รีวิว JBL Wave 200 TWS หูฟังไร้สาย In-Ear ใส่สบาย น้ำหนักเบา พกพาง่าย

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS - ภาพที่ 1

ก่อนหน้านี้เราเคยรีวิว JBL Wave 100 TWS หูฟังที่มีดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา และพกพาง่ายให้ได้ชมกันไป ล่าสุดทางมหาจักรได้วางขายรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ JBL Wave 200 TWS ในไทยไป เป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจาก JBL Wave 100 TWS อีกที เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ และยังคงคอนเซ็ปท์น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย พกพาสะดวกเช่นเดิม และในบทความนี้เราก็จะ รีวิว JBL Wave 200 TWS ให้ได้ชมกัน

หูฟังไร้สาย JBL WAVE 200 TWS เป็นหูฟังแบบ In-Ear มาในดีไซน์ใหม่ ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีน้ำหนักที่เบา เน้นการพกพาที่สะดวก ไปได้ทุกที่สะดวกในการพกพา มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 47.5 กรัม รวมเคสและหูฟังทั้งสองข้าง ให้เสียงชัด คุณภาพเสียง Deep Bass Sound เอกลักษณ์เฉพาะของ JBL สามารถใช้งานนานสูงสุด 20 ชั่วโมง ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

พิเศษราคาเปิดตัว 2,990.- จากราคาปกติ 4,390.-  (*ราคาโปรโมชั่นเฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ)

สั่งซื้อได้ที่ Lazada

รีวิว JBL Wave 200 TWS หูฟังไร้สาย น้ำหนักพา พกพาง่าย

ฟีเจอร์ JBL WAVE 200 TWS

  • JBL Deep Bass Sound
  • Bluetooth 5.0
  • สามารถสั่งการผ่านระบบ Google Assistant
  • ระบบ Dual Connect
  • ใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง (สามารถใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
    และ Case Charging สามารถเก็บแบตเตอรี่ได้ 15 ชั่วโมง)
  • Fast Charge เพียง 15 นาที ใช้งานได้นานถึง 1 ชั่วโมง ด้วย USB Type-C
  • มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีขาว, สีฟ้า และสีม่วง

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0001 - ภาพที่ 3

อุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวหูฟังใช้งานได้นาน 5 ชั่วโมง
  • เคสหูฟัง เก็บแบตเตอรี่สำหรับใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมง
  • จุกอินเอียร์ ทั้งหมด 3 ขนาด
  • สายชาร์จ Type-C
  • คู่มือและการรับประกัน

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0015 - ภาพที่ 5

สำรวจดีไซน์

อย่างที่กล่าวไปตอนแรกว่า JBL Wave 200 TWS เป็นหูฟังที่ต่อยอดมาจาก JBL Wave 100 TWS ออกแบบมาเน้นการใช้งานที่สะดวก พกพาง่าย ในรุ่นีน้มีการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก JBL Wave 100 TWS ตัวก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ทั้งตัวเคสและตัวหูฟัง ที่สำคัญสีสันมาในโทนสีพาสเทล สดใส เหมาะกับวัยรุ่นมากขึ้น รุ่นที่เรากำลังจะรีวิวให้ชมกันคือสีม่วง

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0002 - ภาพที่ 7

ตัวเคสและหูฟังมีน้ำหนักรวมกันอยู่ที่ 47.5 กรัม เท่านั้น ทำให้สะดวกต่อการพกพา ไม่หนักกระเป๋า และผ่านมาตรฐาน IPX2 สามารถกันเงื่อน กันละอองน้ำได้ แต่อย่าให้เปียกชุ่มเด็ดขาด เพราะพังแน่ๆ ห้ามนำไปล้างน้ำ หรือให้น้ำไหลผ่าน เพราะจะพัง

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0003 - ภาพที่ 9

มาพร้อมกับ USB Type-C ความพิเศษคือรองรับ Fast Charge ชาร์จเพียง 15 นาที ใช้งานได้นานถึง 1 ชั่วโมง ทำให้สะดวกมากๆ ในช่วงเวลาที่เร่งรีบ หรือชาร์จแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน ในกล่องมีแถมสาย Type-C มาให้ด้วย

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0004 - ภาพที่ 11

เชื่อมต่อได้เสถียรมากขึ้นด้วย Bluetooth 5.0 เชื่อมต่อได้รวดเร็วมาก แม้จะเป็นการเชื่อมต่อครั้งแรกก็ตาม ลดการดีเลย์ได้ดี  และด้วยระบบ Dual Connect สามารถทำงานแยกข้างได้อย่างอิสระ

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0005 - ภาพที่ 13

พร้อมฟังก์ชั่นการโทรแบบไร้สาย Hands-free calls สามารถสั่งการผ่านระบบ Google Assistant เชื่อมต่อได้เสถียรมากขึ้นด้วย

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0006 - ภาพที่ 15

สามารถใช้งานนานสูงสุด 20 ชั่วโมง ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ Case Charging สามารถเก็บแบตเตอรี่ได้ 15 ชั่วโมง

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0008 - ภาพที่ 17

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0007 - ภาพที่ 19

สามารถใช้งานได้ทั้งแบบข้างเดียว (Mono mode) หรือใมช้งาน 2 ข้าง (Stereo mode) ก็ทำได้ง่ายๆ และสะดวก แยกการทำงานได้อย่างอิสระ จะใช้ mono mode ข้างใดก็ได้ แล้วยังสามารถเก็บข้างที่ไม่ใช้เพื่อชาร์จแบตในระหว่างใช้งานได้อีกด้วย

