รีวิว Huawei WATCH GT3 42mm Active Edition จอ AMOLED 1.32″ วัดค่า SpO2 ตลอดวัน

ในบทความก่อนหน้าเราได้ รีวิว Huawei WATCH GT3 42mm Elegant Edition ให้ชมกันไป แต่เนื่องจากเรามีพร้มอกัน 2 รุ่น ในบทความนี้เราเลยจะ รีวิว Huawei WATCH GT3 42mm Active Edition ให้ชมกันเพิ่มเติม จะว่าไปจริงๆ แล้วทั้งคู่สเปกเหมือนกันเลย ตัวเรือนเป็น Stainless steel ขนาด 42 มม. เหมือนกัน ต่างกันเพียงแค่ สีของตัวเรือน ประเภทชนิดของสาย และราคา สามารถวัดค่า SpO2 ตลอดทั้งวัน พร้อมแบตอยู่ได้นาน 7 วัน มี AI Running Coach มี GPS ในตัว พร้อมโหมดออกกำลังกายกว่า 100 โหมด

Huawei WATCH GT3 42mm Active Edition เปิดตัวที่ราคา 7,490 บาท มาพร้อมกับสาย Fluoroelastomer (สายสังเคราะห์) สีดำ พิเศษ! ช่วงเปิดจองลดเหลือ 5,990 บาท รับส่วนลดเพิ่มอีก 300 บาททันที ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนด้วย

สั่งซื้อ Huawei WATCH GT3 42mm Active Edition ได้ที่นี้

รีวิว Huawei WATCH GT3 42mm Active Edition

อุปกรณ์ในกล่องสินค้า ประกอบด้วย

  • ตัวเครื่องนาฬิกา พร้อมสาย (มีสายมาให้ความยาวเดียว)
  • แท่นชาร์จพร้อมสายเคเบิลแบบ USB
  • คู่มือการใช้งาน
  • ข้อมูลความปลอดภัย
  • ใบรับประกันสินค้า

ข้อมูลสเปก

  • กรอบนาฬิกา
    • ขนาด : 42.3 มม × 42.3 มม × 10.2 มม.
    • น้ำหนักตัวเรือน ประมาณ 35 กรัม (ไม่รวมน้ำหนักของสาย)
    • วัสดุ : Stainless steel บริเวณกรอบหน้า + กระจกแซฟไฟร์ที่เลนส์วัดการเต้นของหัวใจ + พลาสติกบริเวณกรอบหลัง
  • สายนาฬิกา
    • ขนาดสาย 13 ~ 19 cm
    • ความกว้าง: 20 มม. (เมื่อปล่อยสายให้คลายตัวที่เต็มที่)
    • วัสดุ: Fluoroelastomer สีดำ (เป็นยางฟลูออรีนทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี)
  • จอแสดงผล
    • หน้าจอสี AMOLED ขนาด: 1.32 นิ้ว
    • ความละเอียด : 466 x 466 pixels, PPI 326
  • ปุ่มกด
    • ปุ่มเปิด/ปิด ปุ่มเข้าสู่การใช้งาน และรองรับการกดค้าง พร้อมเม็ดมะยมแบบหมุนได้
  • การเชื่อมต่อ
    • บลูทูธ: รองรับ BT5.2 และ BLE/BR/EDR
  • Wifi: รองรับ 2.4 GHz ใช้สำหรับการเชื่อมต่อบลูทูธเท่านั้น
  • NFC: รองรับ
  • หน่วยความจำ RAM 32MB + ROM 4GB
  • เซ็นเซอร์
    • Accelerometer sensor
    • Gyroscope sensor
    • Magnetometer sensor
    • Optical heart rate sensor
    • Ambient light sensor
    • Barometer sensor
    • Temperature sensor
  • การเล่นเพลง : รองรับ มีลำโพงในตัว
  • GPS : รองรับ
  • ไมโครโฟน : รองรับ
  • โหมดการออกกำลังกาย : มากกว่า 100 โหมด
  • ระบบปฏิบัติการที่รองรับ
    • Android 6.0 หรือสูงกว่า
    • iOS 9.0 หรือสูงกว่า
  • Water Resistance กันน้ำที่ระดับ 5ATM สามารถทนความดันน้ำสถิตที่ 50 เมตร ในอุณหภูมิปกติได้เป็นเวลา 10 นาที
  • แบตเตอรี่
    • ความจุแบตเตอรี่ : 292 mAh
    • ประเภทแบตเตอรี่ : Built-in lithium-ion polymer battery
    • แรงดันชาร์จ : 5V 2A
    • เทคโนโลยีชาร์จ : ชาร์จไร้สาย
    • ระยะเวลาในการชาร์จ : น้อยกว่า 2 ชม. เมื่อมีอุณหภูมิโดยรอบที่ 25 องศาเซลเซียส
    • ระยะเวลาในการใช้งานตามการทดสอบ : 7 วัน เมื่อใช้งานทั่วไป (ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานและความถี่ที่แตกต่างกัน)

