หากใครกำลังมองหาแล็ปท็อปขนาดไม่ใจ น้ำหนักไม่มา ขอแนะนำ Asus ZenBook 15 UX534FT With ScreenPad 2.0 เป็นแล็ปท็อปขนาด 15.6 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบ น้ำหนักเบา เพียงแค่ 1.55 กิโลกรัม มาพร้อมกับ ScreenPad 2.0 ซึ่งเป็นทัชแพดแบบใหม่ที่รวมเอาจอแสดงผลใส่เข้าไป พร้อมสเปกที่จัดเต็ม Windows 10 ของแท้ ซีพียู Intel Core i7-10510U แรม LPDDR3 16GB หน่วยความจำ 1TB PCIe Gen 3 X4 SSD และการ์ดจอ GTX 1650 with Max-Q รองรับ Wi-Fi 6 อีกด้วย

โดยราคาของ ZenBook 15 UX534FT อยู่ที่ 46,990 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านตัวแทนจำหน่ายตัวประเทศ

หน้าจอ LED-backlit ขนาด 15.6 นิ้ว อัตราส่วนการแสดงผล 16:9 ความละเอียด 4K UHD (3840×2160) ที่ 60Hz ให้มุมมองภาพกว้าง 178 องศา จอแสดงผลใช้เทคโนโลยี NanoEdge Display การออกแบบมาเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับจอภาพมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนของตัวเครื่อง ขอบบางทั้ง 4 ด้าน ด้วยความบางของขอบด้านข้างเพียง 2.9 มิลลิเมตร มีแม้จะบางยังสามารถใส่กล้อง 3D IR HD camera ที่ทำงานร่วมกับ Face recognition สำหรับล็อคอินเข้าใช้งานเครื่อง ด้วยจอภาพกะทัดรัดพิเศษนี้ทำให้ ZenBook 15 เป็นแล็ปท็อป 15 นิ้วที่มีขนาดเล็กเท่ากับแล็ปท็อป 14 นิ้วเลยทีเดียว และเล็กกว่า Zenbook 15 UX533 ถึง 12%

ErgoLift Hinge ออกแบบมาเพื่อทำให้แป้นพิมพ์เอียงขึ้นไปยังมุมเอียงที่เป็นตำแหน่งการพิมพ์ที่สบายที่สุด จะทำให้ตัวเครื่องเอียงขึ้น 3 องศา ส่วนหน้าจอกางออกได้กว้างสุด 145 องศา มุมเอียงที่ได้รับการคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน และช่วยให้เสียงจากลำโพงดีขึ้นอีกด้วย

มาพร้อมกับ Touchpad แบบใหม่ ที่เป็นหน้าจอแสดงผลด้วย ใช้ชื่อว่า ScreenPad 2.0 เป็นการอัปเกรดประสบการณ์จากการใช้งานแล็ปท็อปแบบดั้งเดิม โดยเพิ่มจอภาพแบบสัมผัสพร้อมโต้ตอบสั่งงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณให้อะไรก็เป็นไปได้มากขึ้น

ทัชแพดใหม่มีอินเทอร์เฟซแบบหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้คุณสามารถจัดการงานและทำงานหลายอย่างได้พร้อมกันได้อย่างราบรื่น มีแอปพลิเคชั่นอรรถประโยชน์มาให้ใช้งานอย่างหลากหลาย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึง Quick Key เพื่อการกดแป้นพิมพ์ที่ซับซ้อนได้ภายในการกดเพียงครั้งเดียว พร้อมเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ ปุ่มตัวเลข และฟังก์ชั่น Office Xpert

นอกจากนี้ยังมีปุ่มควบคุมที่ง่ายดาย ช่วยให้การสั่งการหรือการโต้ตอบระหว่างจอภาพหลักและ ScreenPad คุณสามารถเปิดวิดีโอหรือกล่องข้อความ หรือแอปอื่นๆ อีกมากมายได้บน ScreenPad 2.0 เพื่อใช้ประโยชน์จอภาพที่สองไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด โดยไม่ขัดจังหวะงานหลักที่คุณกำลังมีสมาธิอยู่กับจอภาพหลัก

