โรคร้ายที่มากับนกพิราบ อันตรายที่คุณควรหลีกเลี่ยง

Cryptococcosis cover

หลาย ๆ คน อาจจะยังไม่รู้ว่า นกพิราบ และมูลของมันเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนได้มากมาย เนื่องจากคนเราสามารถรับเชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัสเข้าสู่ร่างกายเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งของนกพิราบที่เป็นพาหะ อย่างมูล น้ำมูก น้ำตา และน้ำลาย หรือสัมผัสกับตัวนกโดยตรง ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการสูดหายใจขณะที่เข้าไปอยู่กลางฝูงนก เข้าใกล้กรงนก หรือให้อาหารนก เพราะนกพิราบอาจกระพือปีกจนทำให้เชื้อโรคจากตัวนกหรือฝุ่นละออง ดินที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ฟุ้งกระจายในอากาศมากขึ้นได้ ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูว่าโรคร้ายที่มากับนกพิราบ มีอะไรบ้าง และมีวิธีป้องกันการรบกวนจากนกพิราบอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

nok 01

โรคร้ายที่มากับนกพิราบ

โรคคริปโตคอกโคสิส (Cryptococcosis) หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคเชื้อรามูลนก คือ โรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อราคริปโตคอกคัส นีโอฟอร์แมนส์ (Cryptococcus neoformans) ซึ่งส่งผลให้เสียชีวิตได้ การติดเชื้อราชนิดนี้มักก่อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบซึ่งพบมากในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยเชื้อนี้จะส่งผลต่อปอดก่อนจะแพร่ไปยังอวัยวะส่วนอื่นผ่านทางกระแสเลือด บางครั้งอาจมีอาการปวดศีรษะเป็นพัก ๆ หน้ามืด เวียนศีรษะ ปวดขมับหรือเบ้าตา มีปัญหาด้านการมองเห็น อาเจียน ไอเป็นเลือด มีก้อนเนื้อที่จมูก เลือดออกจมูก มีไข้อ่อน ๆ น้ำหนักตัวลดลง และมีหลอดลมอักเสบร่วมด้วย หากติดเชื้อที่สมองอาจมีอาการสับสน และมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป

เชื้อราที่อยู่ในมูลของนกพิราบ สามารถติดเชื้อในคนได้โดยการสัมผัสมูลนกพิราบ หรือจากการหายใจ และสูดดมเชื้อ ดังกล่าวเข้าไปในร่างกาย เมื่อเกิดการสัมผัสเชื้อราคริปโตคอคคัสจะเกิดการฟุ้งกระจาย และหากสูดดมเข้าไปในร่างกายจะทำให้ติดเชื้อที่ปอด ทั้งยังสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น สมอง ได้ด้วย โดยส่วนมากเชื้อชนิดนี้จะติดต่อในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น คนที่ได้รับยากดภูมิ หรือในคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด ขณะเดียวกันในคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน แต่เพราะมีภูมิต้านทานโรคที่สมบูรณ์ก็อาจช่วยควบคุมไม่ให้เกิดโรคได้ นอกจากนี้ในนกพิราบยังมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คลามัยเดีย ที่ทำให้เกิดอาการปอดบวมได้ด้วย

nok 03

วิธีป้องกันตนเองจากนกพิราบ

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสนก การเข้าไปอยู่ในฝูงนก หรือให้อาหารนก หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมถุงมือ สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือให้สะอาดทั้งก่อน และหลังสัมผัสนก โดยเฉพาะนกที่ป่วยหรือตายแล้ว

2. หากนกพิราบมาบินวนเวียนอยู่ใกล้ที่อยู่อาศัยเป็นประจำควรไล่นกออกไปไกล ๆ อาจจะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยไล่นก อย่างการเคาะไม้ การแขวนกระจกเงา รวมถึงยังสามารถติดตั้งตาข่าย ตะแกรง ขึงเอ็น เส้นสวด หรือนำวัสดุที่แหลมคมอย่างเศษแก้วหรือลวดหนามมาใช้ เพื่อป้องกันนกพิราบมาเกาะ

3. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีโรคประจำตัว เด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ควรระมัดระวังนกพิราบมากเป็นพิเศษ โดยไม่ควรสัมผัสนกที่ป่วยหรือตายแล้ว หมั่นล้างมือให้สะอาดร่วมกับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดี และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้

ดังนั้น ถ้าหากคุณต้องเข้าใกล้นกพิราบ ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรค และหมั่นล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสใบหน้า เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะคะ

รูปภาพ: commons.wikimedia.org และ washingtonpost.com