สำรวจตัวเรือนและดีไซน์

Huawei WATCH GT3 42mm Active Edition มาพร้อมกับตัวเรือนขนาด 42 มม. หน้าจอสี AMOLED 1.32 นิ้ว แบบสัมผัส ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล ที่ 326 ppi มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอระดับสูง บริเวณกรอบหน้าทำจาก Stainless steel สีดำ เฉพาะตัวเรือนหนัก 35 กรัม

มาพร้อมกับ GPS ในตัว รองรับระบบดาวเทียว GPS, Beidou, GLONASS, Galileo และ QZSS มาพร้อมกับคุณสมบัติ Water Resistance กันน้ำที่ระดับ 5ATM สามารถทนความดันน้ำสถิตที่ 50 เมตร ในอุณหภูมิปกติได้เป็นเวลา 10 นาที

ด้านหลังครอบด้วยพลาสติก และมีกระจกแซฟไฟร์ที่เลนส์วัดการเต้นของหัวใจ มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ มีการอัปเกรดเกณฑ์เซ็นเซอร์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ด้วย 8 โฟโตไดโอดในรูปแบบทรงกลมและแหล่งกำเนิดแสง 2 เซต ผสมผสานเลนส์กระจกกระจกแซฟไฟร์แบบโค้งมนเพื่อการสวมใส่ที่สบายทั้งยังช่วยลดแสงภายนอกที่รบกวน

และอัลกอริทึม AI ได้รับการอัปเกรดเพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำอย่างครอบคลุมแม้ขณะออกกำลังกายหนักและยังให้การอ่านข้อมูลสุขภาพที่เสถียร เช่น ค่าออกซิเจนในเลือด

Huawei WATCH GT3 รุ่นนี้มาพร้อมกับปุ่มเม็ดมะยม สั่งงานแบบหมุนได้ สามารถหมุนเพื่อซูมเข้า-ออกจากแอปบนหน้าปัดได้ สามารถใช้เลื่อนหน้าจอ หรือเมนูขึ้น-ลงได้ ส่วนปุ่มด้านล่างเป็นปุ่มฟังก์ชั่นสำหรับเข้าโหมดออกกำลังกาย

มาพร้อมกับสายแบบ Fluoroelastomer สีดำ (เป็นยางฟลูออรีนทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี) เป็นสายสังเคราะห์เหมือนในนาฬิกาทั่วไป ใส่ง่าย ไม่ต้องเรียนรู้การใช้งานใดๆ หากใครเคยใช้นาฬิกาก็ใส่เองด้วยมือเดียวง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

มาพร้อมกับแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 7 วัน ขนาด 292 mAh ( lithium-ion polymer) พร้อมด้วยแท่นชาร์จแบบไร้สาย แรงดันชาร์จ 5V 2A ในกล่องไม่ได้แถมอะเดปเตอร์มาให้ สามารถใช้งานร่วมกับอะเดปเตอร์ทั่วไปได้เลย ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ราวๆ 2 ชั่วโมง

วิธีการชาร์จก็ง่ายแค่สอดแท่นชาร์จเข้าใต้เครื่องด้านไหนก็ได้ จะมีแม่เหล็กดูดติดทั้งที

