แอปมือถือในเอเชียแปซิฟิกแตะระดับสูงสุดในปี 2020 ยังโตต่อเนื่องในครึ่งปีแรกของปี 2021

ประเทศไทย 24 สิงหาคม 2021 — Adjust แพลตฟอร์มวิเคราะห์การตลาดบนมือถือ เปิดเผยรายงานฉบับปฐมฤกษ์ในหัวข้อ รายงานเทรนด์แอปบนมือถือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำ ปี 2021 ซึ่งเจาะลึกแนวโน้มพฤติกรรมผู้ใช้แอปบนมือถือในเอเชียแปซิฟิกในฐานะภูมิภาคผู้นำตลาดโลกที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นการที่ตลาดแอปบนมือถือกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนิยมใช้แอปบนมือถือเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมทั้งความบันเทิง

การติดตั้งของทุกประเภทธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย ในปี 2020 เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2021 เพิ่มขึ้น 4% โดยมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการที่คนหันมาใช้งานมือถือในช่วงล๊อกดาวน์ ส่งผลให้การเติบโตของเซสชั่นจนถึงตอนนี้ ไม่สดใสเท่าของปี 2020

- 210817 APAC21 PRCharts V02 Fintech installs by country TH - ภาพที่ 1

“ช่วงครึ่งแรกของปี 2021 เซสชั่นของทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นเพียง 1% ทว่าการเติบโตก็ค่อยๆ สะสมแรงเหวี่ยงแล้วโตสูงสุดเมื่อเทียบกับ ไตรมาสที่ 1 ของปี 2020” เอพริล เทย์สัน รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียกล่าว “แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมแอปรักษาผู้ใช้งานซึ่งได้จากช่วงล๊อกดาวน์ที่ผ่านมาไว้ได้ โดยยังมีผู้ใช้งานใหม่ๆ ทะยอยเข้ามา”

ในปี 2020 การติดตั้งและเซสชั่นเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในทุกประเทศ และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2021

ข้อมูลนั้นมาจาก 910 อันดับแรกๆ ของแอปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจัดทำโดย Adjust โดยรวบรวมข้อมูลจากอินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปีนส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ประเทศไทยและเวียดนาม ปรากฎว่า

  • ปีนี้ สิงคโปร์และเวียดนามมีอัตราการติดตั้งที่ดีงามน่าชื่นชม ช่วงครึ่งแรกของปี 2021 อยู่ที่ 49% และ 43% ตามลำดับ ในไทย มีการเติบโตเป็นอันดับสามในเอเชีย มีการเติบโตของการติดตั้งอยู่ที่ 18% ในปีนี้ และ 24% ในปี 2020
  • ถึงแม้จะมีการเติบโตของการติดตั้งอย่างสม่ำเสมอ แต่เซสชั่นกลับชะลอตัวลง โตอยู่ที่ 2% สำหรับครึ่งปีแรก

รายงานฉบับนี้ยังเจาะลึกการเติบโตของสามประเภทธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2020 ได้แก่ เกม (ทั้งแนวไฮเปอร์แคชวลและไม่ใช่แนวไฮเปอร์แคชวล) ฟินเทค และอีคอมเมิร์ซ และการเติบโตของแอปเหล่านี้ที่ต่อเนื่องมาในปี 2021  เกมแนวไฮเปอร์แคชวลเป็นประเภทธุรกิจซึ่งเติบโตโดดเด่นที่สุด การติดตั้งในปี 2020 เพิ่ม 66% เทียบกับปีก่อนหน้า และปี 2021 ก็เพิ่มอีก 49% ฟินเทคมาเป็นอันดับสอง (36% และ 18%) ตามด้วยอีคอมเมิร์ส (27% และ 8%)และเกมที่ไม่ใช่แนวไฮเปอร์แคชวล (23% และ 4%)

นอกจากนั้น รายงานนี้ยังมีการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบเป็นประเทศๆ และประเภทธุรกิจอีกด้วย ได้แก่

เกมเติบโตน่าดูในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

  • สำหรับเกมโดยรวมนั้น
    • เวียดนามเป็นตลาดซึ่งมาเป็นอันดับหนึ่งในปี 2020 โดยมีการติดตั้งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 37% ตามมาติดๆ ด้วยอินโดนีเซีย (34%) และอินเดีย (33%)
  • และสำหรับเกมแนวไฮเปอร์แคชวลนั้น
    • การติดตั้งในสิงคโปร์ในปี 2020 เพิ่มจากปีก่อนหน้า (112%) ตามด้วยอินโดนีเซีย (101%) และประเทศไทย (74%)
    • อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้อินโดนีเซีย (64%) อินเดีย (61%) และประเทศไทย (54%)คือสามประเทศที่มีการเติบโตของการติดตั้งสูงสุด
    • ตลาดทุกประเภทยังเติบโตต่อไปในปี 2021 ที่โดดเด่นก็คือประเทศไทยและสิงคโปร์ อยู่ที่ 22% และ 21% ตามลำดับ

- 210817 APAC21 PRCharts V02 Installs by vertical TH - ภาพที่ 3

  • ปี 2020 นั้นแอปฟินเทคไปได้สวย เนื่องจากผู้คนต่างหันไปใช้มือถือเพื่อธุรกรรมกับธนาคารและการชำระเงิน และแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไปในปี 2021
    • ประเทศไทยและเวียดนามยังนำโด่งในเรื่องของการติดตั้งแอปฟินเทค คือเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึง 100% และ 97% ตามลำดับ ตามด้วยสิงคโปร์ที่ 72%
    • จนถึงเวลานี้ในปี 2021 การติดตั้งแอปกำลังเฟื่องฟูในตลาด ประเทศซึ่งเติบโตอย่างโดดเด่นคืออินโดนีเซีย (89%) สิงคโปร์ (70%) และเกาหลีใต้ (60%).
    • ความยาวของเซสชั่นในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมีอัตราเติบโตที่เปรี้ยงปร้างที่ 123% และ 104% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังโตต่อเนื่องมาสู่ปี 2021 โดยเกาหลีเติบโตที่ 110% ญี่ปุ่นที่ 43%
    • ทว่าสิงคโปร์และเวียดนามนั้นนับว่าโดดเด่นตัวจริงในด้านความยาวของเซสชั่นในปี 2021 ด้วยตัวเลขน่าตื่นตาที่ 188% และ 136% ตามลำดับ

รายงานนี้ยังระบุอีกด้วยว่า เวลาที่ผู้ใช้งานใช้เมื่ออยู่ในแอป เซสชั่นทั้งหมดต่อวัน และความยาวของเซสชั่นเอง เพิ่มขึ้นทั้งหมด ทั้งหมดยืนยันได้ด้วยมีอัตรา retention ต่อเนื่องตลอดทั้งปี แม้มีผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ค่าเฉลี่ยของวันที่ 30 อยู่ที่ 5.68%

กับการมาของ iOS14.5+ มีนิยามใหม่เรื่องวิธีการหาผู้ใช้งานรายใหม่ และแอนดรอยด์ 12 ก็กำลังตามมาในไม่ช้า การเก็บรวบรวม data point ในรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานและรูปแบบต่างๆ ของ in-app จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด โดยนักพัฒนาแอปและนักการตลาดสามารถนำข้อมูลเหล่านี้สามารถทดสอบ A/B เพื่อทำความเข้าใจถึงความคาดหวังของผู้ใช้งาน รวมทั้งวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างเต็มพิกัดเพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องประสบการณ์ในแอปของผู้ใช้งาน

สำหรับการค้นหาเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่