รีวิว Samsung Galaxy M32 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคอัดมาเต็ม ตอบโจทย์สายเอนเตอร์เทน

Samsung Galaxy M32 เป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดของทางซัมซุงที่มาพร้อมกับสเปคจัดเต็มแบบไม่กั๊ก ดีไซน์สวย เรียบแต่ดูหรู สีสันสะดุดตาเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตระกูลกาแลคซี่เอ็มเดิมเดิม จากที่เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นแบตเตอรี่อึดใช้งานได้นานๆ แต่แลกกับการยอมตัดฟีเจอร์ของรุ่นพี่บางอย่างออกไป แต่ในรุ่นนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว มาพร้อมกับสเปคที่อัดแน่น ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่าง Knox ก็มีมาให้ ปกป้องสูงสุดล็อค 5 ชั้น และป้องกันการเจาะข้อมูลส่วนตัว ที่สำคัญเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ตอบโจทย์สายเอนเตอร์เทนเป็นอย่างมาก และในบทความนี้เราจะ รีวิว Galaxy M32 ให้ชมกัน

Galaxy M32 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Black, White และ Blue ดีไซน์เล่นแสง และผิวสัมผัสเนียนเรียบจับถนัดมือ วางจำหน่ายในราคาสุดคุ้มเพียง 7,999 บาท

และสิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำมูลค่ารวมกว่า 2,000 บาท

ซัมซุงเอาใจสายเอนเตอร์เทนอีกขั้น มอบสิทธิพิเศษมูลค่ารวมกว่า 2,000 บาทให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของ Samsung Galaxy M32 ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น

  • รับสิทธิ์ YouTube Premium ดูวิดีโอแบบไม่มีโฆษณาคั่น ฟรี 2 เดือน
  • รับสิทธิ์ Spotify Premium เพลิดเพลินกับเพลงโปรดแบบไม่มีโฆษณาคั่น ฟรี 3 เดือน
  • ใช้งานแอปพลิเคชัน Adobe Lightroom แบบพรีเมียมฟรีถึง 2 เดือน เมื่อดาวน์โหลดจาก Galaxy Store
  • สิทธิประโยชน์มากมาย จากหลากหลายพาร์ทเนอร์ใน Galaxy Gift

รีวิว Samsung Galaxy M32 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคอัดมาเต็ม

สำรวจดีไซน์ตัวเครื่อง

Galaxy M32 มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ ขนาด 6.4 นิ้ว ให้ภาพที่คมชัด สดใสยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงผลแบบ Real Smooth แสดงผลไหลลื่นในทุกๆ คอนเทนต์ที่ดู

หน้าจอแบบ Infinity-U Display ซึ่งเป็นความกว้างของหน้าจอเมื่อวัดแนวทแยง แต่ถ้าวัดหน้าจอตามมุมโค้งของตัวเครื่องจะมีขนาด 6.2 นิ้ว (หากสงสัยว่าวัดจากมุมโค้งของหน้าจอ ทำไมหน้าจอแสดงผลถึงน้อยลง ก็เนื่องจากความโค้งมนของตัวโทรศัพท์ และรูกล้องหน้าทำให้ตัวหน้าจอแสดงผลจะเล็กกว่าขนาดหน้าจอจริงนั้นเอง) หน้าจอมาพร้อมกับอัตรา Refresh Rate ที่ 90 เฮิร์ต ความสว่างหน้าจออยู่ที่ 800 nits

นอกจากนั้นตัวหน้าจอยังมีฟีเจอร์ถนอมสายตาแม้ใช้งานเป็นเวลานานชื่อว่า Eye Comfort Shield ซึ่งฟีเจอร์นี้ค่าเริ่มต้นจะถูกปิดไว้ หากเราต้องการใช้งานต้องเข้าไปเปิดในเมนูตั้งค่าการแสดงผลก่อน เมื่อเปิดฟีเจอร์ Eye Comfort Shield จะช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา เนื่องจากจะทำการลดแสงสีฟ้าบนหน้าจอได้มากกว่าหน้าจอ LCD ปกติถึง 43% และหน้าจอละออกโทนเหลืองนิดๆ ทำให้เราสามารถใช้งานมือถือโดยที่ไม่เมื่อยตา

มาพร้อมกับความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.0 ตัวโมดูลกล้องหน้าจะอยู่ตรงกลางด้านบนของหน้าจอ สามารถทำงานร่วมกับฟีเจอร์ปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าบนแอนดรอยด์ได้ ถัดจากกล้องหน้าขึ้นเป็นจะเป็นแถบลำโพงสนทนา

