แนะนำ 11 เคล็ดลับ สอนลูกรักใช้อินเทอร์เน็ตและ Social Media อย่างไรให้ปลอดภัย

parents guideline about how your kids can use internet properly cover

ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกับเด็กยุคใหม่ที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี อย่างที่เราเห็นกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเด็กแถวบ้าน ลูกเพื่อนแม่ รุ่นน้องที่โรงเรียน หรือแม้กระทั่งน้องของเราเอง ตั้งแต่เด็กๆ ก็โตมากับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ฯลฯ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เหมือนกับย่อโลกทั้งใบเอาไว้จึงง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากซะอีก

computer g6d3f897d2 1280

แน่นอนว่าในโลกของอินเทอร์เน็ตนั้นไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ ที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย และการจะบอกลูกให้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างระมัดระวังก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ วันนี้เราเลยมี 11 เคล็ดลับ สอนลูกรักใช้อินเทอร์เน็ตและ Social Media อย่างไรให้ปลอดภัย มาฝากคุณพ่อคุณแม่และพี่ๆ ที่ต้องคอยดูน้องกัน มาดูกันเลยว่าต้องทำยังไงบ้าง?

11 เคล็ดลับ สอนลูกรักใช้อินเทอร์เน็ตและ Social Media ให้ปลอดภัย

1. กำหนดเวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต

ก่อนอื่นควรเริ่มจากการกำหนดระยะเวลาที่จะให้ลูกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น กำหนดให้ใช้อินเทอร์เน็ต 1-2 ชั่วโมงต่อวัน และจะใช้อินเทอร์เน็ตได้ก็ต่อเมื่อทำอย่างอื่นเสร็จแล้ว รวมถึงพ่อแม่เองก็ต้องคอยดูลูกเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเผลอไปเสพสื่อที่ไม่เหมาะสม และยังเป็นการฝึกวินัยให้ลูกไปในตัวด้วย

2. สอนลูกให้รู้จักมารยาทในการโพสต์หรือแชร์

เมื่อลูกกำลังอยู่ในวัยเด็ก ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะประเมินหรือไตร่ตรองว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกที่ควร อย่างการโพสต์หรือแชร์ข้อมูลต่างๆ ตามสื่อโซเชียล ก็ควรสอนให้ลูกไม่ไปโพสต์หรือแชร์ข้อมูลที่จะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น สอนให้ลูกรู้จักเห็นอกเห็นใจ นึกถึงใจเขาใจเราเป็นอันดับแรก

3. ไม่แชร์ข้อมูลส่วนตัว

ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ การเช็กอินสถานที่ที่เราไป ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถถูกนำไปแอบอ้างได้ง่าย หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้อาจทำให้เกิดเรื่องเดือดร้อนมาถึงตัวได้

students g125c33cbe 1280

4. ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกในแง่ลบมากเกินไป

การโพสต์ข้อความหรือรูปภาพขณะที่กำลังโกรธ หรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แม้ว่าจะโพสต์ไว้นานแล้ว หรือจะย้อนกลับไปลบ แต่สิ่งเหล่านี้ก็สามารถหลงเหลือเป็น Digital footprint ที่อาจเป็นภัยมาถึงตัวได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรสอนให้ลูกรู้จักพรบ.คอมพิวเตอร์คร่าวๆ ด้วย

5. ไม่ควรบอกรหัสผ่านกับคนอื่น

แม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท เป็นแฟน หรือจะเป็นใครก็ตาม ไม่ว่ายังไงก็ไม่ควรบอกรหัสผ่านของตัวเองกับคนอื่นเด็ดขาด ต่อให้สนิทหรือคุ้นเคยกันแค่ไหนก็ไม่ควรไว้ใจ ควรบอกลูกให้เก็บรหัสผ่านไว้เป็นข้อมูลส่วนตัว เพราะหากมีคนอื่นล่วงรู้ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน

6. รู้จักระวังการใช้อินเทอร์เน็ตในที่สาธารณะ

ทุกครั้งที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ การทำธุรกรรมการเงิน การล็อกอินโซเชียลมีเดีย การช้อปปิ้งออนไลน์ ฯลฯ ควรบอกให้ลูกเปลี่ยนมาใช้อินเทอร์เน็ตมือถือแทน Wi-Fi สาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกมือดีแฮคข้อมูลไปได้ง่ายๆ

laptop gf96d7d711 1280

7. ทำความเข้าใจเรื่อง Cyberbullying

พ่อแม่ควรสอนให้ลูกทำความเข้าใจเรื่อง Cyberbullying หรือ การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ สอนให้ลูกรู้เท่าทันภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงวิธีการป้องกันและรับมือเมื่อลูกโดนกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์

8. อย่าตกเป็นทาสการตลาดในโลกออนไลน์

ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เกม เว็บไซต์ดูหนัง หรือเว็บไซต์อื่นๆ พ่อกับแม่ควรเตือนไม่ให้ลูกหลงไปซื้อของหรือกดโอนเงินตามโฆษณาชวนเชื่อในเว็บไซต์ต่างๆ เพราะมีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่จะเป็นการหลอกลวงจากพวกมิจฉาชีพ

9. ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์

เรามักจะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับความเสียหายจากการพนันออนไลน์กันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหลายๆ กรณีก็มักจะเป็นเด็กที่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงไปเล่นเว็บไซต์พนันออนไลน์ เมื่อเล่นจนติดแล้วก็จะถูกหลอกล่อให้เสียเงินเป็นจำนวนมาก แถมการพนันออนไลน์ยังสร้างนิสัยก้าวร้าวเกเรให้กับลูกอีกด้วย

child gf218f1f7c 1280

10. ระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายทางอินเทอร์เน็ต

พ่อแม่ควรจัดการดูแลเรื่องการใช้จ่ายทางอินเทอร์เน็ตของลูกด้วยตัวเอง รวมถึงต้องระมัดระวังการเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ และการผูกบัตรเครดิตในโทรศัพท์ที่ลูกใช้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องเสียเงินไปแบบที่ไม่รู้ตัว ซึ่งลูกๆ อาจจะกดโอนเงินซื้อของในเกม หรือกดโอนเงินไปโดยที่ไม่รู้ตัวได้เช่นกัน

11. คอยแนะนำการใช้อินเทอร์เน็ตให้ลูกอยู่เสมอ

ทุกครั้งที่ลูกใช้อินเทอร์เน็ต พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับลูก คอยสอน คอยบอก คอยแนะนำและอธิบายให้ลูกเข้าใจเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตที่ถูกต้อง และคอยระวังไม่ให้ลูกเสพสื่อที่เป็นอันตราย ล่อแหลม และอาจทำให้เกิดความเดือดร้อน เสียหาย หรือต้องเสียทรัพย์สิน

ขอบคุณรูปภาพจาก

pixabay.com