หากใครใช้ iPhone XR, iPhone Xs, iPhone Xs Max อยู่ละก็ ไอโฟนของคุณตกรุ่นแล้ว! เพราะล่าสุดแอปเปิลเปิดตัว iPhone 11 พร้อมกับ 11 Pro และ 11 Pro Max อย่างเป็นทางการมาพร้อมกับชิพ A13 Bionic อัพเกรดความแรงต่อจาก A12 โดยแอปเปิลโชว์ประสิทธิภาพว่ามันคือ CPU ที่แรงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน ณ ปัจจุบันที่มีขายในท้องตลาด และ Neural Engine รุ่นที่ 3

โดย iPhone 11 จะมาแทนตลาดเดิมของ iPhone XR มีให้เลือกด้วยกัน 3 ความจุ คือ 64GB, 128GB และ 256GB จะวางขายในไทยที่ราคาเริ่มต้น 24,900 บาท (ราคาอย่างเป็นทางการ) ถูกกว่าตอนเปิดตัว iPhone XR ราวๆ 5,000 บาท แต่ยังไม่ประกาศกำหนดวางขายในไทย  (ที่มา MXPhone) ตัวเครื่องทำจากกระจกและอะลูมิเนียมโดยกระจกด้านหน้าและด้านหลังได้รับการเสริมความแข็งแรงด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน ซึ่งแอปเปิลเคลมว่าเป็นกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดในสมาร์ทโฟน

มีให้เลือก 6 สี คือ สีม่วง สีเขียว สีเหลือง สีดำ สีขาวและสีแดง PRODUCT(RED)

หน้าจอแสดงผล

หน้าจอแสดงผลเป็น Liquid Retina HD ให้ภาพสวยสมจริงขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซลที่ 326 ppi มีฟังก์ชั่นแตะหรือยกขึ้นเพื่อปลุก iPhone มี True Tone จะปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอ ให้ตรงกับอุณหภูมิสีของแสงรอบๆ ตัว

  • จอภาพ Multi‑Touch แบบ LCD ทั้งหน้าจอ ขนาด 6.1 นิ้ว (แนวทแยง) พร้อมเทคโนโลยี IPS
  • อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,400:1
  • การแสดงผลแบบ True Tone
  • จอภาพขอบเขตสีกว้าง (P3)
  • ความสว่างสูงสุด 625 นิต

กล้องหน้า

กล้องหน้า TrueDepth ความละเอียด 12MP พร้อมการบันทึกวิดีโอระดับ 4K สูงสุด 60 fps รองรับ Face ID เก็บภาพได้มากขึ้น แค่หัน iPhone ไปทางวิวที่คุณต้องการถ่าย กล้องก็จะซูมออกโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เก็บอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น และมีฟีเจอร์ใหม่ Slofie โหมดถ่ายเซลฟี่แบบสโลว์โมชั่น ที่ 120 fps

เปลี่ยนจาก ภาพนิ่งไปเป็นวิดีโอได้เร็วฉับไว ด้วย QuickTake ขณะอยู่ในโหมดถ่ายรูปภาพ แค่กดชัตเตอร์ค้างไว้ จากนั้นแค่ปัดไปทางขวาก็บันทึกวิดีโอต่อได้เลย

  • รูรับแสงขนาด ƒ/2.2
  • Retina Flash
  • โหมดภาพถ่ายบุคคลพร้อมโบเก้ที่สมจริงและการควบคุมระยะชัดลึก
  • การจัดแสงภาพถ่ายบุคคลพร้อมเอฟเฟ็กต์ 6 แบบ (แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์, แสงไฟเวที, แสงไฟเวทีขาวดำ, แสงไฟขาวดำไฮคีย์)
  • ระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวในคุณภาพระดับภาพยนตร์ (4K, 1080p และ 720p)
  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps
  • Animoji และ Memoji

