Maru CHOT ส่งเสริมแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning)

Lifelong Learning (การเรียนรู้ตลอดชีวิต) คืออะไร?

โดยธรรมชาติของมนุษย์เราต่างก็มีความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัยเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นนักเรียนตามธรรมชาติอยู่แล้ว และนั่นก็ทำให้เราต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นตรงที่ มนุษย์สามารถเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตจากสิ่งที่ได้เรียนนั้นได้

การเรียนรู้ตลอดชีวิต “Lifelong Learning” จะเป็นนิยามและวิธีคิดที่จะทำให้คุณและหรือหน่วยงาน องค์กรที่รักของคุณ มีเป้าหมายและมุ่งมั่นที่อยากจะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อว่า “มนุษย์เราทุกคนเกิดมาเพื่อเรียนรู้ตลอดชีวิต”

IMG 7274

แล้วคุณเอง! จะพบว่า “ตัวคุณนั้น มีศักยภาพในการเรียนรู้ ที่ไม่รู้จบ” ลองเปิดตาเปิดใจ คิดปรับวิธีการและลองทำสิ่งใหม่ดู เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตไปด้วยกันดูครับ การเรียนรู้โดยเริ่มต้นจากตัวเองเป็นหลัก โดยโฟกัสไปที่การพัฒนาตนเอง และเติมเต็มเป้าหมายส่วนบุคคล (Personal fulfillment) ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุดที่แน่นอน

Lifelong Learning คือ รูปแบบหนึ่งของการศึกษาที่เริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง (Self-initiated study) ซึ่งเน้นการพัฒนาส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยงว่าจะอยู่ในวัยไหนก็สามารถเรื่องรู้ได้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด และถึงแม้ว่าจะไม่มีคำจำกัดความที่เป็นมาตรฐานของ Lifelong Learning แต่โดยทั่วไปมักถูกนำไปอ้างถึงการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนอกรั้วสถาบันการศึกษาในระบบ อย่างโรงเรียน และมหาวิทยาลัย เช่น ไปศึกษาหาความรู้ต่อยอดที่ศูนย์อบรมอื่นๆ นอกระบบ เป็นต้น
.
อย่างไรก็ตาม Lifelong Learning ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองไว้ที่การเรียนรู้นอกระบบเท่านั้น ซึ่งคำอธิบายที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นความสมัครใจในการเรียนรู้เพื่อบรรลุ เติมเต็มเป้าหมายของตัวเอง และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
.
การทำงานให้ประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานนอกจากความรู้ ความสามารถ Mindset และ การมี Soft Skill ที่สำคัญอย่าง ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารเวลา หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่นแล้ว Mindset อีกหนึ่งทักษะที่คุณต้องให้ความสำคัญและทำความรู้จักคือ ทักษะของการเรียนรู้ตลอดชีวิต “Lifelong Learning” ท่ามกลางความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ในทุก ๆ วัน และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงปฏิเสธแนวคิดหรือทักษะนี้ไปไม่ได้เลย และถ้าอยากเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือเป็นคนที่มีวิธีคิดแบบ “Lifelong Learning” ต้องทำอย่างไร
.
Lifelong Learning Skills คือ ทักษะที่น่าสนใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เราควรต้องมีเพื่อที่จะเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีอะไรบ้าง
1. Creativity หรือ ความคิดสร้างสรรค์ การมีความคิดสร้างสรรค์ทำให้เราเรียนรู้ได้อย่างไม่มีกรอบและไม่จำกัด รวมถึงช่วยพัฒนาต่อยอดความคิดไปในด้านอื่น ๆ อีกด้วย
2. Problem Solving หรือ การแก้ปัญหา ทักษะการแก้ปัญหาถือเป็นทักษะที่สำคัญในการดำเนินชีวิต รวมถึงการพัฒนาการเรียนรู้เพราะเมื่อใดที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหรือความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็จะสามารถแก้ไขได้เป็นอย่างดี
3. Critical Thinking หรือ การคิดเชิงวิพากษ์ ทักษะการคิดแบบ Critical Thinking  เป็นทักษะที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่แตกต่าง เพราะเราจะกล้าคิด กล้าถามคำถามในสิ่งที่ต่างออกไป นับเป็นทักษะสำคัญในการเรียนรู้
4. Leadership หรือ การเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำเป็นทักษะที่จะทำให้เรากล้าคิดกล้าทำและนำความรู้จากสิ่งที่เราเรียนรู้ไปถ่ายถอดให้ผู้อื่นได้อีกด้วย
5. Communication หรือ การสื่อสาร การสื่อสารเป็นทักษะที่สำคัญไม่ว่าคุณจะทำอะไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่การเรียนรู้หรือทำธุรกิจล้วนอยู่ในรูปแบบออนไลน์ การพัฒนาด้านการตลาดออนไลน์ก็จะยิ่งช่วยให้สื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. Collaboration หรือ การประสานงาน นอกจากทักษะที่จะช่วยให้เราเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วการประสานงานหรือการทำงานกับผู้อื่นก็เป็นส่วนที่จะทำให้เราพัฒนาตัวเอง ก้าวหน้า และมองเห็นภาพรวมมากขึ้น
7. Information Management หรือ การจัดการข้อมูล ในยุคที่มีข้อมูลมากมาย เราในฐานะผู้รับข้อมูลสามารถที่จะเลือกรับได้อย่างไม่จำกัด ทำให้การเรียนรู้มีมากมาย การจัดการข้อมูลและนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เราพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในหลาย ๆ ด้านและนำไปใช้ในอนาคต
8. Adaptability หรือ การปรับตัว การปรับตัวเป็นทักษะสำคัญในยุคปัจจุบันเพราะโลกและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวและเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแบบคาดเดาไม่ได้ในอนาคต
9. Curiosity หรือ ความอยากรู้อยากเห็น ความอยากรู้อยากเห็นเป็นประโยชน์ในการแสวงหาความรู้ การกระหายความรู้เป็นสิ่งที่จะทำให้เราพัฒนาและเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ได้ตลอดชีวิต
สรุป การเรียนรู้เป็นสิ่งที่พวกเราเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ จนถึงวัยชรา ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดและเรียนได้ตลอดชีวิต รวมถึงเรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ เพื่อไปประยุกต์ใช้กับการใช้ชีวิตทั้งในปัจจุบันไปจนถึงอนาคต การเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่ใช่เรื่องยากอยู่ที่เรามีความตั้งใจที่จะเรียนรู้หรือไม่ หากเรามีความตั้งใจก็จะเรียนรู้ได้อย่างไม่มีวันจบ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://digitorystyle.com
……………………

