โซล, เกาหลีใต้ (14 มกราคม 2563) – บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เผยโฉม Galaxy S21 Ultra 5G สมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุดที่ก้าวข้ามขีดความสามารถของสิ่งที่สมาร์ทโฟนเคยทำได้ กับการนำเสนอกล้องระดับโปรที่ล้ำสมัยที่สุด จอแสดงผลอัจฉริยะที่สว่างที่สุด และการเพิ่มพลังความสร้างสรรค์ด้วยการนำ S Pen มาสู่ Galaxy S series เป็นครั้งแรก[1]

“S21 Ultra 5G เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าซัมซุงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมที่มีความหมายเพื่อเดินหน้าไปสู่การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดตามความต้องการที่แตกต่าง และส่งเสริมให้พวกเขาได้บอกเล่าความเป็นตัวตน ซึ่งจากการที่เทคโนโลยีกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคนเรา ทำให้ซัมซุงเร่งเดินหน้าเพื่อผลักดันขีดความสามารถของสิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้ไปอีกขั้น” ดร. ทีเอ็ม โรห์ ประธานฝ่าย โมบายล์ คอมมูนิเคชั่น ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว

S21 Ultra 5G คือนิยามบทใหม่ล่าสุดของสมาร์ทโฟนตระกูล S series ที่นำเสนอประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัยมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ โดยสมาร์ทโฟนตระกูลนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่ต้องการเทคโนโลยีระดับแถวหน้า ที่ช่วยให้พวกเขาเชื่อมต่อกับผู้คนและเรื่องที่สำคัญได้อย่างที่ต้องการ โดยได้เปิดตัวพร้อมกับ Galaxy S21 5G และ S21+ 5G

Galaxy S21 Ultra 5G สุดยอดนวัตกรรมที่มาพร้อมกับดีไซน์สะดุดตา

S21 5G series มาพร้อมกับการนำเสนอการดีไซน์กล้องใหม่สไตล์ ‘คอนทัวร์ คัท (Contour cut)’ ที่ผสานเข้ากับกรอบโลหะเพรียวบาง โฉบเฉี่ยวได้อย่างลงตัว พร้อมเสริมความทนทานยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอกระจก Corning Gorilla Glass Victus ซึ่งนับเป็น Gorilla Glass ที่แข็งแรงที่สุด โดย S21 Ultra 5G มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Phantom Black และ Phantom Silver บนวัสดุผิวด้านแบบ Haze Finish สุดคลาสสิก เหนือกาลเวลา

S21 Ultra 5G เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปสุดใน S21 5G series ที่มาพร้อมกับจอแสดงผลที่ชาญฉลาดที่สุดของซัมซุง อย่าง Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.8 นิ้ว[2] ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การแสดงผลที่ลื่นไหลจากอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และจอแสดงผล Quad HD+ พร้อมกัน โดยอัตรารีเฟรชเรทของหน้าจอนั้น ยังสามารถปรับระดับที่ 10Hz ถึง 120Hz ตามเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับชมภาพที่ดีที่สุด ในขณะที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ได้อย่างยาวนานและมีประสิทธิภาพที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ S20 ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา S21 Ultra 5G จะมอบภาพสว่างมากกว่าถึง 25%[3] ด้วยความสว่างจอสูงสุดที่ 1,500 nits ซึ่งสว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ และด้วยค่า Contrast ratio ที่ดีขึ้น 50%[4] ทำให้ผู้ใช้สามารถรับชมภาพที่คมชัด สมจริง แม้อยู่ภายนอกอาคาร และเช่นเดียวกับ S21 5G และ  S21+ 5G ที่ S21 Ultra 5G จะมีฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตา อย่าง Eye Comfort Shield[5] อีกด้วย

