แนบโซลูท (Nabsolute) เปิดแผนธุรกิจปี 67 ส่งต่อเทคโนโลยีที่คิดค้นโดยคนไทย สู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง วงการแพทย์และวัคซีน

ภญ.พุทธิมน ศรีบนฟ้า

ภญ.พุทธิมน ศรีบนฟ้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แนบโซลูท จำกัด สตาร์ทอัพ  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าในปี 2567 แนบโซลูท (Nabsolute) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านชีววัสดุศาสตร์และการผลิตระดับอุตสาหกรรม มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการคิดค้น วิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยในห้องปฏิบัติการให้ออกสู่สังคม ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน เนื่องจาก Nano-Modification of Biopolymer platform จะเข้ามาปลดล็อคข้อจำกัดของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพเช่น การทำระบบนำส่งสารสำคัญ (Delivery System) ที่ใช้ง่ายและผลข้างเคียงต่ำ เพียงนำไปผสมละลายร่วมกับสารสำคัญ สามารถช่วยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ผลข้างเคียงน้อยลง ใช้ได้ทั้งกับยา เวชสำอางและอาหาร

สำหรับแนบโซลูท (Nabsolute) เป็นสตาร์ทอัพจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Hy-N (ไฮ-เอ็น) Technology นวัตกรรมไบโอพอลิเมอร์ ระบบนำส่งสารช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวชสำอาง ยา และวัคซีน โดยได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้านเศรษฐกิจ ประเภทวิสาหกิจขนาดย่อมและวิสาหกิจรายย่อย จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  ซึ่งมอบให้แก่ผลงานนวัตกรรมในรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ที่มีคุณค่าเชิงพาณิชย์และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ภญ.พุทธิมน กล่าวต่อไปว่าแนบโซลูท (Nabsolute) พร้อมส่งต่อเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง วงการแพทย์และวัคซีน สามารถนำไปผลิตได้ มีการเข้าไปอบรมวิธีการพัฒนาและนำไปใช้งาน  โดยแนบโซลูท (Nabsolute) เป็นผู้พัฒนา Hy-N (ไฮ-เอ็น) Technology นวัตกรรมไบโอพอลิเมอร์ ระบบนำส่งสารช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวชสำอาง ยาและวัคซีนและรางวัล SelectUSA Tech APEC Summit Pitching Competition ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นสตาร์ทอัพ 1 ในไม่กี่รายและเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่บุกเบิกการทำเทคโนโลยีระบบนำส่ง (Delivery System) โดยมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดให้เป็นสากลและทั่วโลกให้มากยิ่งขึ้น

อนึ่งแนบโซลูท (Nabsolute) สามารถเป็นผู้ผลิตและส่งออกวัตถุดิบสารสำคัญ เพื่อการนำส่ง (Delivery System) ที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มการส่งออกวัตถุดิบของบริษัทฯและสินค้าของพันธมิตรคู่ค้า มูลค่ารวม 294 ล้านบาทภายในปี 2569 คิดเป็นมูลค่าการส่งออกนอกประเทศรวมทั้งสิ้น 6,394 ล้านบาท ภายในปี 2569