การเซลฟีด้วยกล้องหน้ามีภาพมุมกว้างให้ด้วย ซึ่งสามารถให้ภาพที่กว้างขึ้นเล็กน้อย และยังสามารถถ่ายโบเก้ได้ด้วย โดยตัวกล้องจะช่วยเบลอพื้นหลัง ทำให้ภาพถ่ายเซลฟีของเราดูสวยโดดเด่นแล้วก็สะดุดตาขึ้น

ปุ่มควบคุมแบบระบบสัมผัสรวมอยู่ในหน้าจอแสดงผล สามารถปรับตั้งค่าสลับตำแหน่งปุ่ม recent app และปุ่มย้อนกลับได้อย่างอิสระ สามารถเปิดและปิดแถบเมนูนำทางได้ หากปิดก็จะใช้การสั่งงานผ่านการปัดบริเวณขอบล่างแทน ซึ่งการปิดแถบเมนูนำทางจะช่วยให้หน้าจอแสดงผลของเรามีเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง

ด้านล่างของตัวเครื่องฝั่งซ้ายมือจะเป็นช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ถัดไปเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา ตรงกลางเป็น USB Type C สำหรับชาร์จแบตซิงค์ข้อมูล ซึ่งในรุ่นนี้รองรับการชาร์จเร็วด้วย Super-Fast Charging สูงสุดถึง 25 วัตต์ ทำให้ประหยัดเวลาในการชาร์จยิ่งขึ้น ถัดไปเป็นช่องลำโพงของตัวเครื่อง มาพร้อมกับระบบเสียง Dolby Atmos และระบบ EQ ที่สามารถปรับตั้งค่าได้

ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นรูไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน ในแง่การรองรับการเชื่อมต่อต่างๆ  มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 รองรับ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4+5GHz รองรับ WiFi Direct สามารถใช้งาน Screen mirroring สำหรับแสดงผลหน้าจอของมือถือเราบนจอแสดงผลอย่างทีวีหรือ Smart TV ที่รองรับ และยังรองรับ NFC

ด้านขวามือมีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียงทับลงมาเป็นปุ่มพาวเวอร์สำหรับเปิดและปิดเครื่อง นอกจากนั้นยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วย ซึ่งเป็นตัวปุ่มกดและหากแตะมือเบาๆ ก็จะเป็นการสแกนนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานแอพหรือปลดล็อกการใช้งานเครื่อง โดยตัวตัวเซ็นเซอร์ทำงานได้เร็วสแกนติดและปลดล็อคได้ทันทีการตั้งค่าก็ง่าย

ตัวเซ็นเซอร์อยู่โซนกลางๆ ของตัวเครื่อง หากถือด้วยมือขวาจะสแกนด้วยนิ้วโป้งขวาพอดี หากถือด้วยมือถือซ้ายก็ใช้นิ้วชี้ข้างซ้ายสแกนได้พอดี

โดยตัวเครื่องหนาเพียงแค่ 8.4 mm น้ำหนัก 180 กรัมถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีแบต 5000 มิลลิแอมป์และหน้าจอ 6.4 นิ้ว

ฝั่งซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ดโดยสามารถใส่ซิมการ์ดได้สองซิมแบบนาโนซิม และสามารถเพิ่ม Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 1 เทราไบต์ โดยไม่ต้องเลือกว่าจะใส่ 2 ซิมหรือใส่ Micro SD Card ดี

มาถึงด้านหลัง ในรุ่นที่เราได้มารีวิวเป็นสีฟ้า พื้นผิวตัวเครื่องมีความราบเรียบ มันวาว เรียบเนียนและจับถนัดมือ จากการใช้งานพบว่าตัวฝาหลังเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ยากมากต้องมือเปียกจริงๆ ถึงจะเกิดคราบ ตัวฝาหลังมีลวดลายเส้นที่ส่องแสงปริซึมได้อย่างสวยงามไม่ว่าจะมองจากมุมใด

มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 5000 มิลลิแอมป์ ตามสเปคระบุว่าใช้งานได้ถึง 2 วัน และอย่างที่กล่าวตอนต้นว่าในรุ่นนี้รองรับ Super Fast Charging ที่ 25 วัตต์ หากต้องการใช้ต้องซื้อ Adapter แยกต่างหากในตัวกล่องสินค้าไม่ได้แถม Adapter Super Charging 25 วัตต์มาให้ และในเมนูตั้งค่าแบตเตอรี่เราสามารถเปิดหรือปิดฟีเจอร์การชาร์จด่วนได้ด้วย 

มาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว ด้วยเลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED ไม่ว่าจะถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอก็คมชัดสวยถูกใจ เลนส์ Ultrawide ที่ให้มุมมองกว้างที่สุดในตลาดถึง 123 องศาเสมือนกับที่ตาเห็น พร้อมเบลอฉากหลังด้วยเลนส์ Depth และเลนส์ Macro เพื่อภาพระยะใกล้ที่เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน

  • เลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.8
  • เลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายรูปมุมกว้าง รูรับแสง F2.2
  • เลนส์ Depth 2 ล้านพิกเซล เพื่อการเบลอฉากหลังด้วย รูรับแสง F2.4
  • เลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล เพื่อเก็บรายละเอียดภาพระยะใกล้ รูรับแสง F2.4

รองรับการถ่ายวีดีโอ FHD (1920 x 1080) @30fps นอกจากนั้นยังสามารถถ่ายวีดีโอ Slow Motion 120fps @HD

ซอฟท์แวร์

มาพร้อมกับ Android 11 ครอบทับด้วย One ui เวอร์ชั่น 3.1 และมีระบบความปลอดภัย Knox 3.7 มาให้ด้วย โดย Samsung Knox จะปกป้องสูงสุดล็อค 5 ชั้น ป้องกันการเจาะข้อมูลส่วนตัว ในแง่ความสวยงามของอินเตอร์เฟสหากใครเคยใช้มือถือ Samsung มา ก็ทราบอยู่แล้วว่าตัว One ui มีความสวยงามน่าใช้งาน ขึ้นชื่อเรื่องการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องเรียนรู้วิธีใช้ อินเตอร์เฟสมีความเรียบ เบา และตัวอินเตอร์เฟสที่ลื่นไหลไม่หน่วงไม่กระตุก สลับแอปไปมาได้รวดเร็ว ที่สำคัญเมื่อแกะกล่องเปิดเครื่องขึ้นมาตอนแรกจะไม่มีการติดตั้งแอปพลิเคชันให้มาเยอะเกินความจำเป็น ทำให้เราไม่ต้องมานั่งลบแอปที่ไม่ต้องการใช้งานทีหลัง และไม่ต้องห่วงว่าจะถูกติดตามหรือแอบเก็บข้อมูลจะแอปอะไรบ้าง 

ใน Galaxy M32 สามารถใช้งานแอปเวอร์ชั่นล่าสุดของ Google ในระบบปฏิบัติการ Android ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Play Store, YouTube, Google Assistant, google maps, แอป Google สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเปิดเว็บ chrome, Gmail หรือแม้แต่ Google photos สำหรับเก็บสำรองข้อมูลรูปภาพของเราไว้บนคลาวด์ของ Google แม้ตอนนี้จะไม่ให้ใช้ฟรีไม่จำกัดแล้วก็ตาม

ฟีเจอร์เด่นๆ อย่างมัลติวินโดว์ที่ทำให้เราสามารถเปิดแอปเป็นหน้าจอเล็กๆ ได้หลายแอพพร้อมกันบนหน้าจอก็มีมาให้ ซึ่งหลายๆ คนชอบฟีเจอร์นี้มาก สามารถคุยแชทไปพร้อมกับทำอย่างอื่นไปด้วย โดยไม่ต้องสลับแอปไปมาให้เสียเวลา

ในแง่การรักษาความปลอดภัยหรือการยืนยันตัวตนเข้าใช้งานตัวเครื่อง ก็มีรูปแบบการปลดล็อคให้ใช้งานได้หลายวิธี และสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เช่น การปลดล็อคแบบ Pattern หรือรูปแบบที่เราลากนิ้วไปมาบนหน้าจอ หรือใส่ Pin รหัสความปลอดภัย (ตัวเลข) ใส่รหัสผ่าน (ตั้งยาวๆ ได้) หรือการปลดล็อคด้วยชีวมาตร อย่าง ปลดล็อคด้วยใบหน้า (Face recognition) และปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม power