ScreenPad 2.0 สามารถรองรับแอปฯ จำนวนมาก โดยแสดงผลบนหน้าจอขนาด 5.65 นิ้ว คุณสามารถเพิ่มแอปฯ ของคุณเองลงใน ScreenPad เพื่อเข้าถึงได้ทันที

มาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบ Full-size มีแป้นพิมพ์ตัวเลขมาให้ และเป็น Backlit keyboard สามารถปรับความสว่างของไฟได้เอง (ปิดก็ได้) ช่วยให้สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ สามารถทำงานในสภาพแสงน้อย แป้นพิมพ์ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โครงสร้างแข็งแรงทนทาน และมีระยะกดเพียง 1.4 มิลลิเมตร เพื่อการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ที่สำคัญปุ่ม Fn (Function) สามารถกดได้เลย โดยไม่ต้องกดปุ่ม โn ค้างไว้ ในทางกลับกันหากต้องการกดปุ่ม F1-F12 ต้องกดปุ่ม Fn ก่อน

ผ่านการทดสอบ US military standard ได้รับมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G โดยทดลองการใช้งานในทุกสภาวะ ทั้งความร้อน ความเย็น ความชื้น ผ่านการทดสอบการตกหล่น การสั่นสะเทือน ทดสอบการใช้งานในที่สูง เรียกว่าผ่านการทดสอบในระดับเกินมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำหนด

ZenBook 15 UX354 มาพร้อมกับพอร์ต USB-C รองรับการเชื่อมต่อทุกอย่าง สามารถเชื่อมต่อกับจอผ่าน USB-C 3.1 Gen 2 รวมไปถึงพอร์ต USB 3.1 Gen 2 ที่รองรับการโอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วสูง และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพอร์ต USB 3.1 Type-A เพิ่มขึ้นมา เพื่อการรับ-ส่งข้อมูลที่ความเร็ว 5-10 Gbps, พอร์ต HDMI สำหรับต่อกับหน้าจอที่รองรับ HDMI และตัวอ่าน SD Card และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม.

ZenBook 15 ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี Wi-Fi 6 (802.11 ax (2×2)) โดยมี ASUS Wi-Fi Master ที่ช่วยให้เชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย Wi-Fi ได้เร็วขึ้นและเสถียรมากขึ้น จากระยะที่ไกลมากขึ้น เทคโนโลยีพิเศษนี้จะใช้ประโยชน์กับ Wi-Fi 802.ax (2×2) แบบ dual-band MU-MIMO นอกจากนี้เทคโนโลยี Bluetooth 5.0 ล่าสุดยังมอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมที่ความเร็วสูงแต่ประหยัดพลังงาน

การใช้งาน

ด้วยสเปกความแรงระดับนี้ จึงทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายขึ้นด้วย พกไปทำงานนอกสถานที่ได้แบบสบายๆ อีกทั้งแบตเตอรี่ก็อยู่ในระดับที่ถือว่าอึด ตัวเครื่องรองรับตั้งแต่งานเบาๆ อย่างพิมพ์งานใช้ Word, Excel ธรรมดาทั่วไป หรืองานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องขึ้นมานิดหน่อยอย่าง ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom, Photoshop หรือ illustrator ก็ใช้งานได้สบาย มีพื้นที่ให้เหลือ 1TB (1000GB) หากไม่พอก็ซื้ออุปกรณ์เสริมได้

ในแง่การใช้งานลื่นสุดๆ เปิดโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมได้พร้อมกัน สลับโปรแกรมได้ไม่หน่วง ยิ่ง Chrome ยิ่งสามารถเปิดได้หลายแท็บ ไม่ต้องกังวล ด้วยที่ตัวเครื่องมีการ์ดจอแยกมา จึงทำให้สามารถเล่นเกมที่ใช้กราฟฟิกสูงในระดับนึงได้ แต่ข้อความระวังคือ แม้จะเล่นได้ แต่ความร้อนก็มีเพิ่มขึ้นตามมา แบตก็หมดเร็วขึ้นด้วย

