HIGHLIGHTS

  • มาพร้อมกับสีน้ำเงิน Royal Blue ให้ความรู้สึกสุขุม สีเงิน Icicle ที่หรูหราพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังแห่งการสร้างสรรค์
  • จอภาพขอบบาง NanoEdge ทั้ง 4 ด้าน ทำให้ ZenBook 15 เป็นแล็ปท็อป 15 นิ้วที่เล็กที่สุดในโลก ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ZenBook 15 (UX530) รุ่นก่อนหน้าถึง 12%

ก่อนหน้านี้เคยรีวิว ASUS ZenBook 13 UX333FN ให้ชมกันไป คราวนี้มีอีกรุ่น ซึ่งเป็นตัวท็อปของซีรีย์นี้ นั้นคือ Zenbook 15 UX533FD มาพร้อมกับดีไซน์และการออกแบบที่หรูหราตระการตาขึ้น พร้อมสเปกที่แรงแบบจัดเต็ม เป็นแล็ปท็อป 15 นิ้วที่ขนาดเล็กที่สุดในโลก ได้รับการออกแบบเพื่อให้อิสรภาพแห่งพลังสร้างสรรค์แก่ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นจอภาพขอบบาง NanoEdge บานพับแบบ ErgoLift

Zenbook 15 UX533FD มาพร้อมกับสีน้ำเงิน Royal Blue และ สีเงิน Icicle วางขายพร้อมกับ Windows 10 Home มีโมเดลเดียว คือรุ่นที่ใช้ Intel Core i7-8565U แรม 16GB 2400MHz DDR4 การ์ดจอแบก GTX 1050 Max-Q วางขายที่ราคา 45,990 บาท

ASUS วางขาย ZenBook 13 (UX333) สีแดง Burgundy Red

ข้อมูลสเปก

  • หน้าจอ 15.6” LED-backlit FHD (1920 x 1080) 16:9
  • ซีพียู Intel Core i7-8565U (Kaby Lake-R) 1.8GHz quad-core with Turbo Boost (up to 4.6GHz) and 8MB cache
  • แรม 16GB 2400MHz DDR4
  • ชิปกราฟฟิกออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620
  • การ์ดจอแยก NVIDIA GTX 1050 Max-Q 2GB GDDR5 VRAM
  • 512GB PCIe 3.0 x2 SSD
  • แบตเตอรี่ 73Wh 4-cell lithium-polymer อะเดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 90W
  • น้ำหนัก 1.69 kg
  • ลำโพง Stereo ที่พัฒนาร่วมกับ Harman Kardon
  • มาพร้อมกับ Windows 10 Home 64-bit
  • Dual-band 802.11ac gigabit-class Wi-Fi
  • Bluetooth 5.0
  • มีกล้อง 3D IR HD camera
  • คีย์บอร์ดแบบ Full-size มีแป้นพิมพ์ตัวเลขมาให้ พร้อม backlit
  • port เชื่อมต่อ
    • 1 x USB 3.1 Gen 2 Type-C (up to 10Gbps) with display support
    • 1 x USB 3.1 Type-A (up to 10Gbps)
    • 1 x USB 3.0 Type-A (up to 5Gbps)
    • 1 x HDMI
    • 1 x SD card reader

ดีไซน์

พร้อมกับเทคโนโลยี NanoEdge Display การออกแบบมาเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับจอภาพมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนของตัวเครื่อง ขอบบางทั้ง 4 ด้าน ด้วยความบางของขอบด้านข้างเพียง 3 มิลลิเมตร ด้านล้าง 4.5 มิลลิเมตรและด้านบน 6.4 มิลลิเมตร มีแม้จะบางยังสามารถใส่กล้อง 3D IR HD camera ที่ทำงานร่วมกับ face recognition สำหรับล็อคอินเข้าใช้งานเครื่อง ด้วยจอภาพกะทัดรัดพิเศษนี้ทำให้ ZenBook 15 เป็นแล็ปท็อป 15 นิ้วที่มีขนาดเล็กเท่ากับแล็ปท็อป 14 นิ้วเลยทีเดียว

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_014

มีเทคโนโลยีพิเศษของ ASUS เช่น ASUS Splendid และ ASUS Tru2Life Video ที่ปรับตั้งค่าการแสดงผลได้อย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสบายตาและสีที่เหมาะสมกับเนื้อหาทุกประเภท

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_015

ผ่านการทดสอบ US military standard ได้รับมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G โดยทดลองการใช้งานในทุกสภาวะ ทั้งความร้อน ความเย็น ความชื้น

