Kingston Technology คงตำแหน่งผู้นำด้าน การจัดส่ง Channel SSD ในปี 2563

  • กลยุทธ์การบริหารอันแข็งแกร่งและบริการด้านการดูแลลูกค้าที่ยอดเยี่ยม นำไปสู่ส่วนแบ่งทางการตลาด 27%
  • สถานะทางธุรกิจที่มั่นคงยังดำเนินต่อไปในปี 2564

กรุงเทพฯ – 4 พฤศจิกายน 2564 Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศว่าได้รับการจัดอันดับจาก TrendForce ให้เป็นซัพพลายเออร์อันดับหนึ่งด้านการจัดส่ง Channel SSD ในปี 2563 โดยจากผลการวิเคราะห์ดังกล่าว Kingston ได้ครองส่วนแบ่งการตลาด 27% ของการจัดส่งผลิตภัณฑ์ 111.5 ล้านชิ้นในปี 2563

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปี 2563 TrendForce รายงานว่าการขนส่ง SSD ประจำปีไปยังช่องทางการจัดส่งลดลง 15% เมื่อเทียบปีต่อปี และเกิดความล่าช้าอย่างมากในด้านการผลิตและโลจิสติกส์ ส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อลดลงอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์ได้แสดงให้เห็นว่า ด้วยกลยุทธ์ระดับโลกของ Kingston ในการจัดหาส่วนประกอบ

ทำให้บริษัทสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในขณะที่เกิดการระบาดใหญ่และปัญหาขาดแคลนชิปทั่วโลก ซึ่งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านการผลิต SSD ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก ซัพพลายเออร์อันดับสองนับเป็นเพียง 8% ของช่องทางการตลาดทั้งหมด ส่วนผู้ผลิต SSD จากซัพพลายเออร์ประเภทบุคคลที่สาม (non-semiconductor) คิดเป็น 65% ของการจัดส่งทั้งหมดในปี 2563

ตำแหน่งทางการตลาดของ Kingston Technology มีการเติบโตอย่างกว้างขวาง ซึ่งมาจากความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับลูกค้าและพันธมิตรในช่องทางจัดจำหน่ายทั่วโลก โดยในขณะที่วิกฤตด้านสุขภาพกำลังลุกลามไปทั่วทุกประเทศ และธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว Kingston ได้เดินหน้าสนับสนุนการจัดจำหน่ายในระดับแนวหน้า รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และวิศวกรภายในองค์กร

ที่ทำงานภายใต้ทัศนคติ “Kingston พร้อมอยู่ข้างคุณ (Kingston Is With You)” ซึ่งนำไปสู่ช่วงเวลากว่าสามทศวรรษแห่งความสำเร็จในด้านความน่าเชื่อถือและการให้บริการลูกค้า ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของ Kingston ในตลาด SSD จะมาพร้อมกับความสำเร็จในแผนกหน่วยความจำ จนทำให้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น สุดยอดซัพพลายเออร์โมดูล DRAM ประเภทบุคคลที่สาม (Third-party) รายใหญ่ที่สุด มาตลอดถึง 18 ปีติดต่อกัน

Kingston กล่าวว่า “จากผลวิเคราะห์ดังกล่าวสำหรับปี 2563 สามารถช่วยตอกย้ำการเติบโตและตำแหน่งความเป็นผู้นำของ Kingston ในตลาด SSD ได้ โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและเร่งให้ผู้คนทั่วโลกมีความต้องการ SSD มากขึ้น เพื่อใช้ในการทำงานและเรียนรู้ทางไกล ซึ่งความต้องการดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับจากปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้และดำเนินต่อไปยังปีหน้า

ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชัน SATA และ NVMe ที่แตกต่างกัน เพื่อการใช้งานตามขนาดพื้นที่ของลูกค้า และยกระดับโซลูชันระดับองค์กรที่กำลังเติบโต เพื่อแอปพลิเคชันและระบบโฮสต์ที่หลากหลาย”

โดย Kingston ยังคงมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือไปจากการเพิ่ม SSD 2 รุ่นแบบ PCIe 4.0 NVMe M.2 ได้แก่ KC3000 และ Kingston FURY Renegade SSD ไปยังพอร์ตโฟลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งไดร์ฟประสิทธิภาพสูงนี้รวมอยู่ในตระกูล SSD สำหรับลูกค้าของ Kingston เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความเร็วและความเสถียร ให้ได้สัมผัสประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในการเล่มเกมที่มีความหนักหน่วง และแอปพลิเคชันเวิร์กโหลดต่างๆ บนเดสก์ท็อปและแล็ปท็อป พีซี