เพิ่มขีดความสามารถของการถ่ายภาพขึ้นไปอีกขั้น

S21 Ultra 5G มาพร้อมกับกล้องระดับมืออาชีพที่ล้ำสมัยที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ถ่ายภาพที่มีคุณภาพเทียบเท่า การถ่ายภาพในสตูดิโอ รวมถึงยังมาพร้อมกับคุณสมบัติอันโดดเด่นด้านการถ่ายวิดีโอ ที่ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายทำและตัดต่อด้วยตนเองได้อย่างง่ายดายผ่านหลากหลายฟีเจอร์ที่เกิดจากการทำงานของ AI ซึ่งจะทำให้ทุกช็อตของวิดีโอดูยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกระดับ

ด้วย 4 กล้องหลัง (กล้อง Ultra-wide กล้อง Wide และกล้องเทเลแบบคู่) รวมถึงเซ็นเซอร์แบบโปรเวอร์ชั่นใหม่ ขนาด 108MP ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์กล้องที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ จะทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพ12 bit HDR ด้วยสีสันที่คมชัดมากขึ้นถึง 64 เท่า และช่วงไดนามิกกว้างขึ้นกว่า 3 เท่า[6] รวมถึงการบันทึกไฟล์ Raw 12-bits[7] มาตรฐาน DSLR ยังจะทำให้ผู้ใช้สามารถแต่งภาพได้โดยไม่เสียรายละเอียดอีกต่อไป โดยครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ ที่ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอแบบ 4K ที่ 60fps ได้จากทุกกล้อง ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง 4 เลนส์ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนมุมมองของภาพได้โดยที่ยังได้คุณภาพที่ดีเช่นเดิม

นอกจากนี้ S21 Ultra 5G ยังมาพร้อมกับ Space Zoom 100x ที่ขับเคลื่อนโดยระบบเลนส์เทเลแบบคู่ (Dual-tele) ตัวแรกของซัมซุง ซึ่งแบ่งเป็นออพทิคอล (Optical) 3x จำนวน 1 กล้อง และออพทิคอล 10x จำนวน 1 กล้อง โดยทั้งคู่ติดตั้ง Pixel (2PD) AF ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัดไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนและด้วยเซ็นเซอร์ Bright Night เวอร์ชั่นใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาให้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด จากการทำงานของ Night Mode ใหม่ ร่วมกับการลดจุดรบกวนของภาพ (Noise reduction) และเทคโนโลยี Nona-binning 12MP ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพภายในห้องที่มีแสงน้อย หรือทิวทัศน์ในเวลากลางคืนได้อย่างรวดเร็วดและมีคุณภาพดีเยี่ยม

การเชื่อมต่ออย่างชาญฉลาดและรวดเร็วบนกาแลคซี่ อีโคซิสเต็ม

ผู้ใช้งาน S21 Ultra 5G คาดหวังว่าจะได้ใช้งานสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปที่จะช่วยให้พวกเขาได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตขึ้นไปอีกขั้น นั่นคือเหตุผลที่ซัมซุงได้นำประสบการณ์การใช้งาน S Pen ที่ทุกคนชื่นชอบมาไว้ใน Galaxy S series เป็นครั้งแรก บนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ผ่านเทคโนโลยีของ Wacom[8] ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพ จดโน้ต แต่งภาพ และเซ็นเอกสาร ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถใช้งานปากกา S Pen เดิมที่มีอยู่จาก Galaxy Note หรือ Galaxy Tab หรือสามารถซื้อ S Pen เพียงอย่างเดียว หรือซื้อพร้อมกับเคสสมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษได้เช่นกัน

ทั้งนี้ เพื่อมอบการเชื่อมต่อที่ดีและรวดเร็วขึ้น S21 Ultra 5G จึงได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ Wi-Fi 6E[9] ซึ่งจะมอบแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ที่มากกว่า และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เร็วกว่าเดิม[10] ส่งผลให้ผู้ใช้สามารถสตรีมหรือแชร์คอนเทนต์ได้ในพริบตาเดียว อีกทั้งด้วยการทำงานของ 5G ความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ[11] จะทำให้ S21 Ultra 5G ได้กลายมาเป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการดาวน์โหลดวิดีโอที่รวดเร็ว การประชุมผ่านวิดีโอที่ลื่นไหล และการสตรีมมิ่งอย่างไม่มีสะดุด

