รู้จัก “โรคนอนเกิน” (Hypersomnia) นอนเยอะเกินไป เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ

Hypersomnia cover

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอก็เหมือนกับร่างกายได้รับวิตามินบำรุงที่ดี มีการซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายที่มีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่า สมองปลอดโปร่ง มีพลังพร้อมสำหรับการทำงาน และยังช่วยให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ได้ดี ตรงกันข้ามกับเวลาที่เรานอนไม่หลับ หรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้วยังกระทบไปถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย

แต่รู้ไหมว่า? จริง ๆ แล้วปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับไม่ได้มีแค่การอดนอนหรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น แต่การนอนหลับที่มากเกินความจำเป็น นอนเยอะเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สามารถส่งผลกระทบกับสุขภาพในระยะยาวได้

kinga howard kqDEH7M2tGk unsplash Large

นอนหลับเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ

เคยเป็นกันไหม? รู้สึกว่าตัวเองหลงใหลในการนอนหลับมากกว่าคนอื่น นอนแล้วก็อยากนอนอีก นอนยังไงก็รู้สึกไม่พอ เป็นคนขี้เซา พอได้นอนแล้วก็ตื่นยาก หลับง่ายชนิดที่ว่าหัวถึงหมอนก็พร้อมเข้าสู่ห้วงนิทรา แถมระหว่างวันยังหาวหวอด ๆ อยากจะงีบอยู่บ่อย ๆ หรือใช้เวลาในการนอนเยอะเกินไป หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่หลับง่าย แต่ความจริงแล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคนอนเกิน (Hypersomnia) ที่สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

โรคนอนเกิน (Hypersomnia) คืออะไร?

โรคนอนเกิน (Hypersomnia) คือโรคที่มีความต้องการการนอนหลับมากกว่าปกติ ทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน นอนเท่าไหร่ก็รู้สึกไม่พอ ตื่นนอนแล้วก็อยากนอนต่อ ขี้เซา ง่วงนอนตลอดเวลา นอนหลับแต่ละครั้งนานเกิน 8 ชั่วโมง รวมถึงอยากงีบหลับระหว่างวันหลายครั้ง แม้กระทั่งขณะกำลังทานอาหารหรือพูดคุยกับคนอื่นก็สามารถงีบหลับได้

โดยโรคนี้ไม่ใช่โรคที่เกิดจากพฤติกรรม นิสัยเกียจคร้าน หรือบุคลิกภาพส่วนตัว แต่เป็นโรคที่เกิดจากภาวะทางร่างกายหรือทางจิตใจ สามารถเกิดได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ หากพบว่าตัวเองหรือคนรอบข้างมีอาการของโรคนอนเกิน หรือนอนเยอะเกินไปจนผิดปกติควรรีบพบแพทย์

โรคนอนเกิน มีอาการอะไรบ้าง?

  • ขี้เซา ตื่นนอนยาก
  • นอนเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกง่วง รู้สึกเพลียตลอดเวลา
  • ตื่นนอนแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ไม่ว่าจะนอนนานแค่ไหน
  • อยากงีบหลับระหว่างวันหลายครั้ง
  • สามารถงีบหลับได้ในเวลาที่ไม่ควรหลับ เช่น ขณะกำลังทานข้าว ทำงาน หรืออยู่ในวงสนทนา
  • หงุดหงิดฉุนเฉียวง่ายกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
  • สมองประมวลผลช้า พูดจาไม่รู้เรื่อง ความสามารถในการตัดสินใจลดลง
  • ความจำไม่ค่อยดี คิดอะไรไม่ค่อยออก
  • มีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า

sander sammy DIBwWsoshGE unsplash Large

สาเหตุของโรคนอนเกิน

  • อดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายได้รับการพักผ่อนน้อย ส่งผลให้รู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ
  • ฮอร์โมนในร่างกายหรือสารเคมีในสมองผิดปกติ ทำให้ร่างกายต้องการการนอนหลับตลอดเวลา
  • สมองได้รับการกระทบกระเทือน บาดเจ็บ หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมอง
  • นอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • นาฬิกาชีวภาพในร่างกายแปรปรวน ปรับเวลาผิด เช่น การเดินทางข้ามประเทศที่เวลาต่างกันหลายชั่วโมง ทำให้เวลานอนเปลี่ยนไป
  • การใช้ยาบางชนิดเป็นระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

