รีวิว Asus ZenBook 14 UM431D 001

เรารีวิวโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิป Intel ให้ดูกันหลายรุ่น ในบทความนี้มีโอกาสได้รีวิวโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิป AMD RYZEN 7 กันบ้าง นั้นคือรุ่น Asus ZenBook 14 UM431D มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3700U แรม 8GB พร้อมชิปกราฟฟิก AMD Radeon RX Vega 10

เป็น ZenBook 14 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ สไตล์ และนวัตกรรม เข้ามา ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานมีอิสระในการค้นพบความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ยังคงมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ NanoEdge ที่บางอย่างน่าทึ่งพร้อมอัตราส่วนจอภาพต่อตัวเครื่องมากถึง 86% และบานพับ ErgoLift ที่ช่วยให้ตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้นเวลาใช้งาน ดีไซน์เคลือบแผงตกแต่งสีเงินเฉด Utopia Blue ดูสวยงามทันสมัย

จริง ๆ แล้ว ZenBook 14 UM431D มีด้วยกัน 2 โมเดลคือรุ่นที่มีแป้นพิมพ์ตัวเลข NumberPad บนทัชแพด แบบเดียวกับ ZenBook 13 UX333FN และรุ่นที่ไม่มี NumberPad ซึ่งน่าเสียดายตรงที่รุ่นที่ขายในไทย คือรุ่นที่ไม่มี NumberPad

ราคา ZenBook UM431D

ตัวเครื่องที่วางขายมาพร้อมกับ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้จาก Microsoft ซีพียู AMD Ryzen 3700U แรม DDR4 8GB พร้อมด้วย SSD 512GB แบบ NVMe ชิปการ์ดจอ AMD Radeon  Vega 10 ราคา 24,990 บาท มีสีเดียวคือ Utopia Blue

Review_Asus_ZenBook_UM431D_0001

ดีไซน์

มาพร้อมกับหน้าจอ NanoEdge ขอบบางทั้ง 4 ด้าน ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป เรียกได้ว่าขนาดจะเล็กกว่าเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คขนาด 14 นิ้วเหมือนกัน (มีขนาดที่เทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว) โดยขอบด้านบนหนา 9.8 มม. ขอบซ้ายและขวาหนา 6.45 มม. และขอบล่างหนา 9.15 มม. ทำให้เป็นโน้ตบุ๊คที่อัตราส่วนจอภาพต่อตัวเครื่องมากถึง 86%

หน้าจอแสดงผลเป็น LED-backlit ความละเอียด FHD 1920X1080 พิกเซล อัตราส่วน 16:9 จุดเด่นของหน้าจอคือช่วยให้เห็นข้อความที่คมชัดและภาพที่สมจริงดูเป็นธรรมชาติ ให้มุมมองกว้างถึง 178° ตัวกล้องหน้าความละเอียด HD 720p CMOS

จุดเด่นของรุ่นนี้คือหน้าจอแสดงผลที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ให้สีได้ไม่ผิดเพี้ยน ภาพยังคมชัดเหมือนกับตอนที่มองตรงๆ ให้มุมมองกว้างถึง 178°

ตัวเครื่องขนาดเล็กลง 6% เมื่อเทียบกับ ZenBook 14 รุ่นก่อนหน้า น้ำหนักทั้งหมดอยู่ที่ 1.39 กิโลกรัม ตัวเครื่องหนา 15.9 มม.

ผ่านการทดสอบ US military standard ได้รับมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G โดยทดลองการใช้งานในทุกสภาวะ ทั้งความร้อน ความเย็น ความชื้น

มาพร้อมกับ Backlit keyboard (Illuminated chiclet keyboard) สามารถปรับความสว่างของไฟได้เอง ช่วยให้สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ สามารถทำงานในสภาพแสงน้อย แป้นพิมพ์ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับความสว่างของไฟได้ ปิดหรือเปิดไฟก็ได้เช่นกัน

ปุ่ม ฟังก์ชั่น (Fn) ที่เดิมต้องจะกดต้องกดปุ่ม Fn ค้างไว้แล้วกดปุ่มฟังก์ชั่นที่ต้องการใช้งาน ตอนนี้เปลี่ายนใหม่กดที่ปุ่มฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ทันที หากต้องการเข้าถึงปุ่มฟังก์ชั่นมาตรฐาน (F1-F12) เพียงกดปุ่ม Fn ควบคู่