จากความสามารถของ Ultra-wideband (UWB) ที่มีอยู่ใน S21 Ultra 5G และ Galaxy S21+ 5G ทำให้ ผู้ใช้จะสามารถปลดล็อกประตูรถได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้กุญแจ[12] รวมถึงยังสามารถใช้ AR Finder[13] เพื่อเขียนข้อความเสมือนจริง (Virtual message) เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือจากผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนซัมซุงเพื่อค้นหาสิ่งของที่หายไป และด้วยแอปพลิเคชัน SmartThings บน Android Auto™[14] ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Galaxy S21 5G series เพื่อควบคุมสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่อยู่ในบ้านได้ตรงจากรถของคุณ เพียงแค่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถยนต์ที่รองรับ Android Auto เท่านั้น

นอกจากนี้ หากผู้ใช้ต้องการเชื่อมต่อดีไวซ์ภายใต้กาแลคซี่ อีโคซิสเต็มทั้งหมดได้อย่างยาวนาน ไม่มีสะดุด เทคโนโลยี Dual Bluetooth® บน S21 Ultra 5G จะทำหน้าที่ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ เช่น Galaxy Buds Pro[15] ได้อย่างมั่นคงโดยใช้พลังงานแบตเตอรี่เพียงน้อยนิดเท่านั้น

ใช้งานอย่างมั่นใจ ด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เชื่อถือได้

กล้องอันล้ำสมัย หน้าจอแสดงผลอันโดดเด่น และการเชื่อมต่ออันทรงพลังของ S21 Ultra 5G เกิดขึ้นจากขุมพลังของชิปเซ็ตที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกาแลคซี่ดีไวซ์ ซึ่งมอบความเร็วที่มากขึ้น[16] การประมวลผลขั้นสูง และประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่ดีขึ้นกว่านี้  ทั้งนี้ หากคุณใช้งานจนแบตเตอรี่เหลือน้อยก็ไม่ต้องกังวล เพราะเพียงแค่การชาร์จเพียง 30 นาที[17] แบตเตอรี่ก็จะกลับมาที่ 50%[18] พร้อมสำหรับการใช้งานต่อตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ จากการที่เราพึ่งพาสมาร์ทโฟนของเรามากขึ้นกว่าเดิม ทำให้การปกป้องข้อมูลอันละเอียดอ่อนมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ด้วยเหตุนี้ Galaxy S21 5G series จึงได้เพิ่มระบบความปลอดภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วย Samsung Knox Vault แพลตฟอร์มความปลอดภัยระดับชิปเซ็ต (SoC) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของซัมซุงโดยเฉพาะ รวมถึงการนำเสนอเครื่องมือใหม่เพื่อปกป้องและตรวจสอบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ด้วยการที่ให้ผู้ใช้สามารถลบข้อมูล Metadata ของตำแหน่งที่อยู่ออกจากรูปภาพก่อนทำการแชร์ได้ และด้วยฟังก์ชัน Private Share ผู้ใช้ยังสามารถกำหนดรายชื่อบุคคลที่จะเข้าถึงเนื้อหา พร้อมทั้งระยะเวลาในการเข้าใช้งาน[19] เพื่อการแบ่งปันเนื้อหาได้อย่างไร้กังวลอีกด้วย