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0009 - ภาพที่ 21

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0010 - ภาพที่ 23

ด้านบนของหูฟังมีรูไมโครโฟนทั้งซ้ายและขวา รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ใช้งานได้ทั้ง Siri และ Google Assistant โดยการสั่งงานสามารถทำได้ 2 แบบ คือสั่งงานด้วยเสียง และสั่งงานผ่านการแตะสัมผัสที่ตัวหูฟัง ดังนี้

  • แตะ 1 ครั้ง เพื่อเรียกใช้งาน Siri และ Google Assistant
  • แตะ 2 ครั้ง เพื่อรับสาย/วางสาย
  • แตะค้าง เพื่อเปิด/ปิดไมค์ระหว่างคุยโทรศัพท์ได้
  • แตะ 1 ครั้ง เพื่อเล่นเพลง/หยุดเพลง
  • แตะ 2 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงถัดไป
  • แตะ 3 ครั้งเพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0011 - ภาพที่ 25

ตัวหูฟังออกแบบมาใหม่ด้วย ดีไซน์ต่างจากเดิม ใส่สะบายขึ้น จับถนัดมือขึ้นด้วย

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0013 - ภาพที่ 27

มาพร้อมกับ ขนาด Driver: 8mm/0.315″ Dynamic Driver กำลังขับ 16 ohm คุณภาพเสียง Deep Bass Sound เอกลักษณ์เฉพาะของ JBL ที่ให้เสียงเบาที่มีความนุ่มลึก และเก็บทุกย่านเสียงได้อย่างดีเยี่ยม

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0012 - ภาพที่ 29

การเชื่อมต่อ

มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 รองรับ Profile A2DP V1.3, AVRCP V1.6, HFP V1.7 เชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS เชื่อมต่อได้รวดเร็วตั้งแต่ครั้งแรก ลดการดีเลย์ได้ดีเยี่ยม เชื่อมต่อได้ไกล 10 เมตร

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0018 - ภาพที่ 31

เมื่อเชื่อมต่อเสร็จ สามารถควบคุมการเล่นเพลงได้จากตัวหูฟังเลย โดยทดสอบกับแอปฟังเพลงชื่อดังอย่าง Spotify สามารถกดเล่นเพลง หยุดเพลง เปลี่ยนเพลงได้จากหูฟัง JBL Wave 200 TWS ได้เลย เมื่อเก็บหูฟังเข้าเคส ตัวหูฟังก็จะตัดการเชื่อมต่อเองทันที

หรือใส่หูฟังกลับเข้าเคส 1 ข้าง หูฟังจะสลับจาก Stereo mode เป็น Mono mode ทันที

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0017 - ภาพที่ 33

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0014 - ภาพที่ 35

คุณภาพเสียง

JBL WAVE 200 TWS มาพร้อมไดร์เวอร์เสียงขนาดใหญ่ 8mm รองรับย่านความถี่ 20Hz – 20KHz คุณภาพเสียง Deep Bass Sound เอกลักษณ์เฉพาะของ JBL ซึ่งทาง JBL ก็บอกว่าสามารถมอบประสบการณ์การฟังเพลงเสมือนอยู่ในคอนเสิร์ตจริงๆ ให้เสียงที่คมชัด ทรงพลัง เบสหนัก นุ่มลึก เสียงย่านกลางและแหลมไม่โด่ด ให้เสียงทุกย่านได้อย่างดีเยี่ยมไม่กลบกัน ไม่มีตัวไหนเด่นกว่า โดยรวมถือว่าเหมาะสำหรับฟังเพลงชิลๆ คุณภาพเสียงดีกว่า JBL WAVE 100 TWS และใส่สะบายกว่าด้วย

ตัวหูฟังไม่มีระบบกันเสียงรบกวนนะครับ หากต้องการที่มีตัดเสียงรบกวนอาจจะมองหารุ่นอื่นทดแทน

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0016 - ภาพที่ 37

สรุป

จบไปแล้วสำหรับ รีวิว JBL Wave 200 TWS ซึ่งเป็นหูฟังไร้สาย มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 มีระบบ Dual Connect สามารถทำงานแยกข้างได้อย่างอิสระ หยิบข้างไหนใช้ก็ได้ ตัวหูฟังสามารถใช้งานง่ายเพียงแค่สัมผัส แตะค้างเพื่อเรียก Siri, Google Assistant, Bixby แตะ 2 ครั้งเพื่อรับ/วางสาย แตะค้างเพื่อเปิด/ปิดไมค์ระหว่างคุยโทรศัพท์ แตะ 1 ครั้งเพื่อเล่นเพลง/หยุดเพลง แตะ 2 ครั้งเพื่อเล่นเพลงถัดไป แตะ 3 ครั้งเพื่อนเล่นเพลงก่อนหน้า

ถ้าสวมใส่เป็น Stereo Mode หูฟังทั้งสองข้างจะใช้คำสั่งเดียวกันกับ Mono Mode สามารถใช้คำสั่งเดิมไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา และยังสามารถเก็บข้างที่ไม่ใช้เพื่อชาร์จแบตในระหว่างใช้งานได้อีกด้วย มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีขาว, สีฟ้า และสีม่วง

มีขายเฉพาะที่

Banana IT, Powerbuy Online, Shopee, Lazada, Mercular, Betrend, Jaymart Mobile และ Store.mahajak

รีวิว JBL Wave 200 TWS - JBL Wave 200 TWS 0013 - ภาพที่ 27