ตัวแป้นพิมพ์โครงสร้างแข็งแรงทนทาน และมีระยะกดเพียง 1.4 มิลลิเมตร เพื่อการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

Touchpad ที่ใช้งานได้ดี ยังไม่ถือว่าลื่นแบบสุดๆ ส่วนตัวคิดว่าใช้เมาส์ดีกว่า ถ้า Touchpad มีขนาดใหญ่กว่านี้น่าจะใช้งานได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นตรงมุมมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือมาให้ สำหรับยืนยันตัวตนเข้าใช้งานเครื่อง สามารถทำงานร่วมกับ Windows Hello ของ Windows 10 ได้อย่างดี

ErgoLift ออกแบบมาเพื่อทำให้แป้นพิมพ์เอียงขึ้นไปยังมุมเอียงที่เป็นตำแหน่งการพิมพ์ที่สบายที่สุด มุมเอียงที่ได้รับการคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน ทำให้ตัวเครื่องเอียงขึ้น 4.5 องศา ส่วนหน้าจอกางออกได้กว้างสุด 145 องศา ตามภาพด้านล้าง ช่วยให้ได้ตำแหน่งการวางมือที่เหมาะสม ระบายความร้อนได้ดีขึ้น และเพิ่มคุณภาพเสียงลำโพงได้ดีขึ้น

ลำโพงของตัวเครื่องจะอยู่ด้านข้างซ้ายและขวาถัดจากแป้นพิมพ์ เป็นลำโพงเสียงเบสจำนวน 2 ตัว และลำโพงความถี่สูงจำนวน 2 ตัว ซึ่งได้ harman/kardon ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงในบ้านและรถยนต์ที่มีชื่อเสียง มาช่วยพัฒนา จึงให้เสียงที่นุ่มนวล ชัดเจน และทรงพลัง ในขณะที่เทคโนโลยีเครื่องขยายเสียงอัจฉริยะช่วยป้องกันการบิดเบือนของเสียงที่ออกมาจากลำโพง

และยังลดอัตราการเกิดความเสียหายต่อลำโพงจากการเปิดเสียงดัง เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี ASUS SonicMaster ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งอย่างละเอียด

ตัวแบตเตอรี่ Li-polymer แบบ 2-Cell 47 Wh ใช้งานได้ราวๆ 8 ชั่วโมง มาพร้อมกับอะเดปเตอร์ 45W มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และน้ำหนักไม่เยอะ แต่เสียดายตรงที่สายชาร์จไม่ยาวเท่าไหร่ เวลาทำงานนอกสถานที่ หากต้องชาร์จแบตไปด้วย อาจจะต้องพกปลั๊กส่วนตัวไปด้วย

การเชื่อมต่อต่างๆ

มาพร้อมกับพอร์ต USB Type-C 3.0 Gen 1 จำนวน 1 ช่อง และ USB 3.1 (Gen 1) จำนวน 1 ช่อง USB 2.0 จำนวน 1 ช่อง คิดว่าน่าจะเพียงพอในการใช้งาน หากไม่พอก็ซื้อ USB Hub มาพ่วงอีกที นอกจากนั้นยังมีตัวอ่าน microSD 1 ช่อง, พอร์ต HDMI 1 ช่อง, ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. 1 ช่อง

รองรับ Wi-Fi 5 แบบ Dual-Band (802.11 ac (2×2)) รองรับ Bluetooth 4.2

มาพร้อมกับ Windows ของแท้

มาพร้อมกับ Windows 10 Home 64-bit ติดตั้งมาให้ในตัวเครื่อง เปิดเครื่องลงโปรแกรมนิดหน่อยพร้อมใช้งานได้เลย มีฟีเจอร์ครบครัว อัพเดท Windows 10 รุ่นใหม่ๆ ได้ด้วย ใช้งานได้ลื่นไหล แต่ถ้าเป็น Windows 10 Pro คงดีกว่านี้

