รีวิว Asus VivoBook Pro 15 OLED (S3500) S3500PH-L1501TS

ช่วงวันที่ 12 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา ทาง Asus Thailand ได้ประกาศเปิดตัวสินค้าในกลุ่มโน้ตบุ๊กหลายรุ่น โดยการส่งโน้ตบุ๊กจอ OLED บุกตลาด นำโดย ASUS VivoBook 15 OLED, ASUS VivoBook Pro 14/15 OLED และ ASUS ZenBook 14 OLED ซึ่งในบทความนี้เราจะมา รีวิว Asus VivoBook Pro 15 OLED (S3500) ให้ชมกันเป็นตัวแรก

ASUS VivoBook Pro 15 OLED มาพร้อมดีไซน์ใหม่ล่าสุด ให้มีความทันสมัย และหรูขึ้นไปจากเดิม หน้าจอ 15.6 นิ้ว FHD (1920 x 1080) ความสว่าง 400 nits ให้สีสันระดับ DCI-P3 100% มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในวงการภาพยนตร์ ได้การรับรองคุณภาพสีโดย Pantone validated

ใช้ชิปตัวใหม่ล่าสุดอย่าง 11th Gen intel พร้อมด้วยการ์ดจอสูงสุด NVIDIA® GeForce RTX™ 1650 Max Q ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับ นักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์หรือการตัดต่อวีดีโอ หน่วยเก็บข้อมูลขนาด 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD และหน่วยความจำ (RAM) สูงสุด 8GB DDR4 สามารถเพิ่มได้อีก

นอกจากนั้นมาพร้อม Windows 10 Home อัพเกรดเป็น Windows 11 ได้ฟรี และ Microsoft Office Home and Student 2019 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง

รุ่นที่เรากำลังจะรีวิวคือ ASUS VivoBook Pro 15 OLED โมเดล S3500PH-L1501TS ราคาวางขายอยู่ที่ 32,990 บาท พร้อมการรับประกันตัวเครื่อง 2 ปีเต็มครอบคลุม 57 ประเทศทั่วโลก และการรับประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีแรก

รีวิว Asus VivoBook Pro 15 OLED (S3500) ที่ดีไซน์สวย เหมาะกับนักศึกษาและวัยทำงาน

สเปก S3500PH-L1501TS : Quiet Blue

  • Operating System: Windows 10 Home
  • CPU: Intel® Core™ i5-11300H Processor
  • GPU: NVIDIA® GeForce® GTX 1650 Max Q
  • RAM: 8GB DDR4 on board
  • Storage: 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD
  • Display: 15.6” OLED 400nits FHD
  • PANTONE® Validated
  • Keyboard: Backlit Chiclet Keyboard with Num-key
  • Office: Office Home and Student 2019
  • ราคา : 32,990.- บาท

จริงๆ แล้ว VivoBook Pro 15 OLED ไม่ได้มีสเปกเดียวนะครับ มีอีกหลายโมเดล รวมแล้วทั้งหมด 5 โมเดล มีตัวท็อปสำหรับคนที่ต้องการความแรง VivoBook Pro 15 OLED S3500PA และ VivoBook Pro 15 OLED S3500PC ที่มาพร้อมซีพียูสูงสุด Intel® Core™ i7-11370H และ NVIDIA® GeForce® RTX™ 3050 พร้อมแรม DDR4 สูงสุด 16 GB สำหรับคนที่มองหาการ์ดจอทรงพลังไปสร้างสรรค์งานที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น เช่นการเล่นเกมส์ ตัดต่อวีดีโอ ที่สำคัญราคาไม่ได้ต่างกันมากครับ

สั่งซื้อ ASUS Vivobook Pro 15 OLED S3500PH-L1501TS

สำรวจตัวเครื่อง

อะแดปเตอร์ 120W AC, เอาต์พุต: 20V DC, 6A, 120W, อินพุต: 100~240V AC, 50/60Hz ขนาดก็ใหญ่และหนักพอสมควรเลย แต่้ก็แลกมาด้วยคุณสมบัติรองรับการชาร์จเร็ว