สำหรับการปลดล็อกด้วยใบหน้าหากใครใส่แว่นแบบผม สามารถตั้งค่าและปลดล็อคโดยสวมใส่แว่นตาได้เลย ในตอนตั้งค่าจะมีให้เลือกว่าเราเป็นคนใส่แว่นตาโดยปกติอยู่หรือเปล่า หากใส่ก็เลือกว่าใส่ จากนั้นก็ตั้งค่าโดยที่ไม่ต้องถอดแว่นตาออก เมื่อเราปลดล็อคก็ไม่จำเป็นต้องถอดแว่นตาตัวเครื่องก็สามารถปลดล็อคให้โดยไม่มีปัญหาอะไร 

ในแง่การเล่นเกมผมได้ลองทดสอบดูเกม PUBG Mobile สามารถปรับตั้งค่าได้ที่ความละเอียดกราฟิก HD เฟรมเรทสูง เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่หลุดไม่ต้องกังวลว่าแตะพร้อมกันหลายนิ้วแล้วจะมีนิ้วไหนหยุดเวลาลากยิงหรือวิ่งนิ้วก็ไม่หลุด

นอกจากนั้นยังมี Games Launcher ที่ช่วยให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถปิดการแจ้งเตือนเพิ่มความสมูทของเน็ตรถการใช้ App อื่นๆนอกเหนือจากเกมทำให้ปกติภาพในการแสดงผลและการเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นนอกจากนั้นยังมีเครื่องมือต่างๆสำหรับการถ่ายทอดสดการเล่นเกมบันทึกหน้าจอการเล่นเกมซึ่งในส่วนนี้ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้เนื่องจากจะทำให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมของเราดรอปลงเนื่องจากในการบันทึกหน้าจอหรือการสตรีมออกไปจะใช้ประสิทธิภาพส่วนหนึ่งไปกลับตรงนี้ด้วย

ในแง่การรับชมความบันเทิงอย่าง YouTube สามารถดูความละเอียดสูงสุดที่ 1440p ที่ยังให้ภาพที่ลื่นไหลคมชัด Smooth ไม่กระตุกและสามารถดูได้ 2 โหมดคือโหมดแบบที่มีขอบดำด้านข้างหรือโหมดเต็มจอซึ่งโหมดเต็มจอจะมีพื้นที่บริเวณขอบบางส่วนของวีดีโอที่ถูกครอปออกไป คุณภาพของเสียงก็ดี ลำโพงเปิดดังไม่แตก

แบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh พร้อม AI Power Saving ช่วยยืดระยะเวลาให้แบต ใช้งานได้นานขึ้น ดูหนังติดกันได้ยาวนานถึง 21 ชั่วโมง หรือใช้งานทั่วๆ ไป แบตอยู่ได้นานถึง 2 วัน

ทดสอบประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับชิป Helio G80 Ram 8 GB หน่วยความจำ 128 GB เหลือให้ใช้งานราวๆ 103GB และเพิ่ม Micro SD Card ได้อีก 1TB

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

สรุป

Galaxy M32 เปิดตัวพร้อมกับให้สั่งจองเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม – 18 กรกฎาคม 2564 ที่ราคา 7,990 บาท มีให้เลือกทั้งหมด3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีฟ้า ซึ่งมีของแถมให้เลือก 2 ออปชั่น ก็คือลำโพง JBL Clip 3 เป็นลำโพงบลูทูธแบบพกพาขนาดเล็กสามารถกันน้ำได้ มูลค่า 2,490 บาท จำกัดเพียงแค่ 1,000ออเดอร์แรกเท่านั้น หรือเลือกรับโค้ดส่วนลดมูลค่า 1,000 บาทเพื่อแลกซื้อ  Galaxy M32 ในราคาเพียง 6,990 บาทจากเดิมที่ขายราคา 7,990 บาท

Galaxy M32 ถือเป็นสมาร์ทโฟนน้องเล็กจากแบรนด์ซัมซุงอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยสเปคที่จัดเต็มเอาใจใส่เอนเตอร์เทน และแบตที่อึดใช้งานได้ยาวนาน มีลูกเล่นที่น่าสนใจเพียบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังสี่ตัว ที่มีโหมดแหละฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานเพียบ รวมถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh สามารถชาร์จเร็วด้วยระบบ Super-Fast Charging สูงสุดถึง 25 วัตต์  หรือจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ Infinity-U Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว พร้อมรีเฟรชเรท 90Hz ตอบสนองการใช้งานลื่นไหลกราฟิกลื่นไม่มีสนุกภาพสวยคมชัด

ใครกำลังมองหามือถือราคาดี พร้อมสเปคที่เร็วแรงคุ้มราคา ต้องไม่พลาด! ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-m/galaxy-m32-black-128gb-sm-m325fzkhthl