แนะนำวิธีการลดน้ำหนักแบบคีโต ลดอย่างไร ให้ได้ผล

ปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเป็นอย่างมาก ยิ่งการลดน้ำหนักในปัจจุบันก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากในยุคนี้ คือ วิธีลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิค ไดเอท หรือที่นิยมเรียกกันว่าการ กินคีโต ซึ่งเป็นวิธีการลดน้ำหนักด้วยการกินไขมัน แล้วการกินไขมันจะช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับการกินคีโตให้มากขึ้นกันค่ะ

ลดน้ำหนักแบบคีโต (Ketogenic Diet) 

คีโตเจนิค ไดเอท (Ketogenic Diet) คือ วิธีการลดน้ำหนักที่เน้นกินอาหารไขมันสูง กินโปรตีนให้น้อยกว่าไขมัน และหลีกเลี่ยงการกินคาร์โบไฮเดรต ยกตัวอย่างเช่น เน้นกินชีส เนย ไก่ติดหนัง หมูติดมัน แต่งดกินข้าว น้ำตาล ชานมไข่มุก เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซิส (Ketosis) หรือก็คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต (น้ำตาล) ได้ จึงต้องเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย จนเกิดเป็นสารคีโตน (Ketone) เพื่อนำใช้เป็นพลังงานทดแทนคาร์โบไฮเดรตที่สูญเสียไปนั่นเอง

ที่มา: thedailyworld.com

อาหารที่กินได้

  • ไขมัน และน้ำมัน : ได้ทั้งจากพืช และสัตว์ เช่น อะโวคาโด เนย ชีส น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เป็นต้น
  • โปรตีน : ได้มาจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ เบคอน แต่ต้องเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้มีสารให้ความหวาน และอาจเน้นถั่วจำพวกที่ความหวานมันด้วยก็ได้ เช่น แมคคาเดเมีย อัลมอนด์ วอลนัท เป็นต้น
  • ผัก และผลไม้ : เน้นกินผักจำพวกผักใบเขียว เช่น กระหล่ำปลี คะน้า ผักโขม พยายามหลีกเลี่ยงผักตระกูลหัว และผักที่เติบโตใต้ดิน เช่น เผือก มันฝรั่ง ข้าวโพด ส่วนผลไม้ให้เลือกกินประเภทที่มีความหวานน้อย มีไฟเบอร์สูง เช่น แบล็คเบอร์รี่ เลมอน มะกอก เป็นต้น
  • อาหารจากนม : โดยเฉพาะจำพวกที่ไม่พร่องมันเนย เช่น ชีส วิปครีม ครีมชีส เนยแท้ เป็นต้น
  • เครื่องดื่ม : เน้นเครื่องดื่มที่ไม่มีสารให้ความหวาน เช่น น้ำเปล่า กาแฟดำ น้ำโซดา น้ำมะนาว ส่วนใครที่ต้องการความหวาน สามารถใช้หญ้าหวาน (Stevia) แทนได้

ที่มา: medicalnewstoday

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล : โดยส่วนใหญ่จะเป็นพืชตระกูลข้าว เช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวโอ๊ต รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าวต่าง ๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า พิซซ่า ขนมปัง และควรงดอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลทุกฃนิด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เค้ก ไอศกรีม
  • อาหารแปรรูป : เนื่องจากส่วนใหญ่มักมีสารสังเคราะห์อย่างผงชูรส ซัลไฟต์ รวมทั้งแป้งเป็นส่วนใหญ่ เช่น หมูยอ ลูกชิ้น เป็นต้น
  • ซอส และน้ำจิ้ม : เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาล และผงชูรส ซึ่งเป็นส่วนประกอบต้องห้าม เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มแจ่ว ซอสบาร์บีคิว เป็นต้น
  • ผลไม้ : โดยเฉพาะสับปะรด แตงโม กล้วย หรือมะม่วงสุก นอกจากนี้ยังรวมถึงผลไม้อบแห้ง แช่อิ่ม และของดองต่าง ๆ
  • แอลกอฮอล์ : เนื่องจากมีส่วนประกอบจากน้ำตาลอยู่มาก ดังนั้น จึงควรงดทุกชนิด ไม่ว่าจะเบียร์ ไวน์ หรือค็อกเทล

การกินคีโตเหมาะกับใคร

คนที่อยากลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว คนที่ชอบทานอาหารติดไขมัน ไม่ชอบคำนวณแคลอรี่ ไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ และไม่เหมาะกับบุคคลที่ทำงานแบบใช้พลังงานมาก เนื่องจากในระยะแรกอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย รวมถึงเกิดภาวะบางอย่างขึ้นจากการปรับตัวของร่างกายนั่นเอง

ข้อควรระวังในการลดน้ำหนักแบบกินคีโต

การลดน้ำหนักแบบกินคีโตไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่ต้องฉีดอินซูลิน, ผู้ป่วยโรคความดัน, ผู้ที่เป็นโรคตับ ผู้ที่เป็นโรคไต และ ผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงผิดปกติ

ทั้งนี้การกินคีโต จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริง แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน เพราะการกินอาหารประเภทเดียวกัน หรือขาดสารอาหารใดนาน ๆ จะทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายสูญเสียสมดุลในการทำงาน ส่งผลให้เกิดผลเสียต่าง ๆ ตามมา

  • ขาดสารอาหาร
  • ขาดน้ำและแร่ธาตุ
  • มวลกระดูกและกล้ามเนื้อลดลง
  • โยโย่เอฟเฟค (Yo – Yo Effect)
  • ไข้คีโต (Keto Flu)
  • โรคไต
  • ปัญหาสุขภาพ

การลดน้ำหนักแบบคีโต ควรคำนึงถึงโรคประจำตัว หรือลักษณะในการใช้ชีวิตด้วย เพราะถ้าเลือกทำแล้ว นอกจากจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และใช้เวลาค่อนข้างนาน ดังนั้น ถ้าคุณลด ๆ หยุด ๆ อาจจะทำให้เกิดภาวะโยโย่ได้ ดังนั้น ก่อนจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ จึงควรศึกษาวิธีการกินให้ดีก่อนนะคะ เพื่อให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีความสุข และได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย

ข้อมูล: allwellhealthcare.com และ bestreview.asia

บทความที่คุณอาจจะสนใจ