โยเกิร์ตกินตอนไหนดี? ทำความรู้จักกับโยเกิร์ต ข้อดี ข้อเสีย และประโยชน์ของโยเกิร์ตที่คุณควรรู้

โยเกิร์ต เป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกอย่าง ที่หลาย ๆ คนนิยมรับประทานกัน เพราะนอกจากจะมีรสชาติอร่อย อยู่ท้องแล้ว ยังเชื่อกันว่าโยเกิร์ตเป็นอาหารที่กินแล้วมีคุณประโยชน์มาก ๆ ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโยเกิร์ต ข้อดี ข้อเสีย และประโยชน์ของโยเกิร์ตที่คุณควรรู้ และโยเกิร์ตกินตอนไหนดีที่สุด ถ้าอยากรู้แล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

โยเกิร์ตกินตอนไหนดี

ทำความรู้จักกับโยเกิร์ต

โยเกิร์ต (Yogurt) คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนมสด นมพร่องมันเนย หรือ นมถั่วเหลือง โดยการใช้แบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส เอซิโดซิส และสเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส เป็นหลักใส่ลงไปหมักผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ แบคทีเรียเหล่านี้ช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมให้เป็นกรดแลคติค ทำให้มีภาวะกรด และมีรสเปรี้ยวโดยมีความเป็นกรด-เบสอยู่ระหว่าง 3.8-4.6 นมเปรี้ยว มี 2 ชนิด คือ ชนิดแรกเป็นนมเปรี้ยวที่มีลักษณะเป็นน้ำคล้ายเครื่องดื่ม อีกชนิดหนึ่งเป็นนมเปรี้ยวที่มีลักษณะเหลวข้นที่เรียกว่า โยเกิร์ต

- Yogurt 02 - ภาพที่ 2

ที่มา: parenting.firstcry.com

ข้อดีของโยเกิร์ต

  • โยเกิร์ตเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ทั้งหลาย เนื่องจากผู้หญิงเราต้องได้รับปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง
  • โยเกิร์ตช่วยในการปรับสมดุลร่างกาย คือ ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ลดปัญหาเรื่องท้องอืด อึดอัด แน่นท้องไม่สบายท้อง ซึ่งในคนที่มีปัญหาท้องผูกก็จะช่วยได้ เพราะว่าโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ที่ดี ที่ช่วยในเรื่องการทำงานของลำไส้ ทำให้ระบบดูดซึมมีประสิทธิภาพมากขึ้น การขับถ่ายก็จะดีขึ้น ช่วยแก้ท้องผูกได้
  • โยเกิร์ตช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส เนื่องจากโยเกิร์ตช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ ดังนั้นถ้าระบบขับถ่ายเราดี สุขภาพก็จะดี ผิวพรรณก็จะผ่องใสตามมา

- Yogurt 03 - ภาพที่ 4

ที่มา: vitapura.com

ข้อเสียของโยเกิร์ต

  • เพิ่มความอ้วน ถึงแม้จะเป็นน้ำตาลแลคโทสไม่ใช่กลูโคสที่ร่างกายจะดูดซึมทันที แต่ขึ้นชื่อว่าน้ำตาลแล้วก็ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ถ้าเทียบกับการกินผักเพื่อช่วยเรื่องการขับถ่ายเหมือนกัน ผักจะให้แคลอรี่ต่ำกว่ามาก
  • สรรพคุณข้างเคียงของน้ำผึ้ง ความหวานจากน้ำผึ้งที่ใส่เข้าไป แคลอรี่ความหวานจากน้ำผึ้งก็คือแคลอรี่จากน้ำตาล การทานน้ำผึ้งไม่ได้ปลอดภัยกว่าการทานน้ำตาล ถ้ามีแผที่กระเพราะ อาจมีผลข้างเคียงทำให้กระเพาะเป็นแผลได้
  • กระตุ้นภูมิแพ้ เนื่องจากคนเอเชีย 50-80% แพ้โปรตีนในนมวัว ซึ่งถ้ากินโยเกิร์ตเข้าไป ก็จะทำให้โปรตีนในน้ำนมเข้าไปทำให้เยื่อบุลำไส้ระคายเคือง เซลล์เยื่อบุเกิดอาการบวมน้ำจนต้องปล่อยสารคัดหลั่งออกมา และร่างกายก็กำจัดด้วยการขับถ่ายเป็นน้ำเหลว ๆ ออกไป แต่ถ้าทานโยเกิร์ตหรือนมวัวบ่อย ๆ ระบบภูมิต้านทานก็จะปรวนแปร จากแค่แพ้น้อย ๆ ก็จะค่อย ๆ แพ้หนักขึ้น และพัฒนาเป็นลมพิษ ผื่นคัน หอบหืด และหนักที่สุดก็คือกลายเป็นโรคลำไส้เรื้อรัง

- Yogurt 05 - ภาพที่ 6

ที่มา: dutchgoldhoney.com

โยเกิร์ตกินตอนไหนดี?

