แคร์ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไปรึเปล่า? รู้ได้ด้วย 5 สัญญาณนี้!

มีใครในที่นี้เคยรู้สึกว่าตัวเองกำลัง “แคร์ความรู้สึกของคนอื่น” มากเกินไปอยู่รึเปล่า? ไม่ว่าจะกับคนในครอบครัว กับเพื่อน หรือกับคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัว โดยที่เรามักจะใส่ใจ หรือมีความรู้สึกร่วมไปกับทุกๆ คำพูด ความคิด และการกระทำของคนอื่น จนสุดท้ายมารู้ตัวอีกที ในหัวของเราก็มีแต่เรื่องของคนอื่นเต็มไปหมด

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือการนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอเป็นเรื่องดี แต่หากว่ามันมากเกินไปก็จะกลายเป็นการสร้างความทุกข์ใจให้ตัวเอง จนบางครั้งเราก็ลืมนึกไปว่า เราแคร์คนอื่นขนาดนี้ แล้วคนเหล่านั้นล่ะ เขาแคร์เราเท่าที่เราแคร์เขารึเปล่า? และนี่ก็คือ 5 สัญญาณที่บอกว่าเราแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป เรากำลังเป็นแบบนี้อยู่รึเปล่า? ไปเช็กกันเลย

5 สัญญาณที่บอกว่าเราแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป

ไม่กล้าปฏิเสธ

ไม่ว่าใครจะมาขอความช่วยเหลือ ขอความเห็นใจ หรือขอให้ช่วยทำอะไรให้เราก็มักจะตอบตกลง ไม่กล้าปฏิเสธ แม้ว่าเราจะรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ หรือแม้ว่ามันจะทำให้เราต้องเดือดร้อนหรือลำบาก เราก็เลือกที่จะให้การช่วยเหลือ เพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายโกรธหรือรู้สึกไม่ดี และตัวเราก็จะรู้สึกผิดในภายหลัง

คำแนะนำ : รู้จักปฏิเสธให้เป็น ไม่จำเป็นต้องตอบรับหรือให้ความช่วยเหลือคนอื่น จนทำให้ตัวเองต้องลำบากหรือเดือดร้อน

มักโทษตัวเองอยู่เสมอ

เวลาที่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น หรือเวลาที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ เรามักจะนึกโทษไปว่าตัวเองคือคนผิด หรือเป็นต้นเหตุของปัญหา เป็นต้นว่า “ถ้าเราไม่ทำแบบนั้น มันก็คงจะไม่เป็นแบบนี้” หรือ “ถ้าเราไม่พูดไปแบบนั้น เขาก็คงไม่ต้องมารู้สึกแบบนี้” และในหลายๆ ครั้งเราก็มักจะพูดคำว่า “ขอโทษ” ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหา และกลัวว่าตัวเองจะไม่เป็นที่ยอมรับของคนอื่น

คำแนะนำ : ไม่จำเป็นต้องขอโทษถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่จำเป็นต้องยอมรับผิดแทนคนอื่น แต่ให้คิดหาสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

ต้องการให้คนอื่นชื่นชอบและพอใจ

หลายๆ ครั้งที่เรามักจะทำในสิ่งที่คนอื่นอยากให้ทำ หรือบอกให้ทำ เพื่อให้คนอื่นรู้สึกพอใจ หรือบ่อยครั้งก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นชอบ หรือมักจะคล้อยตามความคิดเห็นและการตัดสินใจของคนอื่น โดยไม่กล้าที่จะเห็นต่าง หรือเสนอความคิดที่ไม่ตรงกับความต้องการของคนอื่น เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นรู้สึกขัดใจเพราะตัวเอง

คำแนะนำ : คนเราร้อยพ่อพันแม่ ต่างคนก็ต่างนิสัย แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนบนโลกนี้ชื่นชอบหรือพอใจในตัวเราได้อยู่แล้ว ฉะนั้นจึงควรโฟกัสที่ความต้องการและความสุขของตัวเอง ขอแค่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอ

ต้องการคำชื่นชมจากคนอื่นเสมอ

ไม่ว่าเราจะทำหรือจะพูดอะไร ก็มักรอคอยที่จะได้รับการยกย่องหรือคำชื่นชมจากคนอื่น และถ้าไม่ได้รับคำชมตามที่ต้องการก็จะเฝ้ารอต่อไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็พยายามทำทุกอย่าง ลงทุนลงแรงเพื่อให้ได้รับคำชมนั้น จนบางครั้งเป็นการฝืนตัวเอง เป็นความพยายามที่เหนื่อยเกินไป และยังเป็นการลดคุณค่าของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

คำแนะนำ : มั่นใจในตัวเอง และมองเห็นคุณค่าในตัวเองอยู่เสมอ พัฒนาตัวเองให้ดี ไม่จำเป็นต้องรอให้คนอื่นมาทำให้ตัวเรารู้สึกมีคุณค่า แต่เราสามารถสร้างคุณค่าและมองเห็นคุณค่านั้นของตัวเองได้เสมอ

มักพยายามทำให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้นอยู่บ่อยๆ

เวลาที่เห็นเพื่อนหรือคนรอบตัวรู้สึกแย่ โกรธ ผิดหวัง หรือเสียใจ เรามักจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้น หรือรู้สึกสบายใจ โดยที่เราเผลอเก็บเอาความรู้สึกในด้านลบของอีกฝ่ายมาใส่ใจ และเอามาเป็นความทุกข์ของตัวเอง โดยที่ลืมไปว่า เราไม่จำเป็นต้องแบกรับความรู้สึกของคนอื่นมากขนาดนั้น

คำแนะนำ : การเข้าอกเข้าใจ หรือให้กำลังใจคนอื่น ทำให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็ไม่ควรเอาปัญหาของคนอื่นมาเป็นปัญหาของตัวเอง ทุกคนล้วนมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่เราทำได้ก็คือการให้กำลังใจและช่วยคิดหาวิธีแก้ปัญหาในเบื้องต้น แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะยังไงแต่ละคนก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบปัญหาของตัวเองอยู่ดี

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

goodlifeupdate.com, lp-yaem.com