รีวิว JBL Tour One ฟังรูปแบบ Over Ear ใช้งานง่าย ดีไซน์พรีเมี่ยม

ในบทความนี้เราจะ รีวิว JBL Tour One ซึ่งเป็นหูฟังแบบ Over Ear รุ่นใหม่ล่าสุดจาก JBL ให้ชมกัน รุ่นนี้มาพร้อมกับวัสดุที่ดูพรีเมียม แต่น้ำหนักเบา การันตีด้วย 2 รางวัลระดับโลก อย่างรางวัล CES Innovation Awards 2021 และ Reddot Winner 2021

JBL Tour One มาพร้อมกับ Fast Pair สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แค่เลื่อนปุ่มเปิด ก็สามารถเชื่อมต่อกับ Device ได้อย่างรวดเร็ว และฟีเจอร์ที่เป็นยอดนิยมในยุคปัจจุบัน นั้นคือ การตัดเสียงรบกวน โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบเรียลไทม์ด้วย True Adaptive Noise Cancelling ทำให้มีสมาธิกับงานหรือดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่

และยังสามารถปรับแต่งเสียงและเสียงรอบข้างด้วยเทคโนโลยี Smart Ambient สามารถคุยโทรศัพท์ได้อย่างคมชัดแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังหรือลมแรง สามารถปรับแต่งเสียงได้ตามต้องการด้วย JBL Headphone รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 50 ชั่วโมง หากอยู่ในชั่วโมงที่เร่งรีบการชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถใช้งานได้นาน 2 ชั่วโมง

รีวิว JBL Tour One หูฟัง Over Ear ระดับพรีเมี่ยม

ฟีเจอร์ JBL Tour One

  • ระบบ Auto Play/Pause
  • เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบ Fast Pair
  • มีไมค์ 4 ตัว เพื่อให้คุณภาพเสียงสนทนาที่ดี รองรับการรับสายโทรศัพท์แบบ Stereo Call
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 50 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว ด้วยพอร์ตชาร์จแบบ USB-C
  • รองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa, Google Assistant
  • สามารถปรับแต่ง Equalizer Application JBL Headphone
  • True Adaptive Noise Cancelling – ปรับแต่งการตัดเสียงภายนอกแบบ Real-time ตามเสียงภายนอก
  • ไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 40 mm พร้อมเสียงเอกลักษณ์ของ JBL
  • รองรับ Hi-Res Audio
  • ฟีเจอร์ Adaptive Ambient Aware และ TalkThru สำหรับการรับเสียงภายนอกเข้าลำโพง

อุปกรณ์ในกล่อง

  • หูฟัง JBL Tour One
  • กล่องสำหรับเก็บ JBL Tour One สามารถใช้พกพาได้
  • สายชาร์จ Type-C
  • สาย AUX 3.5 มม.
  • คู่มือใช้งาน
  • ใบรับประกันสินค้า

สำรวจดีไซน์

JBL Tour One มาพร้อมกับดีไซน์ในโทนสีดำด้าน วัสดุดูสวยงามพรีเมี่ยมมากๆ ด้านนอกสลักโลโก้ JBL ไว้ โดยตัวด้านนอกทำหน้าที่เป็นทัชแพดสำหรับให้เราสั่งงานตัวหูฟังผ่านการแตะได้

ก้านหูฟังด้านบนมีฟองน้ำห่อแกนข้างในอีกที ฟองน้ำมีความนุ่ม ไม่เหนียว อารมณ์เหมือนหนังโซฟานุ่มๆ

ด้านหลังของก้านหูฟังมีขีดบอกตำแหน่ง สำหรับการยืดและหดตัวหูฟังทั้งสองข้างให้เท่ากัน

ข้อต่อที่มีความแข็งแรงมั่นคงมากๆ สามารถยึดตัวก้านหูฟังกับตัวหูฟังได้อย่างมั่นคง หมุนเข้าด้านบนเพื่อพับหูฟังได้

ตัวหูฟังสามารถพับเพื่อเก็บได้ 2 แบบ แบบแรกเก็บแบบรีบๆ พับแล้วยัดเข้ากระเป๋า

อีกแบบเป็นการหมุนและพับเก็บเข้าในกระเป๋าที่แถมมาในกล่อง

สามารถชาร์จเร็วได้ด้วย ด้วยพอร์ตชาร์จแบบ USB-C ชาร์จแค่ 10 นาที ใช้งานได้นาน 3 ชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% นาน 2 ชั่วโมง

ตัวหูฟังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 50 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC และใช้งานได้นาน 25 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC ชาร์จไฟผ่าน Type-C  สามารถใช้งานได้ 3 ชั่วโมงต่อการใช้แบตแค่ 10 นาที

ตัวหูฟังใช้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ ข้างละ 40 มม. 1.57″ รองรับความถี่ที่ 10Hz – 22kHz อิมพีแดนซ์ ที่ 32 โอห์ม

มีไมค์ 4 ตัว ตัดเสียงรบกวนและลดเสียงสะท้อนโดยรอบได้เป็นอย่างดี สามารถจับเสียงสนทนาได้อย่างชัดเจน

ตัวหูฟังมาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 รองรับ Fast Pair เพียงแค่กดเปิดปุ่มที่ตัวเครื่อง เลื่อนขึ้นมาให้มีไฟขึ้น ก็พร้อมใช้งาน สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทันที หากเป็นอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อแล้ว แค่เปิดแล้วส่วมหูฟัง อุปกรณ์ก็พร้อมเล่นเพลงทันที

หูฟัง JBL Tour One มาพร้อมกับการสั่งงานด้วยการแตะที่ตัวหูฟังเบาๆ (แตะที่ตรงกลาง)

ข้างขวา

  • แตะ 1 ครั้ง เพื่อเล่นเพลง หยุดเพลง
  • แตะ 2 ครั้งเพื่อเล่นเพลงถัดไป
  • แตะ 3 ครั้งเพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า
  • เมื่อมีสายเรียกเข้า แตะ 2 ครั้งเพื่อรับสาย วางสาย
  • แตะค้างเพื่อเปิด ปิดไมค์
  • แตะค้างอีกครั้งเพื่อเปิดโหมด Voice assistant

ข้างซ้าย

  • แตะ 1 ครั้งเพื่อเปิดโหมด True Adaptive Noise Cancelling
  • แตะอีก 1 ครั้งเพื่อเปิด Ambient Aware
  • แตะ 2 ครั้งเพื่อเปิดโหมด Talk Thru
  • แตะค้างอีกครั้งเพื่อเปิดโหมด Voice assistant

ที่ชอบก็คือการสลัโหมดได้เอง ค่าเริ่มต้น True Adaptive Noise Cancelling จะเปิดไว้ตลอด เราสามารถสลับไป Ambient Aware เพื่อช่วยให้ได้ยินเสียงรอบข้างระหว่างใช้งานหูฟังแบบไม่ต้องหยุดเพลงหรือถอดหูฟัง

และโหมด Talk Thru คือ การหยุดเพลง เพื่อให้เราสามารถได้ยินหรือพูดคุยกับคนอื่นโดยไม่ต้องถอดหูฟัง ตัวไมค์จะดูดเสียงเข้ามาในหูฟังให้เราเอง Ambient Aware จะดูดเสียงข้างนอกมารวมกับเสียงตอนฟังเพลงเลย ซึ่งแล้วแต่คนชอบ แต่ส่วนตัวหากไม่ได้วิ่งในถนนจะปิด Ambient Aware เพราะทำให้คุณภาพของเสียงเพลงลดลง

ear cup แบบ Full Size ครอบเต็มใบหู เขียน R และ L ที่ด้านข้างหูฟังเพื่อให้รู้ว่าหูฟังสำหรับใส่ข้างไหน จะได้ใส่ถูก ตัวหนังของ ear cup มีความหนุ่ม ใส่สะบายไม่กดหัว ไม่กดหู หรือทับใบหูเลย แต่ถ้าใส่นอกห้องแอร์ก็ร้อนหูนิดนึง ถ้าเป็นคนขี้ร้อนแบบผมก็เหงื่อยออกเลยแหละ ถ้าใส่ในห้องแอร์ก็จะใส่ได้สบายกว่า

ตัวหูฟังน้ำหนัก 268 กรัม ถือว่าเบาเมื่อเทียบกับหูฟัง Over Ear ที่มีวางขายในตลาด (ในราคาระดับใกล้ๆ กัน) และสำหรับคนที่ใส่แว่นตาแบบผมจะเจอหูฟังกดขาแว่น ซึ่งรุ่นนี้ก็ไม่รอดครับ กดขาแว่นนิดหน่อย ใส่นานๆ ก็ปวดเหมือนกัน

สรุป

ต้องบอกก่อนว่า JBL Tour One ไม่ใช่หูฟัง Over Ear ที่มาพร้อมกับเสียงเบสดังกระหึ่มอะไรทำนองนั้น เป็นหูฟังที่ไม่เน้นเสียงเบสหนักๆ เหมาะกับคนที่ต้องการหูฟังใช้งานทั่วไป คุยงาน ประชุม และใช้ด้านความบันเทิงประเภทดูหนัง ฟังเพลง แต่การมาพร้อมกับระบบเสียงระดับ JBL Pro Sound ก็ช่วยการันตีเรื่องคุณภาพเสียงได้แล้ว

  • เสียงเบส มีความลึก กระชับ ไม่เด่นจนกลบเสียงอื่น
  • เสียงกลาง มีมิติ และพุ่ง ให้ความละเอียดที่ดี มีความโปร่ง สะอาด
  • เสียงแหลม คล้ายกับเสียงกลาง มีความพุ่ง แต่ไม่เสียดหู รายละเอียดครบ มีความโปร่ง ๆ
  • เสียงร้อง คมชัด มีรายละเอียดที่ครบ ไม่ถูกเสียงแหลม และเสียงกลางกลบเลย แม้จะเปิดดัง แต่เสียงร้องก็จะออกมาคมชัด

ราคาช่องทางขาย

JBL Tour One มีวางขายแล้ว ในราคา 11,900 บาท  สามารถซื้อสินค้าได้แล้วที่ Showroom มหาจักร และร้าน Sound City ทุกสาขา
Store.mahajak.com และ Line Shopping : Mahajak Store