How to ทวงหนี้แบบไม่เสียน้ำใจ ได้เงินคืนแบบไม่ต้องสวมบทโหด

เคยไหม? เวลาให้คนอื่นหยิบยืมเงินทีไร กว่าจะทวงคืนมาได้ก็ใช้เวลาตั้งนาน ทั้งๆ ที่ตอนให้ยืมก็มีการตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ากำหนดคืนคือเมื่อไหร่ แต่พอถึงกำหนดก็เงียบกริบ ไม่มีวี่แววว่าจะได้คืน จะไปทวงมาเลยมันก็จะยังไงๆ อยู่ ดูจะเป็นคนหน้าเลือดเกินไป แต่ยิ่งรอก็ยิ่งท้อใจ และยิ่งถ้าคนที่ยืมหรือ “ลูกหนี้” ของเราดันเป็นเพื่อนสนิท เป็นคนในครอบครัว หรือเป็นคนใกล้ตัวที่ไว้ใจมากๆ ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ จะไปทวงตรงๆ ก็กลัวจะเสียน้ำใจกันไปอีก

ถ้าจะลำบากใจขนาดนี้ เราก็ขอแนะนำ 6 วิธีทวงหนี้แบบไม่เสียน้ำใจ ได้เงินคืนแบบไม่ต้องสวมบทโหด ต่อให้ลูกหนี้ของเราจะเป็นเพื่อน เป็นคนในบ้าน เป็นแฟน หรือเป็นใครก็ตาม รับรองว่าได้เงินคืนแน่นอน แถมยังไม่ต้องเสียความรู้สึกอะไรใดๆ ไปดูเลยว่าทำยังไง!

วิธีทวงหนี้แฟน เพื่อน คนรู้จัก ญาติ แบบไม่เสียน้ำใจ

ทำให้เป็นเรื่องส่วนตัว

ลองคิดว่าถ้าเราเป็นลูกหนี้ แล้วเจ้าหนี้มาทวงเราตอนที่เรากำลังอยู่ต่อหน้าคนอื่น จะรู้สึกยังไง? เหมือนกันกับในกรณีที่เราเป็นเจ้าหนี้ ก็ควรให้เกียรติลูกหนี้ด้วยการทวงแบบเป็นส่วนตัว เช่น ทวงตอนที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง ทวงผ่านแชท อีเมล หรือโทรศัพท์ไปทวงแบบเป็นส่วนตัว จะไม่ทำให้ลูกหนี้รู้สึกอึดอัดและรู้สึกเสียหน้า

ใช้คำพูดที่เป็นกันเอง ลดความกดดันของลูกหนี้

ในกรณีที่ลูกหนี้คือเพื่อนสนิท หรือคนใกล้ตัวมากๆ การทวงโดยใช้คำพูดที่เป็นกันเอง สร้างบรรยากาศการพูดคุยที่ดูสบายๆ จะเป็นการลดความกดดันของลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้ไม่รู้สึกว่ากำลังโดนข่มขู่ เช่น ชวนพูดคุยเรื่องดีๆ สร้างบรรยากาศสนุกสนานก่อนเริ่มภารกิจ และเมื่อถึงตอนทวง แทนที่จะใช้คำว่า “ขอคืนเดี๋ยวนี้” หรือ “เมื่อไหร่จะคืนสักที” อาจเปลี่ยนไปใช้คำว่า “อย่าลืมคืนนะคะคุณเพื่อน” “คืนเราด้วยเด้อ” หรือ “กรุณาคืนด้วยคร้าบบบบ” เป็นต้น

ยืดเวลาให้ลูกหนี้ได้หายใจ

ถ้าเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดือดร้อนจริงๆ ยังไม่สามารถหามาคืนได้ในตอนนี้ ก็ควรเป็นเจ้าหนี้ที่ใจดี ให้โอกาสลูกหนี้ได้มีเวลาเพิ่มมากขึ้น อาจจะพูดคุยหรือตกลงกันดีๆ ว่าให้แบ่งจ่ายได้ อนุญาตให้ค่อยๆ ทยอยคืนเท่าที่มี หรือยืดระยะเวลาออกไปตามที่เห็นสมควร และถ้ากลัวลูกหนี้ลืมก็อาจจะเตือนความจำแบบดีๆ เพราะบางคนที่ลืมจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไม่คืนก็มีเหมือนกัน

มีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้

ถ้าทวงเองแล้วรู้สึกว่าไม่หนักแน่นพอ หรือไม่น่าจะได้คืน ก็อาจจะมองหาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้สักคน เช่น พ่อแม่หรือคนในครอบครัวของลูกหนี้ คนที่ลูกหนี้ให้ความเคารพหรือเกรงใจ หรือเพื่อนสนิทที่ลูกหนี้ไว้ใจมากที่สุด ขอความช่วยเหลือให้เขาช่วยทวงให้เราอีกแรง เผลอๆ อาจจะได้ผลกว่าเราทวงเองซะอีก

รับบทดราม่า เล่าปัญหาให้ฟังซะเลย

ในเมื่อทวงดีๆ แล้วก็ยังโดนตีมึนใส่ งานนี้คงต้องรับบทดราม่ารางวัลตุ๊กตาทอง เล่าปัญหาภาระอะไรต่างๆ ของเราให้เขาฟังซะเลย ไม่ว่าเราจะมีภาระต้องรีบใช้เงินจริงๆ หรือจะเป็นแค่การรับบทดราม่าตีเนียน ถ้าลูกหนี้ของเรายังมีความเข้าใจให้เราบ้าง ก็จะต้องรีบคืนเรามาแน่นอน

อ้างว่ายืมคนอื่นมาเหมือนกัน

สุดท้ายถ้าทวงยังไงก็ยังไร้วี่แวว คงต้องงัดไม้ตายออกมาใช้กันซะหน่อยแล้ว! อ้างไปเลยว่าเงินที่ให้ยืมไป จริงๆ แล้วก็เป็นเงินที่ยืมมาจากคนอื่นอีกที ไม่ใช่เงินของเราเอง แล้วเจ้าของเงินตัวจริงก็ทวงเรามาเหมือนกัน เราก็ไม่มีคืนเลยต้องมาทวง ใช้คำพูดที่นุ่มนวล ทำให้ลูกหนี้รู้สึกว่าเราก็กำลังลำบากจากการถูกทวงมาเหมือนกัน อาจจะดูเป็นการสร้างความกดดันให้ลูกหนี้ แต่ในเมื่อทวงดีๆ ไม่ได้ วิธีนี้ก็จำเป็นแหละ!

ขอบคุณรูปภาพจาก

freepik.com