Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ 3 รุ่น อย่างเป็นทางการ ได้แก่ iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR มาพร้อมกับชิปตัวใหม่ล่าสุดอย่าง A12 Bionic ขนาด 7 นาโนเมตร ที่ Apple บอกว่ามันคือชิปที่ฉลาดที่สุดและทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน

โดย iPhone XS, iPhone XS Max มีกำหนดเปิดจอง 14 กันยายน เริ่มวางจำหน่าย 21 กันยายน 2561 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $1,099 (ช่วงแรกยังไม่มีวางขายในไทย) ส่วน iPhone XR จะเริ่มเปิดจอง 19 ตุลาคม และเปิดขาย 26 ตุลาคม 2561 ราคาเริ่มต้น $749

หน้าจอแสดงผล

XS และ XS Max เป็นหน้าจอแบบ Super Retina HD ซึ่ง XS Max จะมีขนาดตัวเครื่องพอๆกับ iPhone 8 Plus แต่มีหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่กว่า ส่วน iPhone XR จะใช้หน้าจอ Liquid Retina HD ซึ่งเป็นจอ LCD

ความจุ

XS และ XS Max จะมีความจะให้เลือก 3 ความจุคือ 64GB, 256GB และ 512GB ส่วน iPhone XR เองก็มีให้เลือก 3 ความจุเช่นกัน คือ 64GB, 128GB, 256GB

ขนาดและน้ำหนัก

การทนน้ำและฝุ่น

สำหรับ iPhone XS และ XS Max ได้รับมาตรฐาน IP68 (ความลึกไม่เกิน 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) ตามมาตรฐาน IEC 60529 ส่วน iPhone XR ได้รับมาตรฐาน IP67 (ความลึกไม่เกิน 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) ตามมาตรฐาน IEC 60529

และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย ตามมาตรฐาน Qi

ชิปประมวลผล

มาพร้อมกับชิปตัวใหม่ล่าสุด A12 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple ตัวชิปแบ่งทำงานได้หลากหลายตามลักษณะการใช้งาน เช่น การทำงาน 2 คอร์รับมือกับงานที่ต้องประมวลผลหนักๆ ในขณะที่คอร์ที่เหลืออีก 4 คอร์ จะ
จัดการกับงานทั่วไป ทำให้ประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น และใช้พลังจากทั้ง 6 คอร์อย่างเต็มที่เมื่อต้องการประสิทธิภาพมากขึ้น

แค่ 2 คอร์ก็ทำงานได้เร็วขึ้น 15% เมื่อเทียบกับชิป A11 Bionic และ 4 คอร์ประหยัดพลังงานใช้พลังงานน้อยลง
สูงสุด 50% 
เมื่อเทียบกับชิพ A11 Bionic

กล้อง

iPhone XS และ XS Max มาพร้อมกับกล้องคู่มุมกว้างและกล้องเทเลโฟโต้ ความละเอียด 12MP พร้อมแฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง ส่วน iPhone XR จะมาพร้อมกับกล้งอตัวเดียว ความละเอียด 12MP พร้อมแฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง

การบันทึกวีดีโอ

กล้องหน้า

กล้อง TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.2 พร้อม Retina Flash

แบตเตอรี่

iPhone XS ใช้งานได้นานกว่า iPhone X ราวๆ 30 นาที ส่วน XS Max ใช้งานได้นานกว่า iPhone X ราวๆ 1.5 ชั่วโมง น้องเล็กสุดอย่าง iPhone XR เองก็ใช้งานได้นานกว่า iPhone 8 Plus ถึง 1.5 ชั่วโมง

เครือข่าย

เป็น iPhone รุ่นแรกที่รองรับระบบซิมคู่ โดยจะรองรับซิมคู่ Nano-SIM และ eSIM

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here