โรคติดน้ำแข็ง ชอบเคี้ยวน้ำแข็ง ระวัง! เสี่ยงสุขภาพฟันเสีย กระทบสุขภาพจิต

โรคติดน้ำแข็ง - Pagophagia cover - ภาพที่ 1

เป็นกันไหม? เวลาว่างๆ ชอบหยิบน้ำแข็งมาเคี้ยวเล่น เวลาไปร้านอาหารก็ชอบเคี้ยวน้ำแข็งในแก้วเครื่องดื่ม หรือแม้แต่เวลาอยู่บ้าน การเคี้ยวน้ำแข็งก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน หรือหนักหน่อยก็คือเคี้ยวแทบจะตลอดเวลา ไม่อยากหยุด หยุดไม่ได้ พอหยุดก็รู้สึกว่าอยากเคี้ยวอีก

อาการที่ว่ามานี้ อาจฟังดูไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะหลายคนก็มีนิสัยชอบเคี้ยวน้ำแข็งเล่นเพลินๆ กันอยู่แล้ว ยิ่งบ้านเราที่อากาศร้อนไฟเผาขนาดนี้ ถ้าได้เคี้ยวน้ำแข็งเย็นๆ กรอบๆ ก็ยิ่งฟินสุดๆ บางคนถึงขั้นเคี้ยวเล่นเหมือนเป็นขนมกันเลย ก็มันช่วยไม่ได้อ่ะเนอะ ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งฟินนนน~

โรคติดน้ำแข็ง - ice g3b7fd03a7 1280 - ภาพที่ 3

แต่รู้ไหมว่า นิสัยชอบเคี้ยวน้ำแข็งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องปกตินั้น จริงๆ แล้วมันไม่ปกติเลย! เพราะการเคี้ยวน้ำแข็งนั้นไม่ใช่นิสัยที่ส่งผลดีอะไรต่อสุขภาพเลยสักนิด ในทางกลับกัน การเคี้ยวน้ำแข็งนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบ 100% ทั้งสุขภาพฟันและสุขภาพจิต แถมยังอาจเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจางได้ด้วย!

โรคติดน้ำแข็ง (Pagophagia)

โรคติดน้ำแข็ง หรือ Pagophagia มีที่มาจากภาษากรีก คือการนำคำว่า Pagos ที่แปลว่า “น้ำแข็ง” มารวมกับคำว่า Phago ที่แปลว่า “กิน” โดยผู้ที่มีอาการของโรคติดน้ำแข็ง มักจะชอบเคี้ยวน้ำแข็งอยู่เป็นประจำ มีนิสัยย้ำคิดย้ำทำอยู่แต่กับการเคี้ยวน้ำแข็ง สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพฟัน และยังส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพจิตได้

สาเหตุของโรคติดน้ำแข็ง

  • โดยมากมักเกี่ยวข้องกับโรคโลหิตจาง หรือภาวะที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก โดยอาการเสพติดการเคี้ยวน้ำแข็งอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังเป็นโรคโลหิตจาง เนื่องจากโรคโลหิตจางจะทำให้รู้สึกเฉื่อยชา ส่งผลให้รู้สึกอยากเคี้ยวน้ำแข็งเพื่อทำให้ร่างกายตื่นตัวนั่นเอง
  • อาจมีอาการของโรคติดน้ำแข็งควบคู่ไปกับภาวะซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล การตั้งครรภ์ ความผิดปกติของพัฒนาการทางปัญญา ความผิดปกติทางอารมณ์ โรคจิตเภท และโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

โรคติดน้ำแข็ง - ice cubes table - ภาพที่ 5

อาการของโรคติดน้ำแข็ง

  • มีความรู้สึกอยากเคี้ยวน้ำแข็งเป็นประจำติดต่อกันตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป
  • เคี้ยวน้ำแข็งทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อหรือไม่อยากหยุด
  • เลือกที่จะเคี้ยวน้ำแข็งแทนการดื่มน้ำเย็น
  • รู้สึกว่าร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง
  • วิงเวียนศีรษะ
  • ผิวเริ่มซีด ใบหน้าและลิ้นบวม
  • เล็บเปราะบาง
  • เจ็บหน้าอก หายใจถี่ขึ้น
  • รู้สึกชาที่มือและเท้า อาจเป็นตะคริวร่วมด้วย

ผลเสียจากโรคติดน้ำแข็ง

  • การเคี้ยวน้ำแข็งมากๆ จะเป็นการทำลายสารเคลือบฟัน ทำให้ฟันอ่อนแอหรือบอบบางได้
  • เสี่ยงฟันบิ่น แตก หัก ฟันผุ หรือฟันหลุด สุขภาพฟันเสีย
  • อาจเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจาง หรือภาวะร่างกายขาดธาตุเหล็ก
  • นิสัยชอบเคี้ยวน้ำแข็งอาจเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด การย้ำคิดย้ำทำ พัฒนาการที่ผิดปกติ หากไม่เลิกนิสัยชอบเคี้ยวน้ำแข็งอาจทำให้กระทบกับสุขภาพจิตมากขึ้นจนยากต่อการรักษา
  • เสี่ยงได้รับเชื้อโรค สิ่งสกปรก แบคทีเรีย หรือสารปนเปื้อนจากน้ำแข็งที่ไม่สะอาด หรือน้ำแข็งที่คุณภาพการผลิตไม่ได้มาตรฐาน แนะนำให้บริโภคน้ำแข็งที่ทำเองจากเครื่องทำน้ำแข็งจะดีที่สุด
  • มีความเสี่ยงในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ อาจทำให้คลอดก่อนกำหนด หรือมีผลกระทบกับเด็ก
  • เป็นการสร้างนิสัยเสีย และยังสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้าง

วิธีแก้ปัญหา บอกลาโรคติดน้ำแข็ง

  • พยายามลดปริมาณน้ำแข็งที่เคี้ยวในแต่ละวันให้น้อยลงเรื่อยๆ
  • เมื่อเห็นน้ำแข็งแล้วรู้สึกอยากเคี้ยว ให้รีบออกห่างจากบริเวณนั้นทันที
  • หากอดไม่ไหวจริงๆ ให้เปลี่ยนมาดื่มน้ำเย็นแทน นอกจากจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพฟันแล้ว การดื่มน้ำเยอะๆ ยังช่วยให้มีสุขภาพดีด้วย
  • เลือกดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเย็นโดยไม่ใส่น้ำแข็ง
  • หากอยากเคี้ยวน้ำแข็งจริงๆ ให้เปลี่ยนมาเคี้ยวน้ำแข็งก้อนเล็ก น้ำแข็งเกล็ด หรือน้ำแข็งกรอบ แทนการเคี้ยวน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่มีความแข็งมากๆ
  • เบี่ยงเบนความรู้สึกอยากเคี้ยวน้ำแข็งด้วยการหันไปทานอาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ
  • หากพบว่าเป็นอาการของโรคโลหิตจางให้รีบไปพบแพทย์ ทานอาหารที่ช่วยเสริมธาตุเหล็ก เช่น ผักใบเขียว ฟักทอง เนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง
  • หากไม่สามารถเลิกนิสัยชอบเคี้ยวน้ำแข็งได้จริงๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและหาทางรักษา

โรคติดน้ำแข็ง - frozen glasses with cold alochol drink - ภาพที่ 7

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

khaosod.co.th, mgronline.com, sanook.com, pptvhd36.com, pixabay.com, freepik.com

Related Posts