ความล้มเหลวของ Assassin’s Creed: Unity ที่ถูกแก้มือและได้ผลตอบรับที่ดีพอตัวใน Syndicate ก่อนที่โปรเจกต์เกม “นักฆ่า” จะถูกพักเพื่อการเพาะบ่มเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มๆ ก่อนที่จะเปิดตัวออกมาภายใต้ชื่อ Assassin’s Creed: Origins ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของต้นน้ำสายธารของภราดรนักฆ่า

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผู้เขียนมีแผ่นเกม Assassin’s Creed: Origins ในการครอบครองเนิ่นนาน แต่ก็ไม่ได้คิดจะหยิบเกมนี้มาเล่นอย่างตั้งใจนัก เนื่องจากยังสำลักกับประสบการณ์ที่ไม่ดีนักจาก Unity

ในห้วงเวลาหนึ่ง เมื่อสายตาได้ต้องกับต่วย’ตวน พิเศษ ที่กำลังผายมือเชื้อเชิญด้วยข้อความบนหน้าปก จนทำให้ความทะยานอยากที่จะปีนป่าย อยากย้อนกลับไปเดินทางผจญภัยในผืนแผ่นดินทะเลทรายบนดินแดนไอยคุปต์ของ Origins กลับคืนมา

Assassin’s Creed: Origins คือ ภาคล่าสุดของซีรีส์ภราดรนักฆ่า แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับเป็นภาคเริ่มต้นก่อนที่จะมีภราดร ก่อนที่จะมีอัศวินเท็มพลาร์ (Templar Knight)

จุดที่ดีมากๆ ของ Assassin’s Creed ในทุกๆ ภาค นั่นคือ การผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง และความบันเทิงในฐานะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจากเมืองเยรูซาเล็ม ที่เป็นเหตุการณ์แรกที่เราได้รู้จักกับภราดรนักฆ่าเป็นครั้งแรก เมืองฟลอเรนซ์ในยุคเรอเนซองส์ ซึ่งเป็นภาคที่สองของเกม เรื่อยมาถึงการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศสจากภาค Unity และลอนดอนก่อนสงครามโลกครังที่ 1 ปะทุขึ้นกับภาค Syndicate

AC_2

เพียงแต่ Origins กลับทำได้เหนือชั้นกว่านั้นเป็นเท่าตัว เพราะ Ubisoft ในฐานะผู้พัฒนาเกมสามารถสร้างโลกไอยคุปต์ได้อย่างสมจริง คุณสามารถเดินทางด้วยเท้า ด้วยม้า หรืออูฐ เพื่อทัศนาจร ชมความงามของเมืองที่เคยมีอยู่จริง และเคยรุ่งเรืองในอดีต คุณจะได้เห็นปลายยอดแหลมที่สูงเสียดฟ้าของพีระมิดเมืองกีซ่า คุณจะได้เห็นภาพจำลองการใช้ชีวิตของชาวบ้าน การค้าขาย การคมนาคม การเกษตรกรรม ไปจนถึงการเพิ่มความสมจริงให้กับ NPC (Non-Playing Character) ที่มีเวลากิน และเวลาพักผ่อน ผสานเข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งเป็นนาฬิกาของธรรมชาติในการดำรงชีพ

แม้แต่การมองโลกจากเบื้องบนสู่เบื้องล่างจาก Senu เหยี่ยวคู่ใจของเรา และที่ขาดไม่ได้คือ การหยิบจับนำเอาบุคคลที่มีชีวิตจริงมาอยู่ในเส้นเรื่องของเกม ซึ่งในภาคนี้ บุคคลที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นพระนางคลีโอพัตรา และจูเลียส ซีซาร์ ที่จะมีบทบาทอย่างมากทั้ง Main Quest และ Side Quest

พร้อมกันนี้ เส้นเรื่องของ Origins ได้ก้าวล่วงเข้ามาในยุคปลายของอาณาจักรอียิปต์ ที่กำลังถูกครอบงำโดยอาณาจักรโรมันของจูเลียส ซีซาร์ ดังนั้นแล้ว ไม่ใช่แค่ความเป็นอียิปต์ไม่ใช่สิ่งเดียวที่คุณจะได้เห็น แต่สถาปัตยกรรมแบบกรีก และสถาปัตยกรรมแบบโรมัน เป็นอีกสองสิ่งที่คุณจะได้รับ