บริการ Samsung CARE+

Galaxy S21 series มาพร้อมกับบริการเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้ใช้งานอย่าง Samsung Care+ (ซัมซุง แคร์ พลัส) ซึ่งให้บริการส่งช่างเทคนิคจากศูนย์บริการซ่อมถึงบ้านในพื้นที่ให้บริการที่กำหนดโดยซัมซุง หรือบริการรับ-ส่ง เครื่องซ่อมในกรณีอยู่นอกพื้นที่ให้บริการหรือมีการเปลี่ยนอะไหล่[20] รวมถึงครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ หน้าจอแตก และความเสียหายที่เกิดจากของเหลวเป็นระยะเวลา 1 ปี[21] สามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ Samsung Care+ ได้ที่ https://www.samsung.com/th/offer/samsung-care-plus/

[1] S Pen วางจำหน่ายแยก
[2] การวัดการแสดงผลเป็นแนวทแยงและพื้นที่ที่มองเห็นได้จริงน้อยกว่าเนื่องจากมุมโค้งมนและรูเจาะของกล้อง
[3] เปรียบเทียบกับ Galaxy S20 Ultra
[4] เปรียบเทียบกับ Galaxy S20 Ultra
[5] Eye Comfort Shield จะถูก “ปิด” โดยค่าเริ่มต้นและต้องสามารถเปิดใช้งานผ่านโหมดการตั้งค่า โดย SGS บริษัทผู้ให้การรับรองชั้นนำของโลก ได้ให้รางวัล Galaxy S21 series ’ด้านการดูแลดวงตาโดยอาศัยความสามารถในการลดผลกระทบที่เป็นอันตรายของแสงสีฟ้าได้อย่างมาก ดูการรับรองนี้ได้ที่ www.sgs.com
[6] เปรียบเทียบกับ Galaxy S20 Ultra
[7] ใช้ในโหมด Wide Camera เท่านั้น
[8] S Pen วางจำหน่ายแยก
[9] ต้องใช้งานร่วมกับ Router Wi-Fi 6E
[10] เปรียบเทียบกับ Wi-Fi 6.
[11] ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด ซึ่งมีให้บริการในบางประเทศ กรุณาตรวจสอบกับผู้ให้บริการของคุณสำหรับความพร้อมของเครือข่ายและรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ความเร็วในการดาวน์โหลดและสตรีมมิ่งอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเนื้อหาการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์และปัจจัยอื่นๆ
[12] ใช้งานได้กับรถยนต์ในอนาคตที่ผลิตในปี 2022 บางรุ่นเท่านั้น
[13] AR Finder ทำงานระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยีอัลตร้าไวด์แบนด์ (UWB) ซึ่งรองรับใน Galaxy S21 Ultra, Galaxy S21 +, Galaxy Note20 Ultra 5G และ Galaxy Z Fold2
[14] Android Auto เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC
[15] วางจำหน่ายแยก
[16] เปรียบเทียบกับ Galaxy S20
[17] ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยเฉลี่ยภายใต้เงื่อนไขการใช้งานทั่วไป โดยอายุการใช้งานแบตเตอรี่จริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่นเครือข่ายคุณสมบัติ ความถี่ที่เลือกใช้ในการโทรศัพท์ ข้อมูลเสียง และรูปแบบการใช้งานแอปพลิเคชันอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลให้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป
[18] ไม่รวมที่ชาร์จ ควรใช้ที่ชาร์จและสายเคเบิลที่ได้รับการรับรองจาก Samsung เท่านั้น อย่าใช้ที่ชาร์จหรือสายที่ชำรุด อุปกรณ์ชาร์จหรือสายเคเบิลที่เข้ากันไม่ได้อาจทำให้อุปกรณ์ของคุณเสียหายได้
[19] พร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟน Galaxy ที่ใช้ Android P ขึ้นไป ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อส่ง / รับลิงก์แชร์ส่วนตัว
[20] การให้บริการสูงสุด 10 ครั้งต่อปี (5 ครั้ง สำหรับประกันเครื่องตามมาตรฐานของผู้ผลิต และ 5 ครั้งสำหรับกรณีอื่น)
[21] มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม