OPPO F7 มีด้วยกัน 2 รุ่นคือ OPPO F7 ตัวธรรมดาที่มาพร้อมกับ แรม 4GB ความจุ 64GB ซึ่งวางขายที่ราคา 10,990 บาท และตัวท็อป OPPO F7 128GB มาพร้อมกับแรม 6GB ความจุ 128GB ราคาวางขายอยู่ที่ 14,990 บาท

OPPO F7 128GB มาพร้อมกับหน้าจอ FHD+ ขนาด 6.23 นิ้ว กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล พร้อมด้วย AI Beauty 2.0 มี 2 สีให้เลือก คือ สีแดง Solar Red และ สีดำ Diamond Black

ข้อมูลสเปก

  • หน้าจอ LTPS IPS LCD ขนาด 6.23 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2280 พิกเซล
  • ซีพียู Mediatek MT6771 Helio P60
  • แรม 6GB
  • ชิป Mali-G72 MP3
  • หน่วยความจำ 128GB เพิ่ม microSD ได้ 256GB
  • กล้องหลัง 16 MP, รูรับแสง f/1.8 พร้อม LED Flash
  • กล้องหน้า 25 MP รูรับแสง f/2.0
  • แบต 3400 mAh
  • รัน Android 8.1 (Oreo) อินเตอร์เฟส ColorOS 5.0
  • ขนาดตัวเครื่อง 156 x 75.3 x 7.8 มม.
  • น้ำหนัก 158 g
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ 4G

สำรวจตัวเครื่อง

หน้าจอขนาด 6.23 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 1080 x 2280 pixels หน้าจอแสดงผลคิดเป็น 88% ของขนาดตัวเครื่อง อัตราแสดงผล 19:9 ได้มุมมองที่กว้างขึ้นกว่าหน้าจอปกติ 16% เสริมความแข็งแรงด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5

ขนาดของตัวเครื่องกำลังพอดีมือ แม้หน้าจอจะใหญ่ถึง 6.23 นิ้ว แต่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่อย่างีท่ดี พกพาง่าย ใช้งานมือเดียวได้ไม่ลำบาก ถ้าใครเคยใช้มือถือหน้าจอใหญ่ๆมาก่อน รับรองไม่ผิดหวัง

OPPO_F7_128GB_003

กล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 25 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับ AI Beauty 2.0 ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าทำได้ง่ายขึ้น หน้าสวยเนียนลงตัวยิ่งกว่าเดิม ด้วยการปรับให้เอง และรองรับ HDR ทำให้ภาพเซลฟรสวยยิ่งขึ้นไปอีก

ความพิเศษของ AI Beauty 2.0 คือสามารถเรียนรู้และปรับแต่งใบหน้าของเราได้ โดยสามารถแบ่งใบหน้าของเราเป็น 25 โซน พล็อตจุดบนใบหน้าได้มากกว่า 296 จุด ทำให้ภาพเซลฟี่ออกมาสวยลงตัวมากกว่าที่เราปรับแต่งเอง และสามารถแยกแยะเพศได้ ทำให้การปรับแต่งดูสวยขึ้น ผู้ชายถ่ายออกมาดูเป้นผู้ชายขึ้น ผู้หญิงก็ดูสวยขึ้น

กล้องหน้าทำงานควบคุมกับ Face Unlock ทำให้เราสามารถปลดล็อคตัวเครื่องด้วยใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว จดจำใบหน้าด้วย AI ซึ่งสามารถจดจำรายละเอียดบนใบหน้าได้มากกว่า 296 จุดเลยทีเดียว

จากที่ใช้งานดูถือว่าทำงานได้รวดเร็ว แต่ส่วนตัวไม่ชอบใช้งานฟีเจอร์นี้ เพราะขี้เกียจยกมือถือขึ้น สแกนนิ้วจะสะดวกกว่า

OPPO_F7_128GB_004

ปุ่มกดเป็นแบบที่รวมอยู่ในหน้าจอแสดงผล

OPPO_F7_128GB_005

รุ่นนี้ยังใช้ micro USB อยู่ ยังไม่ใช่ Type-C ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. และลำโพงของตัวเครื่อง

