อะโดบีพลิกโฉมเวิร์กโฟลว์การตลาดแบบ End-to-End ด้วยบริการใหม่ Sensei GenAI

Sensei GenAI - 1 - ภาพที่ 1

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — 5 เมษายน 2566 — ที่งาน Adobe Summit ซึ่งเป็นการประชุมด้านประสบการณ์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก อะโดบี ( Nasdaq:ADBE ) เปิดตัวนวัตกรรม Generative AI สำหรับ Adobe Experience Cloud ซึ่งจะช่วยให้องค์กรธุรกิจพลิกโฉมการนำเสนอประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า  ทั้งนี้มากกว่าหนึ่งทศวรรษที่อะโดบีนำเสนอความสามารถอัจฉริยะหลายร้อยรายการผ่าน Adobe Sensei ภายในแอปพลิเคชันระดับองค์กรของอะโดบี เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานและทำงานร่วมกันในรูปแบบใหม่ ๆ  การนำเอาความสามารถด้าน Generative AI มาใส่ไว้บนระบบคลาวด์ของอะโดบีนับเป็นวิวัฒนาการขั้นต่อไปของนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของอะโดบี ซึ่งจะช่วยให้องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ได้รับประโยชน์จากความเร็วและประสิทธิภาพที่เหนือชั้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ใน Adobe Experience Cloud ลูกค้าจะสามารถเปลี่ยนย้ายไปมาได้อย่างราบรื่นระหว่างบริการต่าง ๆ ของ Sensei GenAI รวมถึงฟีเจอร์ที่มีอยู่ภายในเวิร์กโฟลว์ของลูกค้า

อามิท อาฮูจา รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจประสบการณ์ดิจิทัลของอะโดบี กล่าวว่า “อะโดบีมีประวัติที่ยาวนานในการพัฒนาศักยภาพของ AI ที่ทำงานเหมือน co-pilot กับนักการตลาด เรามีวิสัยทัศน์ในการพัฒนา Generative AI ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการจัดการประสบการณ์ลูกค้าอย่างครบวงจร พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลระดับองค์กรอย่างที่ลูกค้าคาดหวัง  การเติบโตของธุรกิจขับเคลื่อนโดยประสบการณ์ของลูกค้า ขณะที่ Generative AI คือเทคโนโลยีพื้นฐานที่จะเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อทุกแง่มุมของแบรนด์ที่เชื่อมต่อกับลูกค้า”

Sensei GenAI คือเครื่องมือที่ทำงานแบบ co-pilot กับนักการตลาดและทีมงานฝ่ายประสบการณ์ลูกค้า ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยไม่เพิ่มเวิร์กโหลด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทรงพลังจะถูกรวมเข้าไว้ในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Adobe Experience Manager, Adobe Journey Optimizer, Adobe Real-Time Customer Data Platform, Customer Journey Analytics และ Marketo Engage โดยรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การวางแผนและการสร้างแอสเซ็ท ไปจนถึงการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคล และการจัดการประสบการณ์ของลูกค้า  ทีมงานจะสามารถควบคุมงานครีเอทีฟได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าคอนเทนต์และประสบการณ์ต่าง ๆ จะมีความสอดคล้องกับแบรนด์ และข้อมูลเชิงลึกจากอะโดบีจะช่วยให้ทีมงานเข้าใจได้ว่ามีสิ่งใดบ้างที่โดนใจลูกค้า

Adobe Firefly ขับเคลื่อนการสร้าง Image ใน Adobe Experience Cloud

อะโดบีจะนำเอา Firefly ซึ่งเป็นโมเดล Generative AI สำหรับงานครีเอทีฟ ไปไว้ใน Adobe Experience Cloud โดยตรง  โมเดลแรกสุดของอะโดบี จะได้รับการฝึกฝนบน Adobe Stock, คอนเทนต์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้อย่างเปิดเผย และคอนเทนต์สาธารณะที่ลิขสิทธิ์หมดอายุแล้ว โดยมุ่งเน้นที่รูปภาพและเอฟเฟ็กต์ข้อความ และสามารถสร้างคอนเทนต์ที่นำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างปลอดภัย  Firefly จะรองรับการผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์ที่ไม่จำกัดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว  และในอนาคต นักการตลาดจะสามารถฝึก Firefly โดยใช้ทรัพยากรของแบรนด์ เพื่อสร้างคอนเทนต์ตามสไตล์ของแบรนด์นั้น ๆ

ใน Adobe Experience Manager (AEM) Assets ซึ่งเป็นระบบจัดการดิจิทัลแอสเซ็ทอันดับหนึ่งที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ เลือกใช้เพื่อจัดการไลบรารีรูปภาพ วิดีโอ และคอนเทนต์อื่น ๆ  โดยแบรนด์ต่าง ๆ จะสามารถใช้ Firefly เพื่อเพิ่มความรวดเร็วการพัฒนาคอนเทนต์และปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างมาก  ส่วน Adobe Express พร้อมด้วย Adobe Firefly จะบูรณาการเข้ากับ AEM Assets โดยตรง และช่วยให้ทีมงานสามารถเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของภาพได้ทันที เช่น สี วัตถุ และทิวทัศน์ พร้อมทั้งสร้างคอนเทนต์หลากหลายเวอร์ชั่นโดยอัตโนมัติสำหรับช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บ มือถือ และอีเมล  Firefly จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับซัพพลายเชนด้านคอนเทนต์ของแบรนด์ โดยขับเคลื่อนการปรับแต่งแบบ wide-scale personalization