รุ่นเดิมว่าแบตอึดแล้ว รุ่นนี้ก็ยิ่งอึดขึ้น เรียกว่าชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน ใช้งานได้นานกว่า iPhone XR สูงสุด 1 ชั่วโมง การทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่นที่ระดับ IP68 ทนน้ำถึงระดับความลึก 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที ซึ่งลึกกว่า iPhone XR ถึงสองเท่า ตามมาตรฐาน IEC 60529

กล้องหลัง

กล้องหลังคู่ ประอบด้วย Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เก็บภาพได้กว้างขึ้น 4 เท่า และ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลมี Focus Pixels 100% ซึ่งช่วยให้ออโต้โฟกัสได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 3 เท่าในสภาวะแสงน้อย

มีโหมดกลางคืนที่ถ่ายภาพได้ดีขึ้น (Night mode) โดยเซ็นเซอร์กล้องแบบ Wide จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะและชิพ A13 Bionic เก็บได้ครบทุกรายละเอียดแม้ในที่ที่มีแสงน้อยลงมากๆ ซึ่งโหมดกลางคืนจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาจำเป็น

    • อัลตร้าไวด์: รูรับแสงขนาด ƒ/2.4
    • ไวด์: รูรับแสงขนาด ƒ/1.8
    • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล
    • ซูมออกแบบออปติคอล 2 เท่า และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 5 เท่า
    • แฟลช True Tone ที่สว่างยิ่งขึ้นพร้อมคุณสมบัติสโลว์ซิงค์
    • โหมดภาพถ่ายบุคคลพร้อมโบเก้ที่สมจริงและการควบคุมระยะชัดลึก
    • การจัดแสงภาพถ่ายบุคคลพร้อมเอฟเฟ็กต์ 6 แบบ (แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์, แสงไฟเวที, แสงไฟเวทีขาวดำ, แสงไฟขาวดำไฮคีย์)
    • HDR อัจฉริยะเจเนอเรชั่นใหม่
    • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps
    • บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fps
    • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลสำหรับวิดีโอ
    • ซูมออกแบบออปติคอล 2 เท่า และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 3 เท่า
    • รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่นความละเอียด 1080p ที่ 120 fps หรือ 240 fps
    • วิดีโอไทม์แลปส์ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว

การทำงานของ Night mode ใน iPhone 11

เมื่อแตะชัตเตอร์ กล้องก็จะถ่ายภาพหลายภาพโดยมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลช่วยทำให้เลนส์นิ่ง จากนั้นก็ถึงเวลาทำงานของซอฟต์แวร์กล้อง ที่จะปรับแนวภาพให้ตรง เพื่อชดเชยการสั่นไหว จากนั้นจึงตัดส่วนที่เบลอเกินไปทิ้ง แล้วรวมส่วน ที่คมชัดกว่าเข้าด้วยกัน ทั้งยังปรับคอนทราสต์ให้ทุกอย่างสมดุล และปรับแต่ง สีสันอย่างละเอียดเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ก่อนที่จะลดนอยซ์อย่างชาญฉลาด แล้วปรับรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจนออกมาเป็นภาพสุดท้ายที่ลงตัว

จุดเด่นอื่นๆ

    • เสียงสมจริงรอบทิศทาง รองรับ Dolby Atmos
    • รองรับคอนเทนต์ Dolby Vision และ HDR10
    • รองรับการชาร์จแบบไร้สาย มาตรฐาน Qi
    • รองรับชาร์จเร็ว ชาร์จแบตเตอรี่ได้สูงสุด 50% ภายใน 30 นาที ด้วยที่ชาร์จขนาด 18 วัตต์ (จำหน่ายแยกต่างหาก)
    • Wi‑Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax พร้อม MIMO
    • รองรับย่านความถี่ LTE สูงสุด 30 ย่าน 4G LTE Advanced ที่ให้คุณโรมมิ่งทั่วโลก
    • ซิมคู่ที่รองรับ eSIM
    • Bluetooth 5.0
    • NFC พร้อมโหมดตัวอ่าน
    • รองรับการโทรผ่าน Wi‑Fi

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here