ค่าเริ่มต้นในการแสดงผลอยุ่ที่ 100% ซึ่งตัวหนังสือและการแสดงผลต่างๆ จะเล็กมาก มองไม่ค่อยชัด แนะนพให้ปรับเป็น 150%

ในแง่การใช้งาน

ด้วยสเปกความแรงระดับนี้ จึงทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานเบาๆ อย่างพิมพ์งานใช้ Word, Excel ธรรมดาทั่วไป หรืองานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องขึ้นมานิดหน่อยอย่าง ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom, Photoshop หรือ illustrator ก็ใช้งานได้ สำหรับใครที่ชอบถ่ายคลิป ก็สามารถใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้บนรุ่นนี้ได้ เพียงแต่ว่าคลิปที่ทำความยาวอาจจะได้แค่ระดับนึง ตัดคลิปเบาๆ พอไหว

ด้วยที่ตัวเครื่องมีการ์ดจอแยกมา จึงทำให้สามารถเล่นเกมที่ใช้กราฟฟิกสูงในระดับนึงได้ แต่ข้อความระวังคือ แม้จะเล่นได้ แต่ความร้อนก็มีเพิ่มขึ้นตามมา หากมีความร้อนตัวพัดลมจะทำงาน ซึ่งเสียงจะดังตามความร้อนที่มี

ประสิทธิภาพ

มารพ้อมกับซีพียู AMD Ryzen 7 3700U เป็นสถาปัตยกรรม 12 nm เหมือนกับรุ่น Ryzen 7 2700U มีความเร็ว 2.3-4.0 GHz ตัวชิปกราฟิกเป็น AMD Radeon RX Vega 10 แรมให้มา 8GB DDR4 หน่วยความจำภายในเป็น 512GB PCIe 3.0 x2 SSD ตัวบอร์ดก็เป็น Asus UX431DA

ในแง่การใช้งานลื่นสุดๆ เปิดโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมได้พร้อมกัน สลับโปรแกรมได้ไม่หน่วง ยิ่ง Chrome ยิ่งสามารถเปิดได้หลายแท็บ ไม่ต้องกังวล

ตัว SSD เป็นแบบ NVMe ความจุ 512GB ความเร็วในการอ่านที่ทดสอบด้วยโปรแกรม CrystallDiskMark อยู่ที่ 1640 MB/s และเขียนอยู่ที่ 882 MB/s

ในส่วนของความร้อน จากการใช้งานในห้องแอร์ ความร้อนของเครื่องขณะรันโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพ ธรรมดาความร้อนของซีพียูอยู่ที่ 41 องศา ถ้าเครื่องมีความร้อนถึงระดับนึง พัดลมระบายความร้อนจะทำงานเอง

แบตเตอรี่เท่าที่ใช้งานพบว่าใช้งานได้ราวๆ 6-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าใช้งานหนักแค่ไหน ถือว่าทำได้ไม่เลว หากต้องออกไปทำงานข้างนอก หรือพบลูกค้า ก็ไม่จำเป็นต้องพกอะเดปเตอร์ไปด้วย อยู่ได้สบายๆ 1วัน

ผลทดสอบด้วยโปรแกรมอื่นๆ

สรุป

ข้อดี

  • ใช้งานลื่นไหลมาก ไม่หน่วง ไม่กระตุก
  • เสียงดีเวอร์ !! เปิดดังสุดเสียงไม่แตก
  • จอสวย แสดงผลคมชัด ดูหนังเพลิน
  • น้ำหนักเบา พกพาง่าย ขนาดตัวเครื่องเท่า Notebook ขนาด 13 นิ้ว
  • ErgoLift ช่วยให้วางมือสะดวกขึ้น พิมพ์ง่ายขึ้น
  • มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ
  • เล่นเกมได้ ทำงานก็สบาย

จุดสังเกต

  • เวลาเครื่องร้อน พัดลมทำงานเสียงดัง อาจจะรบการทำงานหรือการเล่นเกม
  • อัพเกรดยาก
  • port USB น่าจะให้มาเยอะกว่านี้
  • น่าจะให้ Windows 10 Pro มา
  • เจออาการ Sleep mode แล้วปลุกไม่ขึ้นหลายครั้ง ต้องต่อสายชาร์จแบตละค่อยเปิด อาจจะเป็นเพราะเครื่องรีวิว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here