สำหรับใครที่ชอบถ่ายคลิป ก็สามารถใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้บนรุ่นนี้ได้ เพียงแต่ว่าการใช้งานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องเยอะมากๆ อย่างการเล่นเกม หรือตัดต่อวีดีโอ แบตเตอรี่ก็จะหมดลงด้วยเช่นกัน ฉะนั้นควรพกที่ชาร์จไปด้วย

ในแง่การรับชมภาพยนตร์หรือคลิปต่างๆ สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว ระบบเสียงที่มาพร้อมกับ Harman Kardon ให้เสียงแบบ Stereo เสียงดัง มีมิติ ความการออกแบบที่ตัวเครื่องยกสูงจากพื้นทำให้เวลาเปิดดังลำโพงเสียงดังมากๆ เสียงก็ไม่แตก

ทีมงาน ASUS Golden Ear ได้พัฒนาเทคโนโลยี ASUS SonicMaster รุ่นล่าสุด จากการผสมผสานประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมกับเทคโนโลยีเครื่องขยายเสียงอัจฉริยะที่มีการบิดเพี้ยนของคลื่นเสียงต่ำ ทำให้สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้ถึง 3.5 เท่า

ประสิทธิภาพ

แบตเตอรี่ 8-Cell 71Wh จากที่ทดสอบพบว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ราวๆ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งานว่าหนักเบาแค่ไหน หากชาร์จจนเต็ม 100% ก็เพียงพอสำหรับการพกพาไปประชุมกับลูกค้า หรือนำเสนองานที่ระยะเวลาไม่นาน และไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของเครื่องมกาจนต้องเปลืองแบต

มาพร้อมกับซีพียู Intel Core i7-10510U ความเร็ว 1.8GHz Turbo Boost ที่ 4.9GHz แรมให้มา 16GB LPDDR3 หน่วยความจำภายในเป็น 1TB PCIe Gen3 x2 มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เร็วที่สุด ช่วยให้สามารถบูตเครื่องได้เร็วเป็นพิเศษ โหลดแอปขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

พร้อมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 with Max-Q Design หน่วยความจำ 4GB GDDR5 ที่จะมาช่วยให้การเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้น ภาพความละเอียดกราฟฟิกได้สูงขึ้น และทำงานด้านกราฟฟิกได้ดีขึ้น ใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA Pascal ใหม่ล่าสุดเพื่อให้คุณได้ใช้อุปกรณ์พกพาในระดับเดสก์ท็อป ด้วยหน่วยความจำวิดีโอแบบแยกเฉพาะ ไม่ว่างานของคุณจะเป็นแบบไหน เช่นการเรนเดอร์วิดีโอ การแก้ไขภาพถ่าย หรือการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ

ความร้อน จากการใช้งานในห้องแอร์ ที่เปิดแอร์ที่ 27 องศา ความร้อนของเครื่องขณะรันโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพ ธรรมดาความร้อนของซีพียูอยู่ที่ 50 องศา ถ้าเครื่องมีความร้อนถึงระดับนึง พัดลมระบายความร้อนจะทำงานเอง แต่ถ้าใช้งานหนักๆ ความ้อนก็จะเยอะขึ้น ส่วนความร้อนการ์ดจอตอนปกติก็อยู่ที่ 43 องศา ถ้าเล่นเกมก็ขึ้นไปถึง 60-80 องศา

ผลทดสอบด้วยโปรแกรมอื่นๆ

REVIEW OVERVIEW
แบตเตอรี่
ประสิทธิภาพ
ลูกเล่นและฟังก์ชั่น
ความคุ้มค่า

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here