ทำความรู้จัก “อาหารเป็นพิษ” คืออะไร มีอาการอย่างไร?

อาหารเป็นพิษ - woman having cover - ภาพที่ 1

เป็นที่รู้กันดีว่าฤดูกาลในเมืองไทยบ้านเรานั้นมีอยู่ 3 ฤดู ซึ่งก็คือฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนมากกกก! เพราะไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว เราชาวไทยก็ต้องก้มหน้ายอมรับกับอากาศที่ร้อนเหงื่อแตก แดดแรงจนผิวแทบไหม้ จะออกจากบ้านแต่ละทีต้องโบกครีมกันผิวไหม้แดด แถมสิ่งที่ตามมากับอากาศร้อนตับแตกก็คือภาวะ “อาหารเป็นพิษ” หรืออาการท้องเดิน ท้องไส้ปั่นป่วนจากการบริโภคอาหารที่ไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อน

อาหารเป็นพิษ - woman using toilet morning Large - ภาพที่ 3

แน่นอนว่าในเมื่อเมืองไทยบ้านเราอากาศร้อนอยู่ทุกวันเป็นว่าเล่น ก็เป็นเรื่องปกติที่มีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ กับการเผลอทานอาหารที่บูดหรือเน่าเสีย เพราะยิ่งอากาศร้อนมากเท่าไหร่ อาหารก็ยิ่งเน่าเสียหรือบูดได้ง่ายมากเท่านั้น หากไม่ระวังและเผลอทานเข้าไปก็อาจทำให้มีอาการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้

ว่าแต่ภาวะอาหารเป็นพิษที่ว่านี้คืออะไร? มีอาการยังไง? และเมื่อมีภาวะอาหารเป็นพิษแล้วจะมีวิธีการดูแลตัวเองยังไงบ้าง? วันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้ว!

ทำความรู้จัก “อาหารเป็นพิษ” คืออะไร มีอาการอย่างไร?

ภาวะอาหารเป็นพิษ คืออะไร?

“อาหารเป็นพิษ” คือภาวะที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด เน่าเสีย หรือมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้ร่างกายมีภาวะอาหารเป็นพิษ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องหรือท้องเสีย

อาการที่บ่งบอกถึงภาวะอาหารเป็นพิษ

  • มีไข้ ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้องหรือท้องเสีย
  • ถ่ายเหลว และถ่ายบ่อยมากกว่าวันละ 3 ครั้ง
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กระหายน้ำ

อาหารเป็นพิษ - person with eating disorder having belly pain Large - ภาพที่ 5

การดูแลตัวเองเมื่อมีภาวะอาหารเป็นพิษ

  • ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและเกลือแร่จากการขับถ่าย
  • รับประทานยาแก้อาการคลื่นไส้
  • เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และทานอาหารที่ย่อยง่าย
  • งดอาหารรสจัด เช่น เปรี้ยวจัดหรือเผ็ดจัด
  • งดอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารหมักดอง นม และผลไม้
  • งดการทำกิจกรรมหนัก ๆ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ภาวะอาหารเป็นพิษเป็นภาวะที่มักพบเห็นได้บ่อยในช่วงที่อากาศร้อน ซึ่งปกติแล้วอาการจะค่อย ๆ หายไปได้เองภายใน 24 – 48 ชั่วโมง โดยต้องมีการรักษาตามอาการ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาทันที

และที่สำคัญคือควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาดเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารที่บูดหรือเน่าเสียง่าย รวมถึงอาหารที่ปรุงแบบสุก ๆ ดิบ ๆ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ลดความเสี่ยงภาวะอาหารเป็นพิษ และต้องไม่ลืมล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

sikarin.com, freepik.com