รีวิว Huawei P20 Pro

หากพูดถึงหนึ่งในสมาร์ทโฟนแห่งยุคนี้ต้องมี Huawei P20 Pro เป็นหนึ่งในรายชื่อแน่นอน เป็นเรือธงของ Huawei ในปี 2018 นี้ มาพร้อมกับจุดเด่นกล้องหลัก 3 ตัว ที่มีจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพในที่แสดงน้อย และทำงานควบคู่กับ AI ทำให้กล้องฉลาดขึ้น พัฒนาร่วมกับ Leica เช่นเดิม

โดย HUAWEI P20 วางจำหน่ายในราคา 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Pink Gold

ส่วน HUAWEI P20 Pro วางจำหน่ายในราคา 27,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Twilight ที่หัวเว่ย แบรนด์ช้อป ร้านตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าที่ ร่วมรายการทั่วประเทศ

ข้อมูลสเปก

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว FHD 1080 x 2240, 408 PPI
  • ชิป HUAWEI Kirin 970 Octa-core (4×2.4 GHz Cortex-A73 & 4×1.8 GHz Cortex-A53)
  • ชิปกราฟฟิก Mali-G72 MP12
  • แรม 6GB
  • หน่วยความจำ 128 GB
  • กล้องหลัก 40 MP (RGB, รูรับแสง f/1.8) + 20 MP (สีเดียว Monochrome, รูรับแสง f/1.6) + 8 MP (Telephoto, รูรับแสง f/2.4) รองรับโฟกัสอัตโนมัติ
  • กล้องหน้า 24 MP, รูรับแสง f/2.0
  • รัน Android 8.1 (Oreo) อินเตอร์เฟส EMUI 8.1
  • รองรับระบบ 2 ซิม
  • USB Type-C
  • มี NFC
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ Huawei SuperCharge
  • ผ่านมาตรฐาน IP67 กันฝุ่นกันน้ำ
  • ขนาดตัวเครื่อง 155 x 73.9 x 7.8 มม.
  • น้ำหนัก 180 กรัม

ดีไซน์

จอแสดงผล OLED ขนาด 6.1 นิ้ว โดยวัดตามแนวทแยงมุมจากขอบที่ไกลที่สุดของมุมที่โค้งมน มาพร้อมกับ HUAWEI FullView Display สีสันสดใส ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ FHD 1080×2240 ความละเอียดต่อพิกเซล 408 PPI

ตัวเครื่องออกแบบใหม่หมด แตกต่างจาก Huawei P10/P10 Pro ที่เห็นกันชัดๆ คือเรื่องสีสัน เคลือบผิวด้วยสีแบบไล่ระดับ ทำให้สีด้านหลังของตัวเครื่องมีสีสันที่เปล่งประกาย ดูแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น แต่ทว่ามีการเคลือบผิวแบบไล่ระดับสีมีเฉพาะสี Twilight และ Pink Gold เท่านั้น

ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่จนเกินไป ด้านข้างออกแบบมาให้มีความโค้งที่พอเหมาะ จึงจับกระชับมือ และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายด้วยมือข้างเดียว

ที่สำคัญรุ่นนี้กันน้ำ ผ่านมาตรฐาน IP67 กันฝุ่นเข้าตัวเครื่อง และกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที อีกทั้งยังกันน้ำที่สาดกระเซ็น ตามมาตรฐาน IEC 60529

มาถึงวัสดุที่ใช้ ส่วนตัวมองว่าสามารถทำให้หรูขึ้นไปได้อีก (แต่นี่ก็ถือว่าหรูแล้วนะ) ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมซีรี่ย์ 6000 ส่วนฝาหลังเป็นกระจกแต่เป็นกระจกที่ไม่ได้ทำให้การจับลื่น ข้อเสียอย่างเดียวที่เจอคือเกิดรอยนิ้วมือง่ายมาก เป็นคราบๆ เลย

กล้องหน้าให้มาความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มาพร้อมกับ 3D Portrait Lighting เป็นเทคโนโลยีจำลองใบหน้า 3D ด้วย AI เพื่อตรวจจับลักษณะใบหน้าของคุณ และปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมเพื่อให้ภาพเซลฟี่ดูสวยงาม

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ และยังสามารถใช้สั่งงานอื่นๆ ได้ด้วย

อย่างที่ทราบกันว่ารุ่นนี้มีกล้องหลังถึง 3 ตัวด้วยกัน คือเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถซูมได้ 3 เท่า ตรงกลางเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพสีความละเอียด 40 ล้านพิกเซล และล่างสุดคือกล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