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_010

มาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบ Full-size มีแป้นพิมพ์ตัวเลขมาให้ และเป็น Backlit keyboard สามารถปรับความสว่างของไฟได้เอง ช่วยให้สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ สามารถทำงานในสภาพแสงน้อย แป้นพิมพ์ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โครงสร้างแข็งแรงทนทาน และมีระยะกดเพียง 1.4 มิลลิเมตร เพื่อการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ที่สำคัญปุ่ม fn สามารถกดได้เลย โดยไม่ต้องกดปุ่ม fn ค้างไว้ ในทางกลับกันหากต้องการกดปุ่ม F1-F12 ต้องกดปุ่ม fn ก่อน

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_003

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_004

ErgoLift Hinge ออกแบบมาเพื่อทำให้แป้นพิมพ์เอียงขึ้นไปยังมุมเอียงที่เป็นตำแหน่งการพิมพ์ที่สบายที่สุด มุมเอียงที่ได้รับการคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน และช่วยให้เสียงจากลำโพงดีขึ้นอีกด้วย

โดย ErgoLift จะทำให้ตัวเครื่องเอียงขึ้น 3 องศา ส่วนหน้าจอกางออกได้กว้างสุด 141 องศา ตามภาพด้านล้าง

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_008

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ

ZenBook 15 มาพร้อมกับพอร์ต USB-C รองรับการเชื่อมต่อทุกอย่าง สามารถเชื่อมต่อกับจอผ่าน USB-C รวมไปถึงพอร์ต USB 3.1 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่รองรับการโอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วสูง และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพอร์ต USB 3.1 Type-A เพิ่มขึ้นมา เพื่อการรับ-ส่งข้อมูลที่ความเร็ว 5-10 Gbps, พอร์ต HDMI สำหรับต่อกับหน้าจอที่รองรับ HDMI และตัวอ่าน SD Card

เกือบลืมมีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. 1 ช่องด้วย

2019-03-24_15-24-46

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_006 ASUS-Zenbook-15-UX533FD_007

ZenBook 15 ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี Wi-Fi ระดับ Gigabit โดยมี ASUS Wi-Fi Master ที่ช่วยให้เชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย Wi-Fi ได้เร็วขึ้นและเสถียรมากขึ้น จากระยะที่ไกลมากขึ้น เทคโนโลยีพิเศษนี้จะใช้ประโยชน์กับ Wi-Fi 802.11ac แบบ dual-band MU-MIMO ที่ให้ความเร็วมากขึ้นถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับแบบธรรมดา ทำให้ได้ความเร็วสูงสุดถึง 1734Mbps

และด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi Master จะทำให้การสตรีมสดบน YouTube ได้อย่างไม่ติดขัดแม้จะอยู่ห่างจากเราเตอร์กว่า 300 เมตร หรืออาจจะมากกว่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจะใช้อุปกรณ์ต่อพ่วง USB 3 ที่ได้ชื่อว่าสร้างสัญญาณรบกวนอุปกรณ์ Wi-Fi ก็ยังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างดีที่ระยะห่างถึง 225 เมตร ห่างกว่าแล็ปท็อปทั่วไปถึง 65 เมตร

นอกจากนี้ เทคโนโลยี Bluetooth 5.0 ล่าสุดยังมอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมที่ความเร็วสูงแต่ประหยัดพลังงาน

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_009

มาพร้อมกับอะเดปเตอร์ 90W มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และน้ำหนักไม่เยอะ สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ 73Wh 4-cell lithium-polymer ที่อยู่ในตัวเครื่อง แต่เสียดายตรงที่สายชาร์จไม่ยาวเท่าไหร่ เวลาทำงานนอกสถานที่ หากต้องชาร์จแบตไปด้วย อาจจะต้องพกปลั๊กส่วนตัวไปด้วย

มีเทคโนโลยยี ASUS Battery Health Charging ช่วยให้การชาร์จไฟปลอดภัยขั้น โดยการช่วยลดอัตราการขยายตัวของแบตเตอรี เพื่อช่วยทำให้แบตเตอรีทำงานเป็นปกติและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีให้ยาวนานขึ้น 3 เท่า

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_018

Windows ของแท้

มาพร้อมกับ Windows 10 Home 64-bit (ถ้าอยากใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแนะนำให้อัพเกรดเป็น Wnidows 10 Pro) ติดตั้งมาให้ในตัวเครื่อง เปิดเครื่องลงโปรแกรมนิดหน่อยพร้อมใช้งานได้เลย มีฟีเจอร์ครบครัว อัพเดท Windows 10 รุ่นใหม่ๆ ได้ด้วย

3

จากการใช้งานทั่วไปแรม 16GB เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าใครใช้ในงานที่ต้องการแรมมากกว่านี้ก็อัพเกรดเพิ่มก็ได้ แต่จากที่ใช้งานมาพีคสุดๆ ก็อยุ่ราวๆ 12-13GB ไม่เกินนี้