ผลกระทบต่อสุขภาพของโรคนอนเกิน

  • สมองทำงานช้า กลายเป็นคนเฉื่อยชา ไร้ชีวิตชีวา ไร้เรี่ยวแรง
  • ไม่อยากขยับร่างกาย การเคลื่อนไหวน้อยลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของกระดูกกล้ามเนื้อและข้อลดลงเมื่อไม่ได้ถูกใช้งาน
  • น้ำหนักขึ้นหรืออ้วนง่าย เนื่องจากการนอนเยอะเกินไป ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญไขมันลดลง ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น เป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
  • เกิดภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากฮอร์โมนและรอบเดือนของผู้หญิงจะเป็นปกติก็ต่อเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนที่พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
  • มีความเสี่ยงโรคซึมเศร้า เพราะการนอนเยอะเกินไปจะส่งผลให้อารมณ์แปรปรวน สารแห่งความสุขต่าง ๆ เช่น เอนดอร์ฟิน (Endorphin) และเซโรโทนิน (Serotonin) ลดต่ำลง
  • ตายเร็วขึ้น เพราะการนอนเยอะเกินไปทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง ไม่ค่อยได้ขยับตัว ส่งผลให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย จึงมีโอกาสที่จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่นอนหลับอย่างพอดีถึง 1.3%

gregory pappas rUc9hVE L E unsplash Large

วิธีปรับเปลี่ยนการนอน ลดความเสี่ยงโรคนอนเกิน

  • ปรับเปลี่ยนเวลาเข้านอนให้เร็วขึ้น เพื่อให้ร่างกายมีเวลาพักผ่อนเต็มที่ เช่น เข้านอนไม่เกิน 4 ทุ่ม หรือกำหนดระยะเวลานอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากร่างกายจะหลับลึกได้มากขึ้นแล้ว การนอนหลับที่พอดีจะช่วยให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
  • พยายามเข้านอนและตื่นนอนตามกำหนดเวลาเดิมติดต่อกันเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการสร้างระบบนาฬิกาชีวภาพในร่างกายใหม่ เมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ เวลาที่ตื่นนอนจะรู้สึกสดชื่น และจะตื่นได้เองโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก
  • จัดห้องนอนใหม่ให้สามารถระบายอากาศได้ดี ปลอดโปร่ง เพราะหากร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจะส่งผลให้สมองเซื่องซึม ง่วงนอนตลอดเวลา
  • ดูแลทำความสะอาดห้องนอนและเครื่องนอนต่าง ๆ เช่น เตียงนอน หมอน เป็นประจำ
  • นั่งสมาธิ หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างออกซิเจนในเลือดให้มากขึ้น ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา
  • หลีกเลี่ยง Junk food หรืออาหารขยะ เช่น เบเกอรี่ น้ำอัดลม หรือแป้งขัดขาว เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่ปกติ ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้รู้สึกง่วง เนือย เวลาที่ระดับน้ำตาลตก
  • งดทานอาหารมื้อหนักก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง

สรุป

ถึงแม้ว่าการนอนหลับพักผ่อนจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย แต่การนอนหลับที่มากเกินพอดีหรือนอนเยอะเกินไปกลับส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ฉะนั้นการเป็นคนนอนหลับง่าย ง่วงบ่อย หรือหลับนานเกินไปในแต่ละวันไม่ได้แปลว่าโชคดี แต่อาการเหล่านี้คือสัญญาณอันตรายของโรคนอนเกินที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจรุนแรงถึงชีวิต

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

princsuvarnabhumi.com, samitivejhospitals.com/th, bkksleepcenter.com, unsplash.com