ระหว่างกล้องเทเลและกล้องถ่ายภาพสีจะมีเลเซอร์สำหรับช่วยการโฟกัส ช่วยการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ข้อเสียคือตัวกล้องจะนูนออกจากตัวเครื่องเยอะพอสมควร

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB Type-C รองรับชาร์จเร็วด้วย Huawei SuperCharge ไม่มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. มาให้ ในกล้องจะแถมหูฟัง USB Type-C มาให้ และแถมอแด็ปเตอร์ช่องเสียบหูฟัง USB-C เป็น 3.5 มม. มาด้วย

ซอฟท์แวร์

มาพร้อมกับ Android 8.1.0 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส EMUI 8.1.0 จากการใช้งานพบว่าตองสนองได้ดี แต่ปัญหาหลักๆที่เจอเหมือน Huawei รุ่นก่อนๆ คือความลื่นไหล ยังเทียบกับฝั่ง iPhone 8 Plus หรือ Galaxy S9+ ไม่ได้ ยังมีอาหารกระตุกๆ เป็นเอกลักษณ์ของ Huawei อยู่ โดยเฉพาะเวลาสลับแอพ

ความพิเศษของรุ่นนี้คือสามารถเลือกได้ว่าจะแสดงติ่ง (รอยบากบนหน้าจอ) หรือไม่แสดงติ่ง ปรังแต่งได้ง่ายๆ ในตั้งค่า ส่วนตัวชอบแบบไม่มีติ่งมากกว่า เพราะไม่ต้องรำคาญเวลาใช้งานบนแอพที่ไม่รองรับการแสดงผลแบบ Full View

แบตเตอรี่

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว เรื่องแบตเตอรี่เป็นอีกอย่างที่ผมประทับใจ เพราะรุ่นนี้แบตใช้งานได้ยาวนานมาก เรียกได้ว่าอึดพอๆกับ iPhone 8 Plus ที่ผมใช้งานอยู่เลยทีเดียว ถ้าใช้งานธรรมดาๆ ทั่วไปอยู่ได้สบายๆ 2 วันเลยทีเดียว หากใช้งานหนักหน่อยก็อยู่ได้เต็มวันพอดี

กล้อง

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเรื่องกล้อง มีโหมด Auto ที่ฉลาดมาก AI ทำงานได้ดีแบบที่คุยไว้ โดยตัว AI จะเลือกโหมดให้เองว่าวัตถุที่เรากำลังจะถ่ายคืออะไร เช่นเรากำลังถ่ายภาพท่องฟ้า กล้องจะรู้ทันทีว่านี่คือท้องฟ้า และปรับโหมดกล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพท้องฟ้า หรือถ่ายภาพอาหาร กล้องจะปรับให้ภาพถ่ายอาหารของเราดู่นากินทันที รวมถึงการถ่ายภาพในที่มือ กล้องก็จะปรับภาพให้ทันที

อีกหนึ่งจุดเด่นของกล้องที่ผมชอบคือการลดการสั่นไหวของภาพด้วย AI ทำให้เราถ่ายภาพได้ไม่เบลอ หรือเบลอน้อยลง แม้มือจะสั่น หลักการทำงานคือกล้องจะล็อคขอบของภาพไว้ให้ ทำให้แม้มือเราจะขยับภาพก็จะไม่เบลอ มันช่วยได้มากสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยก็สามารถถ่ายภาพกลางคืนสวยๆออกมาได้ แต่… ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เบลอนะครับ ขณะที่กดถ่ายมือต้องนิ่งระดับนึง ถ้าไม่นิ่งภาพก็เบลออยู่ดี

ตัวอย่างภาพถ่าย

มีโหมดสำหรับถ่ายภาพแบบแสงไหลมาให้เลย ไม่ต้องปรับแต่งอะไร แค่กดถ่าย และกดหยุดเมื่อต้องการ ภาพนี้ผมถ่ายโดยไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องมีสั่นเล็กน้อย วางไว้บนขอบสะพานลอย เลยทำให้ภาพออกมาไม่เนียนเท่าไหร่ ลองถ่ายโดยใช้มือจับก็ถ่ายได้ แต่ภาพอาจจะเบลอเยอะกว่านี้พอสมควร

ภาพนี้วางไว้บนหัวใช้พิงแก้วน้ำเอา