Binance กับความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายระดับสากล

LE KV scaled

กรุงเทพฯ (4 เมษายน 2566)จากความก้าวหน้าของระบบนิเวศ Web3 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเกิดความกังวลในด้านความปลอดภัยและอาชญากรรมทางไซเบอร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้อาชญากรไซเบอร์ที่มุ่งโจมตี Web3 มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น เหล่าผู้เล่นในอุตสาหกรรมคริปโตรวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจึงได้ร่วมมือกันเพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยมี Binance เป็นกำลังหลักในการส่งเสริมความพยายามบังคับใช้กฎหมายในอุตสาหกรรมคริปโตและบล็อกเชนให้เกิดขึ้น

ความมุ่งมั่นต่อการปฎิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับและการต่อต้านการฟอกเงิน

Binance มีความมุ่งมั่นในการสร้าง Web3 และระบบนิเวศบล็อกเชนที่สอดคล้องต่อกฎระเบียบและมาตรฐานด้านปลอดภัย โดยในปี 2022 Binance มีจำนวนทีมรักษาความปลอดภัยและแผนกกำกับดูแลกฏระเบียบเพิ่มขึ้นกว่า 500% ผ่านการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรสืบสวนและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายชั้นนำของโลก โดยพวกเขารับหน้าที่ในการพัฒนาโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยที่ล้ำสมัยเพื่อใช้ปกป้องและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ Binance ยังมีนโยบายต่อต้านการฟอกเงินที่เข้มงวด พร้อมระบบ Know Your Customer (KYC) ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายแทรกซึมเข้าไปในแพลตฟอร์มอีกด้วย

นอกจากนี้ Binance ได้ร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกเพื่อเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการหลอกลวงในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการปกป้องชุมชน Web3 และช่วยเหลือผู้ใช้ในการระบุตัวสแกมเมอร์ (scammers) โดยแคมเปญนี้เกิดขึ้นครั้งแรก ณ ประเทศฮ่องกง จากการที่ Binance ร่วมมือกับกองกำลังตำรวจฮ่องกง (HKPF) เพื่อร่างข้อความป้องกันอาชญากรรมและตั้งการแจ้งเตือนแบบกำหนดเป้าหมาย (targeted alerts) ซึ่งผู้ใช้จะได้รับข้อความนี้เมื่อทำการถอนเงินบน Binance โดยภายในสี่สัปดาห์แรกของการเปิดตัวแคมเปญ ผู้ใช้ประมาณ 20.4% ได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยการทบทวนคำสั่งถอนเงินก่อนการดำเนินการ พร้อมพิจารณาว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือไม่

Binance ยังได้เปิดตัวโปรแกรมฝึกอบรมการบังคับใช้กฎหมายระดับสากลเป็นรายแรกของอุตสาหกรรม เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการตรวจจับอาชญากรรมทางการเงินและอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยในปี 2022 ฝ่ายสืบสวนอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญจาก Binance ได้จัดโปรแกรมการฝึกอบรมมากกว่า 70 รายการทั่วโลก ตั้งแต่ทวีปเอเชียไปจนถึงยุโรปและอเมริกา โดยเริ่มตั้งแต่ด้านความรู้พื้นฐาน อย่าง ข้อมูลคริปโตเบื้องต้น ตลอดจนแนวทางของ Binance ในการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์

ทั้งนี้ จากความร่วมมือและการสื่อสารกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้อุตสาหกรรมสามารถพัฒนากลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุมเพื่อลดช่องว่างที่มีอยู่ในระบบได้ และในขณะเดียวกัน ยังสามารถลดการโจมตีและอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ Binance ได้ร่วมมือกับศูนย์สืบสวนและประสานงานอาชญากรรมทางไซเบอร์ในประเทศ (CICC) ภายใต้กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (DICT) เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและหารือเกี่ยวกับวิธีการช่วยเหลือหน่วยงานท้องถิ่นในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์และนิติวิทยาศาสตร์ของบล็อกเชน เป็นต้น

Binance กับการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วภูมิภาคดำเนินงานเพื่อตรวจจับและต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินและการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Binance ได้เข้าร่วมการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงผ่านการตอบสนองต่อคำร้องและคำสอบถามตามกฎหมาย ทั้งจากรัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน การฟ้องร้อง และการยึดทรัพย์ โดยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021 ทีมงานสืบสวนของไบแนนซ์ได้ตอบกลับคำขอจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมากกว่า 47,000 รายการ และใช้เวลาตอบกลับโดยเฉลี่ยภายในสามวัน

ยาเร็ก ยาคุบเช็ค หัวหน้าฝ่ายฝึกอบรมการบังคับใช้กฎหมายของ Binance กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม เราจึงมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศบล็อกเชนที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทุกคน พร้อมกับความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามนโยบายเชิงรุกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมและการสืบสวน โดยในปีนี้ Binance จะยังคงสนับสนุนและเดินหน้าขยายโครงการริเริ่ม ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมฝึกอบรมการบังคับใช้กฎหมายระดับสากล และการรณรงค์ต่อต้านการหลอกลวงต่อไป”