OPPO_F7_128GB_007

ด้านซ้ายเป็นปุ่มสำหรับเพิ่ม-ลดเสียง

OPPO_F7_128GB_008

ด้านขวามีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด รองรับ 2 ซิม แบบ nano-SIM ใช้งาน 4G ได้ทั้ง 2 ซิม และรองรับ microSD 256GB โดยไม่ต้องถอดซิม 2 ออก

OPPO_F7_128GB_010

ด้านบนเป็นไมโครโฟนตัวที่ 2

OPPO_F7_128GB_009

รุ่นนี้มาพร้อมกับ Glossy Unique Design มีความสวยจากการสะท้อนแสงและเงาที่แตกต่างกัน ในแง่วัสดุและงานประกอบถือว่าดูดีที่เลยเดียว แข็งแรงและดูหรูหรามาก ตัวฝาหลังจะเปิดคราบนิ้วมือง่ายตามประสาผิวมันวาว

OPPO_F7_128GB_006

กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช ตรงกลางเป็นเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ ถ้าใครเคยใช้มือถือที่มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมืออยู่ด้านหลังมาก่อนคงไม่ใช่ปัญหาอะไร ไม่ต้องปรับตัวอะไร แต่ถ้าใครไม่เคยใช้มาก่อนแรกๆ อาจจะมีปัญหาแตะไม่โดนเซ็นเซอร์

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือทำงานได้เร็วทีเดียว สามารถสแกนได้แม้หน้าจอดับอยู่ จากที่ใช้งานมาไม่เจออาการสแกนติดบ้างไม่ติดบ้าง แต่บางครั้งมีอาการสแกนติดช้าบ้าง แต่ไม่บ่อย

OPPO_F7_128GB_011

ซอฟท์แวร์

มาพร้อมกับ Android 8.1 (Oreo) อินเตอร์เฟส ColorOS 5.0 ตอบสนองลื่นไหลมาก ไม่เจออาการหน่วง สลับแอพไปมาได้อย่างลื่นไหล ฟีเจอร์หลักๆ ให้มาแบบไม่รก ทำให้เหลือแค่ฟีเจอร์ที่ต้องใช้จริงๆ

เรื่องความปลอดภัยในการยืนยันเข้าใช้งานเครื่องนอกจากฟีเจอร์หลักๆที่มีเหมือนรุ่นอื่นๆ ก็มีสแกนนิ้วมือ, ปลดล็อคด้วยใบหน้า เป็นต้น นอกจากใช้สำหรับปลดล็อคหน้าจอแล้ว ยังสามารถปลดล็อคก่อนเข้าใช้งานแอพ หรือเก็บข้อมูลส่วนตัวได้อีกด้วย

2018-06-17_15-29-46

ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ

  • โคลนแอพ คือการใช้งาน Facebook, IG, Twitter, LINE, FB Messenger ได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว
  • Game mode คือฟีเจอร์สำหรับปิดการแจ้งเตือน, ทำให้เครื่องแสดงผลเกมได้เต็มประสิทธิภาพ
  • หน้าจอแบ่ง คือใช้งาน 2 แอพพร้อมกัน โดยจะแบ่งหน้าจอออกเป็น 2 หน้าต่าง

2018-06-17_15-29-31

ประสิทธิภาพ

จากที่ทดสอบการใช้งาน พบว่าทำงานได้อย่างลื่นไหลมากๆ โดยเฉพาะการเล่นเกม ที่ทำงานควบคู่กับ Game Mode ที่ช่วยให้การเล่นเกมส์ทำได้อย่างลื่นไหลยิ่งขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสายโทรเข้า เสียงแจ้งเตือนอื่นๆ เข้ามาขัดจังหวะระหว่างการเล่นเกม

การสลับไปมาระหว่างแอพก็ทำได้ดี ด้วยแรม 6GB มีให้ใช้งานเหลือๆ แม้จะเปิดหลายแอพพร้อมกัน ก็แทบจะไม่ส่งผลทำให้เครื่องทำงานช้าลงเลย

2018-06-17_15-29-58

กล้อง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here