SHARE

HIGHLIGHTS:

  • วางขายตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2561 เป็นต้นไป
  • P20 ราคา 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Pink Gold
  • P20 Pro ราคา 27,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Twilight

หากพูดถึงหนึ่งในสมาร์ทโฟนแห่งยุคนี้ต้องมี Huawei P20 Pro เป็นหนึ่งในรายชื่อแน่นอน เป็นเรือธงของ Huawei ในปี 2018 นี้ มาพร้อมกับจุดเด่นกล้องหลัก 3 ตัว ที่มีจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพในที่แสดงน้อย และทำงานควบคู่กับ AI ทำให้กล้องฉลาดขึ้น พัฒนาร่วมกับ Leica เช่นเดิม

โดย HUAWEI P20 วางจำหน่ายในราคา 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Pink Gold

ส่วน HUAWEI P20 Pro วางจำหน่ายในราคา 27,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Twilight ที่หัวเว่ย แบรนด์ช้อป ร้านตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าที่ ร่วมรายการทั่วประเทศ

ข้อมูลสเปก

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว FHD 1080 x 2240, 408 PPI
  • ชิป HUAWEI Kirin 970 Octa-core (4×2.4 GHz Cortex-A73 & 4×1.8 GHz Cortex-A53)
  • ชิปกราฟฟิก Mali-G72 MP12
  • แรม 6GB
  • หน่วยความจำ 128 GB
  • กล้องหลัก 40 MP (RGB, รูรับแสง f/1.8) + 20 MP (สีเดียว Monochrome, รูรับแสง f/1.6) + 8 MP (Telephoto, รูรับแสง f/2.4) รองรับโฟกัสอัตโนมัติ
  • กล้องหน้า 24 MP, รูรับแสง f/2.0
  • รัน Android 8.1 (Oreo) อินเตอร์เฟส EMUI 8.1
  • รองรับระบบ 2 ซิม
  • USB Type-C
  • มี NFC
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ Huawei SuperCharge
  • ผ่านมาตรฐาน IP67 กันฝุ่นกันน้ำ
  • ขนาดตัวเครื่อง 155 x 73.9 x 7.8 มม.
  • น้ำหนัก 180 กรัม

ดีไซน์

จอแสดงผล OLED ขนาด 6.1 นิ้ว โดยวัดตามแนวทแยงมุมจากขอบที่ไกลที่สุดของมุมที่โค้งมน มาพร้อมกับ HUAWEI FullView Display สีสันสดใส ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ FHD 1080×2240 ความละเอียดต่อพิกเซล 408 PPI

Huawei_P20_Pro_001

ตัวเครื่องออกแบบใหม่หมด แตกต่างจาก Huawei P10/P10 Pro ที่เห็นกันชัดๆ คือเรื่องสีสัน เคลือบผิวด้วยสีแบบไล่ระดับ ทำให้สีด้านหลังของตัวเครื่องมีสีสันที่เปล่งประกาย ดูแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น แต่ทว่ามีการเคลือบผิวแบบไล่ระดับสีมีเฉพาะสี Twilight และ Pink Gold เท่านั้น

ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่จนเกินไป ด้านข้างออกแบบมาให้มีความโค้งที่พอเหมาะ จึงจับกระชับมือ และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายด้วยมือข้างเดียว

Huawei_P20_Pro_011

ที่สำคัญรุ่นนี้กันน้ำ ผ่านมาตรฐาน IP67 กันฝุ่นเข้าตัวเครื่อง และกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที อีกทั้งยังกันน้ำที่สาดกระเซ็น ตามมาตรฐาน IEC 60529

มาถึงวัสดุที่ใช้ ส่วนตัวมองว่าสามารถทำให้หรูขึ้นไปได้อีก (แต่นี่ก็ถือว่าหรูแล้วนะ) ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมซีรี่ย์ 6000 ส่วนฝาหลังเป็นกระจกแต่เป็นกระจกที่ไม่ได้ทำให้การจับลื่น ข้อเสียอย่างเดียวที่เจอคือเกิดรอยนิ้วมือง่ายมาก เป็นคราบๆ เลย

กล้องหน้าให้มาความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มาพร้อมกับ 3D Portrait Lighting เป็นเทคโนโลยีจำลองใบหน้า 3D ด้วย AI เพื่อตรวจจับลักษณะใบหน้าของคุณ และปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมเพื่อให้ภาพเซลฟี่ดูสวยงาม

Huawei_P20_Pro_004

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ และยังสามารถใช้สั่งงานอื่นๆ ได้ด้วย

Huawei_P20_Pro_006

อย่างที่ทราบกันว่ารุ่นนี้มีกล้องหลังถึง 3 ตัวด้วยกัน คือเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถซูมได้ 3 เท่า ตรงกลางเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพสีความละเอียด 40 ล้านพิกเซล และล่างสุดคือกล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