การทานโยเกิร์ตในแต่ละช่วงเวลาจะส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกัน ดังนี้

  • ช่วง 07.00 น. – 09.00 น. โยเกิร์ตจะช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัว
  • ช่วง 11.00 น. – 13.00 น. โยเกิร์ตจะปรับสมดุล ทำให้ลำไส้ทำงานเบาลง ในช่วงเย็นถึงค่ำ
  • ช่วง 18.00 น. – 19.00 น. การทานโยเกิร์ตหลังมื้อค่ำจะช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบการย่อยอาหารมากขึ้น

หากต้องการกินโยเกิร์ตลดน้ำหนัก จะต้องเลือกกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติเท่านั้น โดยนำมาผสมกับผลไม้สดอย่างส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี แอปเปิล หรือกล้วย และผลไม้ชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มไฟเบอร์ให้แก่ร่างกาย และเมื่อร่างกายอิ่มท้องไปด้วยไฟเบอร์ อาการหิวจุบจิบในมื้อถัดไปก็ลดลง แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นอีกด้วย

- Yogurt 04 scaled - ภาพที่ 8

ที่มา: earth.com

ประโยชน์ของโยเกิร์ตที่คุณควรรู้

อุดมไปด้วยแคลเซียม เพราะโยเกิร์ตเป็นอีกหนึ่งในอาหารที่มีแคลเซียมสูง ที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้โยเกิร์ตมีกรดแลกติกที่จะช่วยย่อยแคลเซียมให้เล็กลง ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ง่ายขึ้น

ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากโยเกิร์ตอุดมไปด้วยโปรตีนจึงช่วยให้อิ่มอยู่ท้องแบบสบาย ๆ และโยเกิร์ตยังจัดเป็นอาหารแคลอรีต่ำ จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกโยเกิร์ตไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย หรือรสธรรมชาติ

- Yogurt 01 - ภาพที่ 10

ที่มา: cooking.nytimes.com

ลดคอเลสเตอรอล เพราะโพรไบโอติกที่อยู่ในโยเกิร์ต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกายได้ และยังช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นระบบเผาผลาญ อีกทั้งยังช่วยลดระดับไตรกลีเซอรไรด์ กลูโคส และน้ำตาลในเลือด

ช่วยกระตุ้นการทำงานลำไส้ เนื่องจากในโยเกิร์ตมีแลคโตบาซิลัส เป็นจุลินทรีย์ที่ร่างกายต้องการ ซึ่งจะไปช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ เอชไพโลไร ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ และลดการอักเสบของลำไส้

ช่วยรักษาเชื้อราในช่องคลอด การรับประทานโยเกิร์ตที่อุดมด้วยโปรไบโอติกจำพวกแลคโตบาซิลลัสทุกวัน จะช่วยลดการติดเชื้อกลับมาเป็นซ้ำได้ และโยเกิร์ต ยังช่วยรักษาช่องคลอดอักเสบอันเกิดจากเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย

บำรุงผิวหน้า ในโยเกิร์ต มีโปรตีน และวิตามิน ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใส สามารถนำมามาสก์หน้า พอกหน้า พอกตัว เพื่อบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใส ด้วยโปรตีน และวิตามินในโยเกิร์ต แต่แนะนำให้ใช้เป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

- Yogurt 06 - ภาพที่ 12

ที่มา: beautylish.com

ฟื้นฟูผิวไหม้จากแสงแดด ในโยเกิร์ตอุดมไปด้วยซิงค์ ที่จะช่วยปลอบประโลมผิวที่ไหม้ และแสบ ให้หายได้เร็วยิ่งขึ้น โดยนำโยเกิร์ตพอกบริเวณผิวไหม้ ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วล้างออก ช่วยให้ความชุ่มชื้น และกลับมาเนียนนุ่มอีกครั้ง

ลดกลิ่นปาก แบคทีเรียที่มีชีวิตในโยเกิร์ต โดยเฉพาะสเตรปโตคอคคัส และแลคโตบาซิลลัส ที่มีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นปากจากการสะสมของแบคทีเรียในปากได้ อีกทั้งยังช่วยบำรุงเหงือก และฟัน ลดอาหารเหงือกอักเสบได้อีกด้วย

โยเกิร์ต เป็นอาหารที่มีประโยชน์หลายด้านมาก ๆ ทั้งภายใน และภายนอก แต่ทั้งนี้การกินโยเกิร์ต ก็ต้องเลือกให้ดีทั้งโยเกิร์ต และเวลาการกิน ที่สำคัญกินในปริมาณที่พอดี ๆ ไม่มากจนเกินไป เพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายมากที่สุดค่ะ

ติดตามเพจ