โซล, เกาหลีใต้ (14 มกราคม 2564) – บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดตัว Galaxy Buds Pro  สุดยอดนวัตกรรมหูฟังไร้สาย ที่มาพร้อมคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่ดีที่สุดจากซัมซุง ต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy Buds Live โดดเด่นด้วย Active Noise Canceling อัจฉริยะ กับครั้งแรกที่สลับโหมดฟังเสียงรอบข้างด้วยเสียงพูด และสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้สูงสุดถึง 99%[1] พร้อมมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่สะดวกยิ่งขึ้น มาในดีไซน์โฉมใหม่ โฉมเฉี่ยว สวยงาม ลงตัวกับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือเพื่อความบันเทิง พร้อมเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้พิเศษกว่าที่เคย

ที่สุดแห่งคุณภาพเสียงอันเหนือชั้น คมชัดทุกการสนทนา

มอบเสียงเบสที่หนักแน่นและเสียงสูงที่คมชัด กับวูฟเฟอร์ขนาด 11 มม. และทวีตเตอร์ขนาด 6.5 มม. ให้ผู้ฟังเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าบีทฮิปฮอป หรือดนตรีคลาสสิกที่ซับซ้อน ก็เต็มอิ่มด้วยคุณภาพเสียงที่สมดุล คมชัด และสมจริง

ไม่เพียงเฉพาะด้านความบันเทิง แต่ในยุคนี้ หูฟังยังถือเป็นไอเท็มที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการติดต่อสื่อสารเรื่องงานอีกด้วย ดังนั้นคุณภาพเสียงขณะโทรศัพท์นั้นจึงสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งมาพร้อมไมโครโฟนถึง 3 ตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยี Voice Pickup Unit (VPU) จึงสามารถแยกเสียงสนทนาออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไมโครโฟนด้านนอก ยังมีค่า SNR หรืออัตราส่วนสัญญานต่อเสียงรบกวนที่สูง จึงช่วยขจัดเสียงรบกวนออกไปได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่รูปทรงของ กาแลคซี่ บัดส์ โปร ยังได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อลดการปะทะกับลม ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีกรองเสียงลม (Wind Shield) แล้ว จะช่วยให้ทุกบทสนทนาคมชัดแม้อยู่ในพื้นที่ลมแรงนั่นเอง

Galaxy Buds Pro ครั้งแรกกับ Active Noise Canceling อัจฉริยะของหูฟังไร้สาย

กาแลคซี่ บัดส์ โปร มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน หรือ Active Noise Canceling (ANC) [2] ที่เรียกได้ว่าชาญฉลาดที่สุดในกลุ่มหูฟังไร้สาย[3] สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ตามต้องการสูงสุดถึง 99%[4] ให้คุณโฟกัสกับงานหรือดื่มด่ำกับซีรี่ส์โปรดได้อย่างเต็มที่ และเมื่อใช้งานในโหมด Ambient Sound ก็สามารถเลือกปรับเสียงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ถึง 4 ระดับ สูงสุดกว่า 20 เดซิเบล ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะเดินทางบนท้องถนน หรือเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่ต้อง Work from home และดูแลเด็กๆ ที่บ้านไปพร้อมๆ กัน

ที่พิเศษไปกว่านั้น คือระบบ Voice Detect ที่ ANC สามารถทำงานร่วมกับ Ambient Sound ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การสื่อสาร จากการปรับการใช้งานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของผู้ใส่ โดยเมื่อตรวจจับได้ว่ามีการสนทนา กาแลคซี่ บัดส์ โปร จะสลับโหมดจากการตัดเสียงรบกวนเป็นขยายเสียงให้แทน[5] พร้อมลดความดังของคอนเทนต์ที่ฟังอยู่ลง เพื่อให้ผู้ใส่ได้ยินเสียงสนทนาของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องถอดหูฟัง

อัปเกรดประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่น

กาแลคซี่ บัดส์ โปร ช่วยเติมเต็ม Galaxy Ecosystem พร้อมมอบการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจากซัมซุงที่ง่ายดายและลื่นไหลยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยการตั้งค่าใดๆ[6] ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่ดูซีรี่ส์บน Galaxy Tab S7 แต่มีสายเรียกเข้ามาที่ Galaxy S21 ฟีเจอร์ Auto Switch จะทำหน้าที่ช่วยหยุดวิดีโอชั่วคราว แล้วสลับไปรับสายโทรศัพท์ผ่าน กาแลคซี่ บัดส์ โปร ให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อวางสาย ก็จะสลับกลับมาเล่นวิดีโอบนแท็บเล็ตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

เมื่อเชื่อมต่อ กาแลคซี่ บัดส์ โปร กับดีไวซ์อื่นๆ ในตระกูลกาแลคซี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Galaxy S21 ผู้ใช้จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศาด้วยเทคโนโลยี Dolby Head TrackingTM[7] ไปจนถึงการถ่าย Vlog ที่คมชัดทั้งเสียงพูดและเสียงพื้นหลัง หรือจะเพิ่มอรรถรสขณะเล่นเกมด้วย Game Mode ที่อาศัยประสิทธิภาพความหน่วงเสียงต่ำบนความเร็วแรงของสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิป

คล่องตัวทุกที่ทุกเวลา เพราะแบตเตอรี่ของ กาแลคซี่ บัดส์ โปร สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่สำรองอีก 20 ชั่วโมงจากเคสชาร์จไร้สาย และในกรณีที่เปิดใช้งาน ANC ก็ยังเพลิดเพลินได้กว่า 5 ชั่วโมงพร้อมใช้งานจากแบตเตอรี่สำรองจากในเคสได้อีก 13 ชั่วโมง[8] แม้แบตหมดระหว่างวันก็สะดวกทันใจด้วยฟีเจอร์ชาร์จเร็ว เพียง 5 นาทีก็พร้อมใช้งานต่อได้อีก 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว[9]

