5 วิธีแก้ท้องผูก ถ่ายยาก ให้กลับมาถ่ายง่ายอีกครั้ง

- stomach ache cover - ภาพที่ 1

อาการท้องผูก เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เนื่องจากปัญหาท้องผูกเกิดจากได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การไม่ออกกำลังกาย การตั้งครรภ์ การใช้ยาบางชนิด หรือมีพฤติกรรมการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสมเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น การขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือการกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำมากเกินไปจนอุจจาระแข็งตัว เป็นต้น ซึ่งอาการท้องผูกนี้ เป็นอาการที่สร้างความทรมานได้ไม่น้อย และอาจส่งผลเสียต่อร่างกายส่วนอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะพาคุณไปดู 5 วิธีแก้ท้องผูก ถ่ายยาก ให้กลับมาถ่ายง่ายอีกครั้ง มาฝากกันค่ะ

- fiber 04 - ภาพที่ 3

5 วิธีแก้ท้องผูก

ปรับพฤติกรรมการขับถ่ายให้ถูกต้อง โดยควรเริ่มปรับพฤติกรรมการขับถ่ายให้เป็นเวลาในแต่ละวันเพื่อให้ร่างกายเกิดความคุ้นเคย ซึ่งแนะนำให้เป็นช่วงเวลาหลังรับประทานอาหารเช้า 20 นาที ไม่กลั้นอุจจาระเมื่อเกิดอาการปวดโดยไม่จำเป็นหรือถ่ายด้วยความรีบเร่ง ทั้งนี้การนั่งถ่ายบนโถส้วมชักโครกควรโค้งตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย อาจมีเก้าอี้ตัวเล็กรองบริเวณเท้า เพื่อชันเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้หัวเข่าอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าสะโพก ซึ่งจะช่วยให้สะดวกต่อการขับถ่าย

- fiber 03 - ภาพที่ 5

เพิ่มใยอาหารให้มากขึ้น โดยการรับประทานใยอาหารหรือไฟเบอร์เพื่อช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติ โดยทั่วไปคนเราควรได้รับใยอาหารประมาณ 20-35 กรัมต่อวัน ซึ่งพบได้มากในอาหารประเภทผัก ผลไม้สดหรือแห้ง ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกพรุน แครอท หน่อไม้ฝรั่ง ลูกเกด เป็นต้น

- fiber 02 - ภาพที่ 7

ดื่มน้ำให้มากขึ้น ในแต่ละวันคนเราควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตรหรือประมาณ 8-10 แก้ว โดยช่วงแรกให้ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณในการดื่มน้ำให้มากขึ้น 1-2 แก้วจากปริมาณน้ำที่ดื่มปกติ ดื่มน้ำในตอนเช้าของทุก ๆ วัน และอาจเลือกจิบน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นควบคู่ไปด้วยเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการท้องผูกจึงควรดื่มน้ำสะอาดควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารด้วย เพื่อช่วยให้ใยอาหารดูดซับน้ำได้ดี ทำให้อุจจาระพองตัว นุ่ม และเบ่งออกได้ง่าย

- fiber 01 - ภาพที่ 9

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นประจำประมาณ 30 นาทีต่อวัน อาจเป็นการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ ๆ รวมไปถึงพยายามเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ เพื่อช่วยเพิ่มการบีบตัวของลำไส้มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อ และระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติมากขึ้น

เสริมการทำงานของลำไส้ด้วยโปรไบโอติกส์ เนื่องโปรไบโอติกส์ เป็นแบคทีเรีย หรือจุลชีพ ชนิดดีที่อาศัยอยู่ภายในลำไส้ของคนเรา และไม่ก่อโรคให้ร่างกาย โดยพบในอาหารบางประเภทโยเกิร์ต นมเปรี้ยว รวมไปถึงอาหารหมักดอง กิมจิ ผักดอง หรือทานผักผลไม้ก็จะช่วยเพิ่มจำนวนโปรไบโอติกในกระเพาะเช่นกัน และช่วยปรับการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ

ดังนั้น ถ้าหากรู้ว่าตัวเองมีอาการท้องผูก ควรเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นมิตรต่อลำไส้ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการขับถ่าย อาการท้องผูกก็อาจบรรเทาลงได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาระบายหรือพบแพทย์ แต่หากอาการท้องผูกรุนแรงมากขึ้นแม้ว่าบรรเทาอาการเบื้องต้นหรือทานยาระบายแล้ว ผู้มีอาการควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธีค่ะ

รูปภาพ: healthline.com , healsens.com , riversidemedicalclinic.com และ verywellfit.com

Related Posts