แต่กว่าที่ Ubisoft จะพัฒนา Origins มาถึงจุดนี้ได้ ทีมงานได้ใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าในทุกด้านเท่าที่พอจะเป็นไปได้ ผ่านการรีเสิร์ชในหนังสือเล่มหนาๆ ของสารานุกรม เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์อียิปต์ เอกสารชั้นต้น เอกสารชั้นรอง ภาพยนตร์ ไปจนถึงทีวีซีรีส์ การที่ทีมงาน Ubisoft เลือกใช้สื่อบันเทิงด้วยก็เพราะว่า เพื่อหาช่องว่างบางอย่างที่จะให้คนเล่นเกมรู้สึกสนุกเฉกเช่นเดียวกับ”ความเป็นอียิปต์” ถูกนำมาใช้ในสื่อบันเทิงกระแสหลัก

AC_3

Ashraf Ismail เกมไดเรคเตอร์ บอกว่า การพัฒนา Origins เป็นเรื่องที่ยาก เพราะหลักฐานชั้นต้นเกี่ยวกับอียิปต์มันไม่ครอบคลุมครบทุกเรื่องอย่างที่ทีมพัฒนาเกมต้องการ ทำให้สิ่งที่ถูกนำเข้ามาเติมเต็ม นั่นคือ จินตนาการในการเติมเรื่องราวเข้าไปในเกม และเพื่อไม่ให้เกมหลุดกรอบความเป็นอียิปต์จนขาดความน่าเชื่อถือ นั่นจึงทำให้ทีมผู้พัฒนาเกม มีการว่าจ้างนักอียิปต์วิทยาและนักประวัติศาสตร์ เพื่อการนำเสนอยังคงน่าเชื่อถือและสมจริงที่สุด

ตัวอย่างที่ทีมประวัติศาสตร์ที่ผู้พัฒนาเกมร่วมงานด้วยนั้น ได้มีการลงลึกถึงเรื่องของการใช้ภาษาอียิปต์โบราณ ซึ่งแน่นอนว่า อ้างอิงจากหลักฐานชั้นต้นที่พอจะมีอยู่บ้าง แต่เพียงพอหรือไม่นั้น ก็ชัดเจนว่าไม่ จากนั้นแล้ว ก็คาดเดาจากหลักฐานในการสร้างสำเนียงการพูด แกรมมาร์ เพื่อให้ระบบนิเวศน์รอบด้านของเกมเป็นธรรมชาติและลื่นไหลไปกับตัวเกม

AC_5

นอกจากนี้แล้ว ยังต้องชื่นชมความชาญฉลาดของ Ubisoft ที่ใช้ประโยชน์ของฉากทุกฉากออกมาอย่างคุ้มค่า การออก DLC เสริม Discovery Tour ให้กับคนที่ต้องการ “ศึกษา” วิถีชีวิต อารยธรรมดั้งเดิม และท่องโลกในดินแดนไอยคุปต์ สามารถได้เดินทางค้นคว้า และเรียนรู้จากเกม (ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์มากที่เกมสามารถเป็นสื่อการสอนรูปแบบใหม่ในการเรียนรู้ได้)

ในท้ายที่สุด ผู้เขียนก็ไม่ทราบหรอกนะครับว่า นักเล่นเกมที่เล่น Origins เมื่อเล่นไปแล้ว หรือเล่นจบแล้ว สรรสาระที่อยู่ในเกมสามารถจุดประกายความสนใจในประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวของอียิปต์เพิ่มเติมมากขึ้นแค่ไหน อย่างน้อยๆ ก็เชื่อว่า เรื่องราวของอียิปต์ ชื่อที่ปรากฏขึ้นมาของตัวละคร จะแว่บเข้าหัวผู้เล่น ทำให้เขาหรือเธอเกิดความรู้รอบตัว แค่เพียงความรู้อันน้อยนิดนี้ ก็มีคุณค่าอย่างอนันต์จนไม่น่าเชื่อ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here