Muze เผยความปลอดภัยและความสุขของพนักงานคือหัวใจสำคัญ ปรับแผนการทำงานตอบโจทย์สถานการณ์โควิด

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในสังคม (New Normal) เช่นเดียวกับในด้านของการทำงาน แต่ละบริษัท ต้องปรับตัวสู่การทำงานแบบ Work From Home หาแนวทางสร้างการทำงานให้ยังมีประสิทธิภาพเสมือนทำงานในออฟฟิศ ที่ Muze บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นด้านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นแบบครบวงจร

มองเห็นความสำคัญและความปลอดภัยของบุคลากร จึงออกแบบการทำงานที่ตอบโจทย์พนักงานแต่ยังสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับลูกค้าได้

Muze มีระบบการทำงานแบบ Hybrid Workplace ซึ่งพนักงานสามารถเข้าทำงานที่ออฟฟิศ 3 วัน และเลือกทำงานจากที่ใดก็ได้ 2 วัน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างรุนแรง และส่งผลให้เกิดการล้อคดาวน์และมาตรการต่างๆนั้น Muze ตัดสินใจปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพื่อให้ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ มาเป็นการ Work From Home 100% สำหรับในปีนี้

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยโดยมีระบบการทำงานทางไกล (remote) ที่รองรับการทำงานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการทำงานในออฟฟิศ

โดย Muze มองเห็นถึงความสุขของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรต่อไปอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้น แม้จะอยู่ในช่วงการทำงานแบบ Work From Home แต่ Muze ยังคงให้ความสำคัญกับแนวคิดการทำงานแบบ Work-life Harmony ที่ทำให้พนักงานสามารถผสมผสานเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวได้อย่างลงตัว

และเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนั้น Muze ยังพร้อมที่จะให้การซัพพอร์ตพนักงานในระหว่างที่ Work From Home เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นในด้านอุปกรณ์การทำงาน และโปรแกรมที่ใช้ในการทำงาน

ทาง Muze ได้จัดหา Macbook และอุปกรณ์ที่พร้อมสำหรับการทำงานที่เสถียรและทันสมัยให้กับพนักงานทุกคน อีกทั้งพนักงานยังสามารถนำอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นในการทำงานจากออฟฟิศกลับไปใช้ที่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้เพื่อสุขภาพ หรือ จอ Monitor เป็นต้น

นอกจากนี้ Muze ยังเห็นถึงความสำคัญของปฏิสัมพันธ์ระหว่างทีม ด้วยการจัดหากิจกรรมพิเศษอย่างการจิบกาแฟ หรือ รับประทานอาหารเย็นสุดพิเศษร่วมกันผ่านโปรแกรม Zoom และในแต่ละเดือน ทาง CEO และ ทีม Management ยังมีกิจกรรม Townhall เพื่ออัพเดทข่าวสาร และความเป็นไปในองค์กร ให้พนักงานได้รับรู้และเข้าใจ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย

นอกเหนือจากการดูแลในด้านการทำงานแล้ว Muze ยังใส่ใจถึงสุขภาพของพนักงานในการป้องกันโควิด-19 โดยได้จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มให้กับพนักงานทุกคน ครบทั้ง 2 เข็มแล้วในเดือนกันยายนที่ผ่านมา และจัดเตรียม Booster เข็มที่ 3 ด้วยวัคซีนชนิด mRNA ภายในเดือนธันวาคมนี้

และหากพนักงานที่มีความจำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ หรือติดต่องานนอกสถานที่ Muze ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ดูแลตนเองเพิ่มเติมให้ ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย สเปรย์แอลกอฮอล์ Facesheild ทิชชู่เปียกสำหรับฆ่าเชื้อโรค วิตามินซี อีกทั้งมีการจัดส่ง Test Kit ให้กับพนักงานที่มีความเสี่ยงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Muze ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับพนักงานอย่างเดียวเท่านั้น การส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานเพื่อให้ผลลัพธ์การทำงานร่วมกับลูกค้ามีประสิทธิภาพที่สุด นับเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดย Muze เลือกใช้รูปแบบการทำงานแบบ Agile ในรูปแบบ Scrum เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการตอบสนองต่อลูกค้า ซึ่งทำให้ทีมงานและลูกค้า สามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ วางแผน ลงมือทำไปในทิศทางเดียวกัน

ตามเป้าหมายระยะสั้น มีการประเมินผลลัพธ์ สร้างความยืดหยุ่นและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และวิเคราะห์ตลาด เพื่อคงประสิทธิภาพของการทำงาน แม้ในช่วงการทำงานแบบ Work From Home

คุณ พีรณัฎฐ์ ทูลแสงงาม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท Muze

คุณ พีรณัฎฐ์ ทูลแสงงาม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท Muze กล่าวว่า “เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจของเราสามารถที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้อย่างไม่สะดุด โดย Muze เอง ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความสุขในการทำงานกับทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ของเรา ให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขในการทำงานมากที่สุด พร้อมกับส่งเสริมศักยภาพและทักษะในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

รวมไปถึงมีรูปแบบการทำงานที่ทันสมัย อย่าง Agile ที่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการทำงานแบบ Feedback loop ที่ต่อยอดจากผลตอบรับของลูกค้า เพื่อให้การทำงานสามารถตอบโจทย์ลูกค้าและตลาดได้มากที่สุด ด้วยปัจจัยต่างๆเหล่านี้ เราจึงเชื่อว่าองค์กรของเรา มีความพร้อมในการปรับตัวต่อสถานการณ์ในครั้งนี้ และในอนาคต ที่ครอบคลุมทั้งในด้านการดูแลพนักงาน และดูแลลูกค้า”

แม้สถานการณ์ในปัจจุบัน จะยังมีความไม่แน่นอน แต่ Muze จะยังคงเดินหน้าสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับลูกค้า ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังก้าวไกล และโอกาสทางธุรกิจไม่มีสิ้นสุด ด้วยโซลูชั่นการพัฒนาซอฟท์แวร์เว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น อาทิ การพัฒนาระบบ OTT ระบบ Omni-Channels และพัฒนาโซลูชั่นอื่นๆ ในด้าน e-commerce อีกมากมาย

เพื่อช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถปรับตัวเข้าสุ่โลกยุคดิจิทัลไปด้วยกัน และในขณะเดียวกัน Muze ยังยึดถือหัวใจสำคัญด้านการดูแล และส่งเสริมการทำงานในองค์กร ทั้งด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ในการทำงาน และปรับองค์กรให้มีความยืดหยุ่น พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์โปรดักส์ด้านเทคโนโลยีระดับโลกตามเป้าหมาย

ติดตามข่าวสารจาก Muze เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/muze.innovation/ หรือ https://www.muze.co.th/