5

การใช้งาน

ด้วยสเปกความแรงระดับนี้ จึงทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายขึ้นด้วย พกไปทำงานนอกสถานที่ได้แบบสบายๆ อีกทั้งแบตเตอรี่ก็อยู่ในระดับที่ถือว่าอึด ตัวเครื่องรองรับตั้งแต่งานเบาๆ อย่างพิมพ์งานใช้ Word, Excel ธรรมดาทั่วไป หรืองานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องขึ้นมานิดหน่อยอย่าง ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom, Photoshop หรือ illustrator ก็ใช้งานได้

สำหรับใครที่ชอบถ่ายคลิป ก็สามารถใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้บนรุ่นนี้ได้ เพียงแต่ว่าการใช้งานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องเยอะมากๆ อย่างการเล่นเกม หรือตัดต่อวีดีโอ แบตเตอรี่ก็จะหมดลงด้วยเช่นกัน ฉะนั้นควรพกที่ชาร์จไปด้วย

ในแง่การใช้งานลื่นสุดๆ เปิดโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมได้พร้อมกัน สลับโปรแกรมได้ไม่หน่วง ยิ่ง Chrome ยิ่งสามารถเปิดได้หลายแท็บ ไม่ต้องกังวล

ด้วยที่ตัวเครื่องมีการ์ดจอแยกมา จึงทำให้สามารถเล่นเกมที่ใช้กราฟฟิกสูงในระดับนึงได้ แต่ข้อความระวังคือ แม้จะเล่นได้ แต่ความร้อนก็มีเพิ่มขึ้นตามมา แบตก็หมดเร็วขึ้นด้วย

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_016

ในแง่การรับชมภาพยนตร์หรือคลิปต่างๆ สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว ระบบเสียงที่มาพร้อมกับ Harman Kardon ให้เสียงแบบ Stereo เสียงดัง มีมิติ ความการออกแบบที่ตัวเครื่องยกสูงจากพื้นทำให้เวลาเปิดดังลำโพงเสียงดังมากๆ เสียงก็ไม่แตก

ทีมงาน ASUS Golden Ear ได้พัฒนาเทคโนโลยี ASUS SonicMaster รุ่นล่าสุด จากการผสมผสานประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมกับเทคโนโลยีเครื่องขยายเสียงอัจฉริยะที่มีการบิดเพี้ยนของคลื่นเสียงต่ำ ทำให้สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้ถึง 3.5 เท่า

ASUS-Zenbook-15-UX533FD_017

ประสิทธิภาพ

ด้วยความที่เป็นตัวท็อปของซีรีย์เลยจัดซีพียู Intel Core i7-8565U (Kaby Lake-R) มาให้ (ความเร็วมากกว่า  i7-7500U 7th Gen ถึง 2.4 เท่า) ความเร็วอยู่ที่ 1.8GHz quad-core สามารถเพิ่มความเร็วให้เป็น 4.6GHz ในโหมด Turbo boost ตัวชิปกราฟิกที่มากับซีพียูเป็น Intel UHD Graphics 620 แรมให้มา 16GB LPDDR4 หน่วยความจำภายในเป็น 512GB PCIe 3.0 x2 SSD ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Solid State ประสิทธิภาพสูงพร้อมอินเทอร์เฟซ PCIe 3.0 x2 ทำให้ ZenBook 15 มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เร็วที่สุด ช่วยให้สามารถบูตเครื่องได้เร็วเป็นพิเศษ

 

11 12

การ์ดจอออนบอร์ดเป็น Intel UHD Graphics 620 ที่ประมวลผลกราฟฟิกระดับกลางๆ ได้สบายๆ แต่มีความพิเศษอีกอย่างคือ รุ่นนี้มาพร้อมกับการ์ดจอแยก GeForce GTX 1050 Max-Q ใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA Pascal ใหม่ล่าสุดเพื่อให้คุณได้ใช้อุปกรณ์พกพาในระดับเดสก์ท็อป ด้วยหน่วยความจำวิดีโอแบบแยกเฉพาะ ไม่ว่างานของคุณจะเป็นแบบไหน เช่นการเรนเดอร์วิดีโอ การแก้ไขภาพถ่าย หรือการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ

6 7

ในส่วนของความร้อน จากการใช้งานในห้องแอร์ ความร้อนของเครื่องขณะรันโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพ ธรรมดาความร้อนของซีพียูอยู่ที่ 46 องศา ถ้าเครื่องมีความร้อนถึงระดับนึง พัดลมระบายความร้อนจะทำงานเอง

8 9

แบตเตอรี่เท่าที่ใช้งานพบว่าใช้งานได้ราวๆ 17 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าใช้งานหนักแค่ไหน ถือว่าทำได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าสามารถพกออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบต และไม่ต้องพกที่ชาร์จไปด้วย

15

ผลทดสอบด้วยโปรแกรมอื่นๆ

1 14 13 10 4 2

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here