อย่างที่ทราบกันว่ารุ่นนี้จดเด่นคือเรื่องหน้าจอ OLED เป็นหน้าจอ FHD OLED Display ขนาด 15.6-inch (1920 x 1080) 16:9 ความสว่างสูงสุด 400 nits ตัวหน้าจอให้ภาพสวยสีสด ที่สำคัญน่าจะถูกใจคนทำงาน รวมถึงนักศึกษามากๆ เพราะให้สีสันระดับ DCI-P3 100% มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในวงการภาพยนตร์ ผ่านการการันตี Pantone (PANTONE® Validated) ซึ่งเป็นระบบสีที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก เป็นมาตรฐานที่ใช้อย่างแพร่หลายทั้งด้านงานออกแบบ กราฟิกดีไซน์ แฟชั่น บรรจุภัณฑ์ สถาปัตยกรรมและอีกมากมาย

ที่สำคัญให้สีที่เถียงตรง ไม่ว่าเราจะปรับความสะว่างของหน้าจอที่ระดับไหนก็ตาม ด้วยระดับ contrast 1,000,000:1 สีดำ ดำสนืท ให้ภาพดูลึกมีมิติ Contrast Ratio (อัตราส่วน “สีดำที่ดำสนิทและยังคงรายละเอียดในส่วนสว่างได้ครบถ้วน”) โดยสามารถให้ค่าคอนทราสต์เรโชสูงถึง 1,000,000 : 1 ทำให้ภาพที่แสดงบนจอ OLED ดูลึกมีมิติสมจริงทุกรายละเอียด อัตราการตอบสนองของภาพที่เร็วเพียง 0.2 มิลลิวินาที ให้ภาพลื่นไหลไม่มีกระตุก ไม่ว่าจะหนังเรื่องโปรดหรือกีฬาประเภทไหนก็คมชัดทุกการเคลื่อนไหว ชัดทุกการเคลื่อนไหวไร้อาการเบลอ

อีกหนึ่งไฮท์ไลท์ที่มักจะมีในแล็ปท็อปของ Asus คือเรื่องหน้าจอที่ให้ภาพสบายตา ด้วยจอถนอมสายตา ที่ช่วยตัดแสงสีฟ้าถึง 70% จอ OLED ผ่านการรับรองคุณสมบัติเพื่อการถนอมสายตา จากสถาบันชั้นนำ TÜV Rheinland-certified ลดปริมาณแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้มากถึง 70% ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนในทุกลักษณะการใช้งาน

กล้อง 720p HD มีชัตเตอร์ความเป็นส่วนตัว หากเราเลื่อนปิด แม้จะเปิดแอปกล้องก็ไม่สามารถใช้งานกล้องได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวในกรณีที่ไม่ต้องการใช้งานกล้อง หมดกังวลว่าจะมีใครแอปดู นอกจากชัตเตอร์ความเป็นส่วนตัว หากกล้องถูกใช้งานจะมีไฟ LED ด้านข้างขึ้นแจ้งเตือนว่ากำลังมีการใช้งานกล้องอยู่

ด้านข้างกล้องจะมีรูไมโครโฟน 2 ตัว มาพร้อมกับ เทคโนโลยีลดเสียงรบกวนขั้นกว่า ASUS AI Noise-Canceling เทคโนโลยีนี้ใช้ระบบ machine learning ในการแยกเสียงที่ไม่ต้องการออกจากเสียงของคน และมีฟีเจอร์ ClearVoice Mic บนแอป MyASUS สามารถกรองเสียงรอบนอกได้ และโหมด Multi-Presenter ช่วยทำให้เสียงของสมาชิกทุกคนซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันมีความใกล้เคียงกัน เพื่อคุณภาพการคุยในกลุ่มที่ดีที่สุด และสุดท้ายฟีเจอร์ ClearVoice Speaker กรองเสียงรบกวนออกทั้งหมดยกเว้นเสียงมนุษย์ สามารถได้ยินเสียงของทุกคนได้ชัดเจน

กล้องหน้าสามารถทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยของ Windows 10 ได้ สามารถใช้ปลดล็อคเพื่อเข้าใช้งานเครื่องได้ แต่อย่าลืมเปิดชัตเตอร์ความเป็นส่วนตัว

มาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบ Full-size มีแป้นพิมพ์ตัวเลขมาให้ และเป็น Backlit keyboard สามารถปรับความสว่างของไฟได้ 3 ระดับ ช่วยให้สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ สามารถทำงานในสภาพแสงน้อย แป้นพิมพ์ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โครงสร้างแข็งแรงทนทาน และมีระยะกดเพียง 1.35 มิลลิเมตร เพื่อการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ที่สำคัญปุ่ม fn สามารถกดได้เลย โดยไม่ต้องกดปุ่ม fn ค้างไว้ ในทางกลับกันหากต้องการกดปุ่ม F1-F12 ต้องกดปุ่ม fn ก่อน และระบบเสียงได้รับการรับรอบจาก Harman Kardon

ปุ่ม Enter Key ที่ดีไซน์เพิ่มเติมใส่สัญญาลักษณ์โลโก้แบบเดียวกับที่อยู่บนฝาตัวเครื่อง โดยปุ่มมีขนาด 35.98 x 23.53 x 1.89 ~ 1.99 c และปุ่ม Numberpad ที่ให้มาด้วย

มาพร้อมกับทัชแพดที่มีขขนาดใหญ่ขึ้นราวๆ 27% สัมผัสลื่นกว่าในหลายๆ รุ่นของ Asus ที่เคยใช้งานมา มีเทคโนโลยี ASUS IceCool ทำให้สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่อาจจะทำให้เราใช้งานไม่สะดวกสบายจากความร้อนสะสมใต้ฝ่ามือระหว่างการใช้งาน ทำให้พื้นผิวที่เราวางฝ่ามือมีอุณหภูมิระหว่าง 28-35 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์

ตัวแป้นพิมพ์คียบอร์ดพิมพ์สนุกมาก ด้วยระยะกดที่ไม่ลึก ใครที่พิมพ์สัมผัสอยุ่แล้วจะชอบมาก ไม่ต้องออกแรงกด ไหลนิ้วไปเพลินสุดๆ ตัวปุ่มก็ออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่ ทำให้กดโดน และปุ่มมีระยะห่างกันพอสมควรทำให้กดไม่โดนกัน

การเชื่อมต่อและการต่อขยาย

  • 1 x USB 3.2 รุ่น 1 Type-A
  • 2 x USB 2.0 Type-A
  • 1 x Thunderbolt™ 4 รองรับการแสดงผล/การป้อนไฟ
  • 1 x HDMI 1.4
  • 1 x แจ็คเสียงคอมโบ 3.5 มม.
  • 1 x DC เข้า
  • เครื่องอ่านการ์ด Micro SD

บานพับหน้าจอเมื่อกางออกสุด

ความสวยของรุ่นนี้คือมาในสีใหม่ Quiet Blue  พร้อมดีไซน์โลโก้ที่ฝาเครื่องแบบนูนออกมา ดูสวยงาม หรูหรามากๆ

ตัวเครื่องมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 63WHrs, 3S1P, 3-cell Li-ion แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ทำงานได้หลายชั่วโมงแม้ไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ ที่สำคัญมาพร้อมกับอะเดปเตอร์ชาร์ไฟ 120W พร้อมระบบ fast charge

ด้านหลังเป็นระบบพัดลมระบายความร้อนคู่ Dual-fan Cooling system ช่วยระบายความร้อน ช่วยให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทำงานได้อย่างเสถียร เครื่องไม่ร้อน แม้จะใช้งานเป็นระยะเวลานาน

เทคโนโลยี ASUS IceCool Plus ช่วยรักษาประสิทธิภาพสูงสุด แม้ตัวเครื่องจะบางและเบา ด้วยโปรไฟล์ของพัดลม 3 แบบให้เลือกในโปรแกรม MyASUS ตามความต้องการในการใช้งาน

น้ำหนักเบาเพียง 1.65 kg พกพาสะดวก ไม่หนัก ยกถือมือเดียวได้

 

ด้านหน้าจอที่เป็น OLED ทำให้เราสามารถใช้ Asus VivoBook Pro 15 ทำงานด้านที่ต้องใช้ความเที่ยงตรงของสีได้เป็นอย่างดี อีกทั้งช่วยให้เราสามารถเห็นรายละเอียดและมุมมองในภาพเดิมที่เราไม่เคยบนจอ LCD

ในแง่การรับชมภาพยนตร์หรือคลิปต่างๆ สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว รับชม Youtube ได้สูงสุด 2160p ตัวเครื่องมีลำโพง Stereo Speakers พร้อมไมค์ และระบบเสียงที่มาพร้อมกับ Harman Kardon

