โซลูชันการจัดเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ที่เข้ากับพลังงานหมุนเวียนแห่งโลกยุคใหม่

ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา พลังงานหมุนเวียนมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริง พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์นั้นมีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 70% และ 89% ตามลำดับ อีกทั้งความสามารถในการผลิตพลังงานของพวกมันยังมีมากกว่าถ่านหินและก๊าซในเวลาอีกไม่เกิน 5 ปี

การพัฒนานี้ได้นำเอาโอกาสที่ดีมาสู่สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้ง่ายขึ้น แหล่งพลังงานใหม่จึงเติบโตขึ้นเป็นแรงผลักที่ทรงพลังสำหรับการเคลื่อนไหวในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนทั่วโลก

จากการสำรวจที่จัดทำโดยสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของเยอรมัน กล่าวว่า Prosumer มากกว่า 100,000 ครัวเรือนได้เข้าร่วมระบบผลิตไฟฟ้ามากขึ้นในปี 2563 โดย Prosumer นั้นหมายถึง บุคคลที่เป็นผู้ใช้และผู้ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง ในกรณีนี้จึงหมายถึง เจ้าของบ้านในแต่ละครัวเรือนจะเข้าร่วมตลาดพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้นด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของตัวเอง (Solar Roof) สำหรับผลิตพลังงานเพื่อใช้ในบ้านและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

ในฐานะผู้นำเทรนด์ความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลไทยได้จัดทำแผนพัฒนาพลังงาน (PDP) ปี พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2580 ซึ่งตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 15,574 เมกะวัตต์ (MW) จนถึงปี พ.ศ. 2580 ซึ่งเป็นแผนส่งเสริมการพัฒนาตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ให้เติบโตในช่วงปี พ.ศ. 2560- พ.ศ. 2563 โดยมีกำลังการผลิตรวมในแต่ละปีมากกว่า 2.5 กิกะวัตต์ (GW)

นอกเหนือจากศักยภาพอันยอดเยี่ยมแล้ว ความนิยมในโซลาร์แสงอาทิตย์นี้ ได้นำไปสู่ความท้าทายครั้งใหญ่ของประเทศเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์โดยมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างชั่วโมงการใช้งานสูง (Peak hour) และชั่วโมงการใช้งานต่ำ (Low hour)

เป็นที่แน่ชัดว่า ด้วยการจัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ในเวลากลางวันซึ่งเป็นชั่วโมงการใช้งานโหลดต่ำ (Low hours) และส่งออกไปยังกริดหรือใช้พลังงานในเวลากลางคืนนั้น (Peak hours) จะทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สร้างประโยขน์ให้กับระบบผลิตไฟฟ้าหลัก (Power system) เป็นอย่างมาก ซึ่งนำเอาอนาคตที่ยั่งยืนเข้ามาสู่คนไทยได้มากขึ้น

ในฐานะแบรนด์เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ชั้นนำของโลก ในด้านการจัดเก็บพลังงาน กู๊ดวี สามารถนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดมามอบให้กับลูกค้าพร้อมทั้งประสบการณ์อันยาวนาน กู๊ดวีได้นำเสนอโซลูชันครบวงจรด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง ทั้งแรงดันไฟต่ำและแรงดันไฟสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังก์ชันป้องกันไฟไหลย้อน (Zero Export Function) ในอินเวอร์เตอร์ของกู๊ดวีที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยระบบ Smart Energy Monitoring System (SEMS) Portal ของเรา

ในส่วนระบบการจัดเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยเพียงกลุ่มเดียว วิศวกรของกู๊ดวี ได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในหลายขนาดกำลังไฟฟ้าและคุณสมบัติ ตั้งแต่ 3 – 10kW ทั้ง 1 เฟสและ 3 เฟส จากผลิตภัณฑ์เดียวไปจนถึงระบบที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งรวมอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ในดีไซน์ไร้ที่ติของซีรีส์ ESA

แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูงได้รับการพัฒนาโดยกู๊ดวี เพื่อตอบสนองความต้องการในระบบจัดเก็บพลังงานและทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า ปัจจุบันมี 3 สายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเพื่อรองรับตลาด ได้แก่ ชุดแบตเตอรี่แรงดันต่ำ – SECU-A & Lynx U Series และชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง – Lynx S Series อินเวอร์เตอร์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้า (Storage Inverter) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกู๊ดวีคือ BTC, 50kW, 3 เฟส, AC couple retrofit inverter series เหมาะสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์แบบกระจายและสามารถเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่แรงดันสูงได้ ตั้งแต่ 200 ถึง 865V

ไม่เพียงแต่สามารถตอบสนองทุกความต้องการที่ลูกค้ามีด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของเรา แต่กู๊ดวียังสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วด้วยกำลังการผลิตรายปีสูงถึง 20GW และจะถึง 25GW ในปี 2565 หลังจากระยะที่ 2 ของฐานการผลิตกว่างเต๋อเสร็จสิ้น

มร. แดเนียล ฮวง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกู๊ดวี กล่าวว่า “ในระยะที่ 2 ของฐานการผลิตกว่างเต๋อของเรา กำลังการผลิตของบริษัท ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรม และอิทธิพลจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว กู๊ดวีจะสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกสำหรับผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์ และตลาดของเราพร้อมที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กู๊ดวีจะใช้ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยังคงอุทิศความพยายามให้กับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นแกนหลัก

ในขณะที่ขยายอิทธิพลในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดเก็บพลังงาน พลังงานอัจฉริยะ และสาขาอื่นๆ รวมถึงการสร้างยุคใหม่ให้พลังงานอัจฉริยะ กู๊ดวีมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันหลักในการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานทั่วโลก และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับโลก มนุษยชาติ และคนรุ่นต่อไปในอนาคต”