึงทีมนักวิเคราะห์จากออมเดียจะร่วมกันนำเสนองานวิจัยล่าสุดด้านเซมิคอนดักเตอร์ของออมเดีย ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมได้ที่นี่

เกี่ยวกับออมเดีย

ออมเดีย (Omdia) เป็นกลุ่มวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีในเครือบริษัท อินฟอร์มา เทค (Informa Tech) โดยความรู้เชิงลึกของเราในด้านตลาดเทคโนโลยีประกอบกับข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริง ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถตัดสินใจเรื่องการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด

ฟาซิฮะห์ ข่าน (Fasiha Khan) อีเมล: Fasiha.khan@omdia.com

Market revenue by AI accelerator type
Market revenue by AI accelerator type

รูปภาพ – https://mma.prnasia.com/media2/2368569/Omdia__Total_foundry_revenue_growth_rates_2014_26.jpg?p=medium600
รูปภาพ – https://mma.prnasia.com/media2/2368570/Omdia_Market_revenue_by_AI_accelerator_type.jpg?p=medium600

 

 

View original content to download multimedia: Read More