Windows 10 Home ของแท้

Asus VivoBook Pro 15 OLED มาพร้อมกับ Windows 10 Home 64-bit แบบ OEM ลิขสิทธิ์แท้จาก Microsoft ติดตั้งมาให้ในตัวเครื่อง เปิดเครื่องลงโปรแกรมนิดหน่อยพร้อมใช้งานได้เลย มีฟีเจอร์ครบครัว อัพเดท Windows 10 รุ่นใหม่ๆ ได้ด้วย (ถ้าให้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องเป็น Windows 10 Pro) และอัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ฟรี เมื่อพร้อมใช้งาน

อย่างที่บอกว่ามาพร้อมกับ OFFICE HOME & STUDENT 2019 มี Word, Excel, Powerpoint มาให้เลย ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง แต่ก่อนใช้งานต้องลงทะเบียนก่อนนะ เท่าที่ลองใช้งานพบว่าใช้งานได้ดี ลื่นไหล หากใครอยากใช้ OFFICE 365 เขาให้ทดลองใช้งานได้ฟรี 1 ด้วย

ด้วยสเปกความแรงระดับนี้ จึงทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากๆ  ไม่ว่าจะเป็นงานเบาๆ อย่างพิมพ์งานใช้ Word Excel  เปิดเว็บ ใช้ Google Chrome ก็ใช้งานได้ดีเยี่ยม หรืองานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องขึ้นมานิดหน่อยอย่าง ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom Photoshop หรือ illustrator ก็ใช้งานได้ สวยตรง ไม่ผิดเพี้ยน คนใช้โปรแกรมพวกนี้ไม่ต้องปวดหัวเรื่องสีจอไม่ตรงกันแน่ๆ

สำหรับใครที่ชอบถ่ายคลิป ก็สามารถใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้บนรุ่นนี้ได้ เพียงแต่ว่าคลิปที่ทำความยาวอาจจะได้แค่ระดับนึง ถ้าต้องเรนเดอร์หนักๆ ก็อาจจะใช้เวลานานขึ้นตามความหนักของคลิป แนะนำว่าให้อัพเกรดแรมเพิ่ม

ด้วยที่ตัวเครื่องมีการ์ดจอแยกมา จึงทำให้สามารถเล่นเกมที่ใช้กราฟฟิกสูงได้ แต่ข้อความระวังคือ แม้จะเล่นได้ แต่ความร้อนก็มีเพิ่มขึ้นตามมา เสียงพัดลมก็ดังขึ้นมา หากต้องเล่นจริงๆ แนะนำว่าใส่หูฟัง เสียงพัดลมจะได้ไม่รบกวนเวลาเล่นเกม

มี MyASUS เหมือนผู้ช่วยการทำงาน ที่ทำให้ชีวิตในองค์กรง่ายขึ้น สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ VivoBook Pro 15 OLED ของเราได้อย่างง่ายมาก สามารถถ่ายโอนไฟล์ URL การแจ้งเตือน อ่าน รับ และส่งข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

แอพ MyASUS มาให้ เป็นแอพที่ทำให้เราสามารถอัพเดทไดรเวอร์และเครื่องมือ และยูทิลิตี้ต่างๆ ที่มากับเครื่องได้ง่ายๆ นอกจากนั้นยังมีรายงานต่างๆ ที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์เสีย, Blue screen error, ระบบช้า, การเชื่อมต่อที่มีปัญหา เป็นต้น

ในแง่การใช้งานประทับใจมาก ตอบสนองได้เร็วมาก ไม่ค้าง ไม่หน่วง ไม่กระตุก สลับโปรแกรมได้เร็ว เหมาะที่จะเอามาทำงานนอกสถานที่ พิมพ์งานสนุกมาก ซึ่งผมก็ใช้ตัวนี้เขียนบทความในเว็บไปหลายอันเลย

รองรับ Wi-Fi 6 ความเร็วสูงระดับ 802.11ax ที่มีความเร็วกว่าเทคโนโลยีเก่าแบบ 802.11ac ถึง 3 เท่า เทคโนโลยี Bluetooth 5.0 ล่าสุดยังมอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมที่ความเร็วสูงแต่ประหยัดพลังงาน ทดสอบ speed test ให้ชมกับความแรงของ Wi-Fi6

ทดสอบประสิทธิภาพ

บทความที่คุณอาจจะสนใจ