realme นำกล้องเพอริสโคปเปิดตลาด midrange ครั้งแรกและหนึ่งเดียวกับ realme 12 Pro+ 5G

MAY PR 2024 03 05 144348

หลังจาก Apple ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 15 Pro ในปี 2023 คำว่า “กล้องเพอริสโคป” (Periscope Camera) ก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่พูดถึงกันอีกครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่า กล้องเพอริสโคปไม่ใช่แนวคิดใหม่แต่อย่างใด เพราะในปี 2019 สมาร์ตโฟน HUAWEI P30 Pro ก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยกล้องกำลังขยาย 50 เท่า พร้อม ๆ กับที่ Samsung สร้างกระแสฮือฮากับ Galaxy S20 Ultra ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ Space Zoom 100 เท่ามาแล้ว

เราอาจสงสัยว่า เพราะเหตุใดฟีเจอร์กล้องเพอริสโคปจึงมีอยู่เฉพาะในสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธงเท่านั้น? วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันถึงเหตุผลที่ทำให้กล้องเพอริสโคปมีราคาสูง รวมถึงการทำงานของเทคโนโลยีนี้

กล้องเพอริสโคป (Periscope Camera) นำชื่อมาจากอุปกรณ์ของเรือเดินสมุทรและเรือดำน้ำ โดยเป็นกล้องซูมเทเลโฟโต้ชนิดพิเศษที่ใช้สถาปัตยกรรมเลนส์และกระจกรับแสงคล้ายกับกล้องของเรือดำน้ำ เพื่อให้ได้ทางยาวโฟกัสที่มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์ซูมเทเลโฟโต้ทั่วไป เลนส์เพอริสโคปจะมีความสามารถในการซูมที่ดีกว่าโดยไม่เพิ่มความหนาของสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Samsung S24 Ultra รุ่นล่าสุด สามารถซูมแบบออปติคอลได้สูงสุดถึง 10 เท่า คุณสมบัตินี้ช่วยให้เราถ่ายภาพวัตถุระยะไกลได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพของภาพถ่าย ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน

การซูมจากชิ้นเลนส์ยังให้ระยะที่ชัดลึกดูเป็นธรรมชาติ เน้นตัววัตถุให้โดดเด่นคล้ายกับภาพถ่ายระดับมืออาชีพที่ถ่ายด้วยกล้อง DSLR มากยิ่งขึ้น

หากจะเปรียบเทียบกันอย่างชัดเจน ต้นทุนเลนส์มาโครแบบ 2MP มีราคาประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่เลนส์เทเลโฟโต้แบบเพอริสโคปมีราคาที่ 80 ดอลลาร์ ทั้งยังต้องออกแบบให้มีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์และชิ้นเลนส์ที่กว้างขึ้น เพื่อให้เอื้อต่อการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนในแนวตั้งและสร้างระยะการซูมแบบออปติคัล

การออกแบบกล้องเพอริสโคปในสมาร์ตโฟนจึงทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้น ด้วยต้นทุนที่สูงกว่าและความซับซ้อนทางเทคนิคจึงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนในการนำกล้องเพอริสโคปมาใช้ในอุปกรณ์ของตนเอง และทำให้กล้องเพอริสโคปยังถือเป็นฟีเจอร์พิเศษที่มีเฉพาะในรุ่นเรือธงระดับไฮเอนด์เท่านั้น อาทิ iPhone 15 Pro Max (12MP 5X Periscope Lens), vivo X100 Pro (64MP 4.2X Periscope Lens), Xiaomi 13 (50MP 5X Periscope Lens) เป็นต้น

แต่ข้อจำกัดนี้กำลังจะหมดไป! กับการเปิดตัว “realme 12 Pro+ 5G” ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า realme 12 Pro+ 5G จะมาพร้อมเลนส์เทเลโฟโต้แบบเพอริสโคป ซึ่งนับเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวในกลุ่มราคานี้ โดยมาพร้อมความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ OV64B ขนาด 1/2 นิ้ว พร้อมความสามารถซูมแบบออปติคอล 3 เท่า ซูมในเซนเซอร์ 6 เท่า และซูมดิจิทัลสูงสุดถึง 120 เท่า! ซึ่งเป็นสเปกที่เทียบเคียงกับเรือธงของแบรนด์เจ้าตลาดอย่าง iPhone 15 Pro และ Xiaomi 13 Ultra เลยทีเดียว

ในขณะที่สมาร์ตโฟนระดับ midrange ราคาประหยัดพยายามแข่งขันกันเรื่องการเพิ่มจำนวนพิกเซลของกล้องถ่ายภาพ แต่ realme กล้าฉีกไปสู่แนวทางใหม่ที่แตกต่างกัน โดย “realme 12 Pro+ 5G” พร้อมยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพที่เหนือชั้น และทำให้ฟีเจอร์ระดับเรือธงอย่างการซูมเพอริสโคปอื่น ๆ กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายและสบายกระเป๋ามากกว่าเดิม

จับตางานเปิดตัว “realme 12 Pro+ 5G” พร้อมกัน เร็วๆนี้!

เกาะติดข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ จาก realme Thailand ผ่านช่องทาง

Facebook: (https://www.facebook.com/realmeTH)

Instagram: (https://www.instagram.com/realme_thailand)

Tiktok: (https://www.tiktok.com/@realme_thailand)

Twitter: (https://twitter.com/realmeTH)

Youtube: (https://www.youtube.com/@realmeThailandTH)