HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่น ได้แก่ Nokia 3.2 และ Nokia 4.2 ที่มาพร้อมกับดีไซน์สวยงามทันสมัย หน้าจอขนาดใหญ่ คุณภาพระดับ HD+ ผสานพลังความอึดด้วยความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 2 วัน ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด Android 9 Pie ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon ให้ผู้ใช้งานสัมผัสถึงประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์คุณภาพระดับเรือธง ในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้

Nokia 3.2

ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 429 Quad-core 1.8 ทำให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ไม่มีติดขัด RAM 2 GB แความจุในเครื่อง 16 GB มาพร้อมความหลากหลายกับช่องใส่แบบ Triple Slot สามารถใส่ได้ 2 ซิม และเมมโมรี่การ์ด

ใช้งานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.26 นิ้ว แบบ Selfie Notch พร้อมกล้องหลัง ขนาด 13 ล้านพิกเซล และ กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ให้ความคมชัดด้วยคุณภาพระดับ HD+ ด้วยระบบ AI อัจฉริยะให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพในที่ที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด ผสานพลังความอึดด้วยแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 2 วัน

Nokia 4.2

รองรับการทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 439 octa-core มีหน่วยความจำ RAM 2 GB ความจุในเครื่อง 16 GB มีช่องใส่ซิมแบบ Triple Slot สามารถใส่ได้ 2 ซิม และเมมโมรี่การ์ด มาพร้อมดีไซน์คลาสสิค เพิ่มความพิเศษด้วยโครงสร้างภายในที่ทำจากโลหะน้ำหนักเบา กรอบภายนอกทำจากโพลีคาร์บอเนตเคลือบเงาซาติน จึงทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา และบางเพียง 8.4 มม. สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจด้วยมือข้างเดียว

โนเกียเปิดจองสมาร์ทโฟน Nokia 8.1 แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในราคาเพียง 9,900 บาท

หน้าจอแสดงผลแบบ Selfie Notch ขอบชิด (edge-to-edge) ขนาด 5.71 นิ้ว ถูกเติมเต็มประสิทธิภาพการใช้งานในระดับเรือธง ด้วยกล้องหลังเลนส์คู่ ขนาด 13+2 ล้านพิกเซล มี Depth Sensor ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้คมชัดยิ่งขึ้น ด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่ช่วยประมวลผลพร้อมทั้งเก็บรายละเอียดสีได้ครบในมุมที่กว้างขึ้น เหนือขึ้นไปอีกระดับด้วยฟังก์ชัน Nokia Pro Camera ที่สามารถถ่ายและปรับแต่งภาพได้ อีกทั้งยังรองรับการบันทึกภาพแบบ RAW ไฟล์ ได้อย่างช่างภาพมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้างหลังเครื่อง ปลดล็อกสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ทั้งคู่มีระบบ Adaptive Battery ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนผ่าน AI อัจฉริยะของระบบ Machine Learning ช่วยคำนวณการใช้พลังงานแบตเตอรี่ของแอพพลิเคชันสามารถปรับลดหรือเพิ่มการใช้พลังงาน โดยขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานของแต่ละคน เพื่อให้แบตเตอร์รี่โดยรวมนั้นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น

รวมถึง ยังมีฟีเจอร์คุณภาพระดับเรือธงที่สำคัญ อาทิ ฟังก์ชั่นการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า, ไฟสัญลักษณ์แจ้งเตือน LED บริเวณปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง รวมถึงยังสามารถติดตั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆลงในเมมโมรี่การ์ดได้

ด้วยคุณสมบัติทั้งหลายเหล่านี้ของสมาร์ทโฟนโนเกียทั้ง 2 รุ่น จะสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การชมภาพยนตร์ ซีรี่ส์ และ รายการทีวีเรื่องโปรดผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มอรรถรส

การจัดจำหน่าย

Nokia 3.2 มีสองสีให้เลือกได้แก่ สีดำ และ สีเงิน ในราคา 3,990 บาท ส่วน Nokia 4.2 มีสองสีให้เลือกได้แก่ สีดำ และ สีชมพู ในราคา 4,490 บาท โดนทั้งสองรุ่นจะวางขายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ที่ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโนเกียทั่วประเทศ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here