ระหว่างกล้องเทเลและกล้องถ่ายภาพสีจะมีเลเซอร์สำหรับช่วยการโฟกัส ช่วยการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ข้อเสียคือตัวกล้องจะนูนออกจากตัวเครื่องเยอะพอสมควร

Huawei_P20_Pro_001-2

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB Type-C รองรับชาร์จเร็วด้วย Huawei SuperCharge ไม่มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. มาให้ ในกล้องจะแถมหูฟัง USB Type-C มาให้ และแถมอแด็ปเตอร์ช่องเสียบหูฟัง USB-C เป็น 3.5 มม. มาด้วย

Huawei_P20_Pro_007 Huawei_P20_Pro_010 Huawei_P20_Pro_009 Huawei_P20_Pro_008

ซอฟท์แวร์

มาพร้อมกับ Android 8.1.0 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส EMUI 8.1.0 จากการใช้งานพบว่าตองสนองได้ดี แต่ปัญหาหลักๆที่เจอเหมือน Huawei รุ่นก่อนๆ คือความลื่นไหล ยังเทียบกับฝั่ง iPhone 8 Plus หรือ Galaxy S9+ ไม่ได้ ยังมีอาหารกระตุกๆ เป็นเอกลักษณ์ของ Huawei อยู่ โดยเฉพาะเวลาสลับแอพ

2018-05-06_18-01-59

ความพิเศษของรุ่นนี้คือสามารถเลือกได้ว่าจะแสดงติ่ง (รอยบากบนหน้าจอ) หรือไม่แสดงติ่ง ปรังแต่งได้ง่ายๆ ในตั้งค่า ส่วนตัวชอบแบบไม่มีติ่งมากกว่า เพราะไม่ต้องรำคาญเวลาใช้งานบนแอพที่ไม่รองรับการแสดงผลแบบ Full View

Huawei_P20_Pro_004 Huawei_P20_Pro_003

แบตเตอรี่

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว เรื่องแบตเตอรี่เป็นอีกอย่างที่ผมประทับใจ เพราะรุ่นนี้แบตใช้งานได้ยาวนานมาก เรียกได้ว่าอึดพอๆกับ iPhone 8 Plus ที่ผมใช้งานอยู่เลยทีเดียว ถ้าใช้งานธรรมดาๆ ทั่วไปอยู่ได้สบายๆ 2 วันเลยทีเดียว หากใช้งานหนักหน่อยก็อยู่ได้เต็มวันพอดี

C5DD046A-782A-47BB-BA98-AAD3BDF6B4C5-e1525603461262

กล้อง

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเรื่องกล้อง มีโหมด Auto ที่ฉลาดมาก AI ทำงานได้ดีแบบที่คุยไว้ โดยตัว AI จะเลือกโหมดให้เองว่าวัตถุที่เรากำลังจะถ่ายคืออะไร เช่นเรากำลังถ่ายภาพท่องฟ้า กล้องจะรู้ทันทีว่านี่คือท้องฟ้า และปรับโหมดกล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพท้องฟ้า หรือถ่ายภาพอาหาร กล้องจะปรับให้ภาพถ่ายอาหารของเราดู่นากินทันที รวมถึงการถ่ายภาพในที่มือ กล้องก็จะปรับภาพให้ทันที

Screenshot_20180503-075628

อีกหนึ่งจุดเด่นของกล้องที่ผมชอบคือการลดการสั่นไหวของภาพด้วย AI ทำให้เราถ่ายภาพได้ไม่เบลอ หรือเบลอน้อยลง แม้มือจะสั่น หลักการทำงานคือกล้องจะล็อคขอบของภาพไว้ให้ ทำให้แม้มือเราจะขยับภาพก็จะไม่เบลอ มันช่วยได้มากสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยก็สามารถถ่ายภาพกลางคืนสวยๆออกมาได้ แต่… ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เบลอนะครับ ขณะที่กดถ่ายมือต้องนิ่งระดับนึง ถ้าไม่นิ่งภาพก็เบลออยู่ดี

2018-05-06_17-25-09

ตัวอย่างภาพถ่าย

มีโหมดสำหรับถ่ายภาพแบบแสงไหลมาให้เลย ไม่ต้องปรับแต่งอะไร แค่กดถ่าย และกดหยุดเมื่อต้องการ ภาพนี้ผมถ่ายโดยไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องมีสั่นเล็กน้อย วางไว้บนขอบสะพานลอย เลยทำให้ภาพออกมาไม่เนียนเท่าไหร่ ลองถ่ายโดยใช้มือจับก็ถ่ายได้ แต่ภาพอาจจะเบลอเยอะกว่านี้พอสมควร

Image00014

ภาพนี้วางไว้บนหัวใช้พิงแก้วน้ำเอา

Image00018

REVIEW OVERVIEW
วัสดุและดีไซน์
87 %
ประสิทธิภาพ/ฟีเจอร์
85 %
แบตเตอรี่
90 %
ความคุ้มค่า
87 %
SHARE

Comments

comments!