นอกจากนั้นยังสามารถชาร์จ HUAWEI WATCH GT 3 กับสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์การชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย ไม่ต้องกังวลว่ากหากลืมแท่นชาร์จแล้วจะอดใช้งาน เพียงแต่ตอนจะชาร์จต้องถอดเคสของสมาร์ทโฟนออก

การใช้งาน

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้หลายรุ่น ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นหัวเว่ย จะเป็นไอโฟน ซัมซุงก็ได้ แต่ส่วนมากหากใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์ไหน ก็จะใช้สมาร์ทวอชของแบรนด์นั้น ตัว Huawei WATCH GT3 ระบุสเปกระบบปฏิบัติการเอาไว้ว่า ต้องเป็น HarmonyOS 2 หรือใหม่กว่า Android 6.0 หรือใหม่กว่า และ iOS 9.0 หรือใหม่กว่า

จากนั้นติดตั้งแอป Huawei Health เพื่อเชื่อมต่อ วิธีการเชื่อมต่อก็ไม่ยาก เชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้ แม้ตัวเครื่องจะมี Wi-Fi ที่รองรับ 2.4 GHz แต่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อบลูทูธเท่านั้น จากที่ทดสอบหากมี Huawei WATCH GT3 มากกว่า 1 เครื่องจะต่อพร้อมกันไม่ได้ ต้องต่อทีหลังเครื่อง (แน่นอนว่าไม่มีใครมีสองเครื่องอยู่แล้ว

หน้าจอรวมแอปบน WATCH GT3 สามารถหมุนเม็ดมะยมเพื่อย่อหรือขยายแอปได้ สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้จะเป็นไอคอนแบบภาพด้านล่าง หรือเป็นรายการแบบเมนูตั้งค่าก็ได้เช่นกัน

WATCH GT3 มี AppGallery สามารถติดตั้งแอปเพิ่มเติมลงบนเครื่องได้ ช่วยเพิ่มความสามารถที่หลากหลายให้กับสมาร์ทวอชได้ง่ายขึ้น โดยต้องติดตั้งผ่านเมนูบนแอป Huawei Health ของสมาร์ทโฟนเครื่องที่เราเชื่อมต่ออยู่ แม้ตอนนี้แอปยังไม่เยอะ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

การควบคุมสั่งงาน สามารถทำผ่านแอป Huawei Health ได้เลย ดูข้อมูลสุขภาพแบบรายละเอียด มีการจัดหมวดหมู่ให้ใช้งานง่าย สามารถปรับเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาได้ด้วย มีให้เลือกเยอะ มีทั้งแบบฟรี และเสียเงิน (ซึ่งเสียเงินจะเยอะกว่าฟรี) สามารถกกำหนดการติดตามสุขภาพได้เอง อะไรที่ไม่ต้องการใช้งานก็เลือกปิดได้เลย

ส่วนการตั้งค่าบางอย่างก็สามารถตั้งค่าได้จากตัวสมาร์ทวอชได้เช่นกัน

รองรับการแจ้งเตือนภาษาไทยบน HUAWEI WATCH GT3 สามารถกำหนดการแจ้งเตือนจากแอปได้ทุกแอป เพียงแต่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนลักษณะข้อความแจ้งเตือนเฉยๆ ไม่สามารถดำเนินการต่อกับข้อควรามแจ้งเตือนนั้นๆ ได้

สามารถใช้ WATCH GT3 ควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนได้ ทดสอบกับแอป spotify ก็สามารถควบคุมได้ เปลี่ยนแปลง เพิ่ม-ลดเสียง หยุดเพลง ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแต่ว่าการใช้งานอาจจะแปลกๆ นิดนึคง เราต้องเปิดแอปบนสมาร์ทโฟนก่อน ไม่งั้นจะควบคุมการเล่นเพลงไม่ได้ (อยู่ๆจะกดเล่นเพลงบน WATCH GT3 เลยเพลงจะไม่เล่นให้) และยังสามารถเก็บเพลงในสมาร์ทวอชได้ หากเปิดเพลงบนสมาร์ทวอช เราเลือกได้ว่าจะเล่นเพลงบนตัวสมาร์ทวอช หรือเล่นเพลงผ่านแอปของสมาร์ทโฟน