กาแลคซี่ บัดส์ โปร มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX7[10] ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในไลน์อัปของหูฟัง Galaxy Buds จากซัมซุง นอกจากนี้ ยังหมดกังวลเรื่องทำหล่นหาย เพราะฟีเจอร์ SmartThings Find สามารถระบุตำแหน่งของหูฟังทั้งสองข้างได้อย่างง่ายดายแม้อยู่นอกระยะสัญญาณบลูทูธ[11]

ดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวทันสมัย และตอบโจทย์ด้านการใช้งาน

นอกจากฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือชั้นแล้ว ด้านดีไซน์ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยซัมซุงได้แรงบันดาลใจในการพัฒนา กาแลคซี่ บัดส์ โปร จากรูปทรงสุดไอคอนิกของ Galaxy Buds Live โดยเพิ่มความโค้งรับให้เข้ากับสรีระของหูยิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่นี้ยังลดพื้นสัมผัสระหว่างตัวหูฟังกับผิวหนัง จึงสวมใส่สบาย เป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ใส่อย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ กาแลคซี่ บัดส์ โปร ยังเป็นอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ เพราะชิ้นส่วนกว่า 20% ถูกผลิตขึ้นจากวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล หรือ Post-Consumer Materials (PCM)

ซัมซุง Galaxy Buds Pro เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งหมด 3 สีสุดโมเดิร์น[12] ได้แก่ Phantom Black, Phantom Silver และ Phantom Violet สุดหรู

[1] ANC ของ กาแลคซี่ บัดส์ โปร ตัดเสียงรบกวนภาย ผ่านการรับรองจาก UL ว่ามีประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ระดับ 118.43Hz ได้สูงถึง 99% โดยฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึง ANC จะเปิดใช้งานได้ผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ หรือผ่านแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable บน Android ซึ่งมีให้บริการบน Galaxy Store หรือ Google Play Store

[2] กาแลคซี่ บัดส์ โปร สามารถแยกระหว่างเสียงรบกวนกับเสียงพูดได้ สามารถสลับโหมด Ambient Sound แบบชั่วคราว และเมื่อมีการพูดคุย จะลดเสียงของคอนเทนต์ลง เพื่อให้ได้ยินเสียงสนทนาของตัวเองได้ชัดขึ้นโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก

[3] เปรียบเทียบกับหูฟัง True Wireless จากแบรนด์ชั้นนำที่จำหน่ายในประเทศไทยในปี 2563

[4] ANC ของ กาแลคซี่ บัดส์ โปร ผ่านการรับรองจาก UL ว่ามีประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ระดับ 118.43Hz ได้สูงถึง 99% โดยฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึง ANC จะเปิดใช้งานได้ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth® หรือผ่านแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable บน Android ซึ่งมีให้บริการบน Galaxy Store หรือ Google Play Store

[5] ฟีเจอร์ ANC, Ambient Sound และ Voice Detect สามารถตั้งค่าได้ในแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable

[6] ฟีเจอร์นี้รองรับบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจากซัมซุงที่มี One UI เวอร์ชัน 3.1 ขึ้นไป สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ผ่านการตั้งค่า Bluetooth® โดยดีไวซ์ที่รองรับต้องใช้บัญชีซัมซุงเดียวกัน ซึ่งฟังก์ชันที่รองรับอาจแตกต่างกันไปในแต่ละแอปพลิเคชัน

[7] ฟีเจอร์นี้รองรับบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจากซัมซุงที่มี One UI เวอร์ชัน 3.1 ขึ้นไป ซึ่งจะปรากฏในแท็บ Advanced บนแอป Galaxy Wearable โดยการรองรับอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน และคอนเทนต์ เมื่อเชื่อมต่อกับ Dolby Atmos จะเพิ่มความหนักแน่น รายละเอียดและความคมชัดของเสียงได้ดียิ่งขึ้น

[8] ทดสอบจากการใช้งานที่ตั้งค่าเริ่มต้น เมื่อเปิดใช้งาน Bixby voice wake-up และการตรวจจับเสียง (Voice Detect) อายุแบตเตอรี่อาจะแตกต่างออกไปตามลักษณะการใช้งาน เช่น การตั้งค่าฟังก์ชัน, รูปแบบไฟล์ที่เปิดฟัง, และความแรงของสัญญาน Bluetooth®

[9] ความเร็วในการชาร์จทดสอบจากหูฟังที่มีแบตเตอรี่คงเหลือต่ำกว่า 30% ในขณะที่เริ่มชาร์จ เวลาในการชาร์จอาจแตกต่างออกไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการใช้งาน และจำนวนครั้งที่ชาร์จ

[10] IPX7 ทดสอบในห้องปฏิบัติการ โดยสามารถแช่ในน้ำจืดที่ความลึก 1 เมตรได้เป็นเวลา 30 นาที ไม่แนะนำการใช้งานกับกรณีน้ำทะเลหรือสระว่ายน้ำ หากหูฟังมีความเสียหายอาจไม่สามารถกันน้ำได้ ตัวเคสไม่กันน้ำ หากตัวหูฟังหรือมือของผู้ใช้เปียกน้ำ ต้องเช็ดให้แห้งก่อนนำไปใส่ในเคส

[11] ตำแหน่งของหูฟังที่สูญหายที่พบด้วย SmartThings Find คือตำแหน่งโดยประมาณที่ตรวจจับสัญญานของอุปกรณ์ได้ ฟีเจอร์ SmartThings Find รองรับบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจากซัมซุงที่มีระบบปฏิบัติการ Android 8 ขึ้นไป โดยอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและเครือข่าย

[12] สีที่วางจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