อยากเป็นคนที่ Lifelong Learning ต้องเริ่มยังไง?

การเรียนรู้ตลอดชีวิตจะทำให้คุณรู้สึกว่ามีเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ที่ชัดเจนขึ้น ได้โฟกัสกับสิ่งที่คุณสนใจ และช่วยเติมเต็มคุณค่าในการมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความหมายมากขึ้น เราขอแนะนำ 5 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณเป็นนักเรียนที่อยากเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนี้..

1. รู้จักความสนใจและเป้าหมายของตัวเอง
Lifelong Learning เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเองโดยตรง ดังนั้นคุณต้องรู้ว่าตัวเองมีความชอบความสนใจในเรื่องอะไร แล้วคุณวางแผนในอนาคตให้ตัวเองเป็นเช่นไร

การริเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ควรมาจากความชอบและความสนุกเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพาคุณไปสู่ปลายทางที่ต้องการ ตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถเป็น Lifelong Learning เช่น
* การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เช่น ถักนิตติ้ง ทำอาหาร เขียนโค้ด พูดในที่สาธารณะ
* การเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น เรียนภาษาที่สาม เขียนบทความลงบล็อก จัดพอดแคสต์
* พัฒนาทักษะทางกีฬา เช่น ชกมวย คาราเต้ ว่ายน้ำ โยคะ พิลาทิส เทควันโด
* เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การใช้แอปพลิเคชันใหม่และอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ

2. จัดระดับเป้าหมาย/ความสนใจ
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าคุณอยากเรียนรู้เรื่องไหน คราวนี้ลองสำรวจใจตัวเองให้ลึกขึ้นว่าปลายทางหรือเป้าหมายขั้นสูงสุดของสิ่งที่คุณสนใจนั้นคืออะไร คุณอยากบรรลุเป้าหมายนั้นในระดับไหน

เช่นถ้าคุณอยากเรียนเขียนโค้ด คุณอาจจะอยากเรียนไปเพื่อสร้างเว็บไซต์ง่าย ๆ สำหรับขายสินค้าของตัวเอง หรือความฝันของคุณอาจไปไกลกว่านั้นถึงขั้นกลายเป็นนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นมืออาชีพที่ได้ทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก

เพราะระดับของเป้าหมายที่แตกต่างก็นำไปสู่วิธีการเรียนรู้ที่ต่างกันออกไปเช่นกัน

3. ค้นหาวิธีว่าจะทำสิ่งนั้นได้อย่างไร
การจะบรรลุเป้าหมายส่วนตัวที่เป็น Lifelong Learning ให้สำเร็จนั้นก็ต้องเริ่มมาจากการรู้ว่าจะเริ่มต้นได้อย่างไร การอ่าน ค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือสอบถามคนที่อยู่ในวงการนั้น ๆ จะช่วยนำทางให้เราได้ว่า ถ้าอยากเรียนรู้ในเรื่องนั้นจริง ๆ ควรเริ่มต้นจากอะไรก่อน

เช่นคนที่อยากเรียนโค้ดดิ้งเพื่อสร้างเว็บไซต์ง่าย ๆ อาจลองเข้าไปเรียนในคอร์สออนไลน์ฟรี ที่เปิดให้คนทั่วไปที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ ในขณะที่คนที่อยากเรียนโค้ดดิ้งเพื่อเป็นนักพัฒนาแอประดับโลก อาจต้องลงคอร์สเรียนเฉพาะทางเพื่อให้ได้ความรู้เชิงเทคนิคเพิ่มจากมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน รวมถึงต้องลองเข้าไปฝึกงานกับบริษัทซอฟต์แวร์ต่าง ๆ และหาเวทีประกวดโชว์ศักยภาพจากสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเพื่อสร้างเครดิตให้ตัวเอง

4. วางแผนออกแบบเป้าหมายการเรียนรู้ของตัวเอง
การสร้างเป้าหมายการเรียนรู้สิ่งใหม่ให้กับตัวเองอาจเป็นเรื่องยากในตอนเริ่มต้น ถ้าคุณไม่หาเวลาและพื้นที่ว่างให้กับมันแล้วล่ะก็ การเรียนรู้ใหม่ ๆ นั้นก็คงเกิดขึ้นไม่ได้

การวางแผนและออกแบบตารางเวลาชีวิตในแต่ละวันจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราอาจกำหนดไปเลยว่าจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อวันในการเรียนรู้ภาษาที่สาม หรือถ้ารู้สึกว่าทำได้ยากเกินไป ก็อาจลดลงเป็นเหลือ 15 นาทีต่อวัน แต่สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ ดังนั้นจงอย่าวางแผนในสิ่งที่เราคิดว่าจะทำไม่ได้ตั้งแต่แรก ซึ่งนั่นจะยิ่งเป็นการบั่นทอนกำลังใจตัวเองให้ไม่อยากจะเริ่มทำแต่แรกเลยด้วยซ้ำ

5. ลงมือทำตามแผน
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าเป้าหมายในการเรียนรู้ของเราคืออะไร ปลายทางอยู่ที่ไหน จะทำมันให้สำเร็จได้อย่างไร พร้อมทั้งมีแผนการวางไว้ตรงหน้าแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องทำเลยก็คือ การลงมือทำอย่างจริงจังตามแผนที่วางไว้ ให้เวลากับการเรียนรู้สิ่งนั้นทุกวันทีละเล็กทีละน้อย และเลิกหาข้อแก้ตัวที่จะไม่ทำมันไปได้เลย

เมื่อความรู้เดิมมีวันหมดอายุ เราก็ต้องเติมเต็มสิ่งใหม่เข้าไปทดแทนให้ชีวิตเรามีคุณค่าและความหมาย นี่แหละการเป็นนักเรียนที่ไม่มีวันหมดอายุแบบ Lifelong Learning

อ้างอิงจาก https://www.valamis.com/hub/lifelong-learning
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ธนาคารกรุงศรี และธนาคารไทยพาณิชย์ด้วย
………………………………………………………………………………..

โรงเรียนมารุสอนการอาชีพเรือสำราญและการโรงแรม หรือเรียก Maru CHOT สนับสนุนแนวความคิดใน “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยอยากเชิญชวนผู้สนใจทั่วไปมาเรียนรู้นอกระบบ เพื่อส่งเสริมอาชีพงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม หรือ Food & Beverage Service ผ่านหลักสูตรเรียนระยะสั้น 240ชม และหรือโดยการทำกิจกรรม One day Workshop แบบ 1วัน โดยปัจจุบันนี้มีตัวเลือกสามกิจกรรม คือ 1. Barista, 2. Bartender และ 3. Sommelier เพื่อจุดประสงค์ Reskill/ Upskill โดยรายละเอียดและเนื้อหาของกิจกรรมสามารถศึกษาดูได้เว็บไซด์โรงเรียน

www.maruchot.com