สามารถใช้ WATCH GT3 เป็นชัตเตอร์กดถ่ายภาพจากกล้องสมาร์ทโฟนได้เลย เมื่อเปิดแอปกล้องที่สมาร์ทวอช ตัวแอปกล้องบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อจะเปิดขึ้นมา เลือกได้ว่าจะกดถ่ายแบบบทันที หรือตั้งเวลา แต่ความสามารถยังด้อยกว่าสมาร์ทวอชหลายๆ รุ่นตรงที่ ไม่สามารถดีพรีวิวภาพขณะถ่ายได้ และไม่สามารถดูรูปที่ถ่ายไปจากสมาร์ทวอชได้

เมื่อมีสายเข้า ก็ไม่ต้องเดินไปหยิบสมาร์ทโฟนเพื่อกดรับสาย หรือวางสาย เพราะเราสามารถรับสาย วางสายได้จาก HUAWEI WATCH GT3 โดยตรงได้เลย มีทั้งไมโครโฟนและลำโพงในตัว คุยผ่านสมาร์ทวอชได้เลย

ในเครื่องมีโหมดการออกกำลังกายให้เลือกถึง 100 ประเภทเลยทีเดียว มีผู้ช่วยส่วนตัว AI (AI Running Coach) ค่อยแนะนำการออกกำลังกายที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพด้วย

ดสอบออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก ซึ่งเราสามารถเลือกกำหนดเป้าหมายก็ได้ เป็นจำนวนครั้ง ระยะเวลา หรือแคลอรี่ ก็ได้ในที่นี้ผมไม่ได้กำหนด ความพิเศษคือ HUAWEI WATCH GT3 สามารถนับจำนวนการกระโดดเชือกให้เราได้ ไม่ใช่แค่จำนวนที่กระโดดได้ ยังรู้ได้แม้กระทั่งความต่อเนื่อง ความเร็ว และการสะดุดด้วย

จากภาด้านล่างจะเห็นว่ากระโดดได้ 1,510 ครั้ง สะดุด 110 ครั้ง

เมื่อกดหยุดการออกกำลังกาย ใน HUAWEI WATCH GT3 จะสรุปข้อมูลให้ดูว่า กระโดดเชือกไปทั้งหมด 1,510 ครั้ง เวลา 35:18 นาที เผาผลาญไป 309 กิโลแคลอรี ซึ่งเราสามารถไปดูแบบละเอียดได้ที่แอป Huawei Health ซึ่งจะบอกข้อมูลที่ละเอียดมากๆ ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ และความเครียด ความเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจ

มีการสรุปออกมาเป็นโซนการเต้นของหัวใจให้ด้วย

เราสามารถดูสรุปอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้จากตัว HUAWEI WATCH GT3 และดูแบบละเอียดที่ แอป Huawei Health

สามารถสรุปความเนื่งอต่อของการกระโดดได้ว่าสูงสุดอยู่ที่ 51 ครั้ง

HUAWEI TruSleep การติดตามการนอนแบบอันโนมัติ บอกได้ว่าเรานอนไปกี่ชั่วโมง นอนหลับสนิทแค่ไหน มีการตื่นระหว่างนอนกี่ครั้ง คุณภาพการหายใจเวลานอนดีแค่ไหน ซึ่งบอกละเอียดมากๆ สามารถช่วยให้เราสามารถปรับปรุงการนอนให้ดียิ่งขึ้นได้

วัดค่า SpO2 ตลอดวัน สามารถติดตามและวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (SpO2) ไำได้แบบตลอดทั้งวัน และแจ้งเป็นเปอร์เซ็นให้ทราบทันที สามารถตรวจสอบระดับ SpO2 อัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งขณะทำงาน ออกกำลัง หรือนอนหลับ

สามารถติดตามความเครียดของเราได้ตลอดทั้งวันเช่นกัน มีแบบให้ประเมินก่อนใช้งานด้วย

วัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวัน ซึ่งป็นฟีเจอร์หลักของสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ๆ เรียกว่ากลายเป็นความสามารถพื้นฐานไปเลย