ตัวอย่าง ผู้ค้าปลีกสามารถถ่ายภาพ แล้วสร้างเวอร์ชั่นที่หลากหลายของภาพได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด (เช่น ปรับเปลี่ยนสีและพื้นผิวให้แตกต่างกัน) เพื่อนำไปใช้ในอี-คอมเมิร์ซ  นอกจากนี้ ในธุรกิจสื่อและบันเทิง ทีมงานจะสามารถใช้ Firefly เพื่อสร้างคอนเทนต์หลายร้อยรูปแบบโดยอัตโนมัติ เพื่อรองรับการทำตลาดภาพยนตร์และซีรี่ส์ทีวีใหม่ ๆ  และด้วยนวัตกรรมใหม่ใน Adobe Experience Manager แบรนด์ต่าง ๆ จะได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับคุณสมบัติต่าง ๆ (เช่น สี วัตถุ ข้อความ) ที่โดนใจผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึงคำติชมที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI ช่วยสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างที่ต้องการ

ความสามารถของ Generative AI ที่ขับเคลื่อนด้วย LLM ใน Adobe Experience Platform

Sensei GenAI จะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถสร้างและปรับเปลี่ยนประสบการณ์แบบข้อความสำหรับทุกช่องทางการติดต่อกับลูกค้า และใช้ประโยชน์จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model – LLM) ต่าง ๆ รวมถึง ChatGPT ผ่าน Microsoft Azure OpenAI Service และ FLAN-T5 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ โดยสอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์ และข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า  นวัตกรรมเหล่านี้รวมอยู่ใน Adobe Experience Platform (AEP) ซึ่งนำเอาข้อมูลลูกค้าและคอนเทนต์ต่าง ๆ มารวมเข้าด้วยกัน โดยครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรภายใต้รูปแบบภาษาเดียว  ชุดข้อมูลที่สมบูรณ์นี้จะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถฝึกโมเดล Generative AI โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า และปรับแต่งเอาต์พุตสำหรับกรณีการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแบรนด์นั้น ๆ  บริการ Sensei GenAI จะเปลี่ยนวิธีที่แบรนด์โต้ตอบกับแอปพลิเคชันของอะโดบี รวมถึงการติดต่อกับลูกค้า

  • การสร้าง Copywriting สำหรับโฆษณาและการตลาด: ใน Adobe Journey Optimizer ซึ่งสร้างขึ้นบน AEP และทำหน้าที่ผสานรวมประสบการณ์ผ่านหลากหลายช่องทาง แบรนด์ต่าง ๆ จะสามารถแตะที่ Sensei GenAI เพื่อสร้างข้อความแบบต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับแต่ละช่องทางการติดต่อกับผู้บริโภค เช่น อีเมล และการส่งข้อความไปยังมือถือ รวมทั้งแก้ไขและปรับเปลี่ยนข้อความก๊อปปี้ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเลือกน้ำเสียงและการระบุคีย์เวิร์ด นอกจากนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ยังสามารถแก้ไข copywritng บนเว็บไซต์ผ่านทาง AEM Sites ซึ่งเปรียบเสมือนประตูดิจิทัลที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต
  • ประสบการณ์การสนทนา : ใน Marketo Engage โซลูชั่นการตลาดอัตโนมัติที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำที่ทำธุรกิจแบบ B2B ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่น Cisco, Microsoft, IBM, Accenture,NVIDIA, Honeywell และ ServiceNow เทคโนโลยี Sensei GenAI จะขับเคลื่อน Dynamic Chat และช่วยให้แบรนด์ B2B สามารถใช้อินเทอร์เฟซแบบใหม่ที่เปี่ยมประสิทธิภาพเพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมายที่เข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ดิจิทัลของบริษัท และสรุปข้อมูลการโต้ตอบสำหรับใช้ในกรณีที่พวกเขาติดต่อกลับเข้ามาอีกครั้ง
  • การกำหนดกลุ่มเป้าหมายและการดำเนินการ: Adobe Real-Time Customer Data Platform ซึ่งสร้างขึ้นบน AEP และใช้สร้างโปรไฟล์ลูกค้าแบบเรียลไทม์ จะใช้ประโยชน์จาก Sensei GenAI เพื่อสร้างเซ็กเมนต์กลุ่มเป้าหมายโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำอย่างเหลือเชื่อในการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคลสำหรับลูกค้าหลายล้านคน ด้วย Adobe Journey Optimizer แบรนด์ต่าง ๆ จะสามารถจำลองประสบการณ์ดังกล่าวโดยครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ด้วยข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับข้อเสนอที่ดีที่สุดและช่องทางติดต่อสำหรับลูกค้า  และด้วยความสามารถของ Playbooks ทีมงานจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทมเพลตสำเร็จรูป เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียและทดสอบการดำเนินการต่าง ๆ โดยใช้ภาษาของมนุษย์ ซึ่งจะลดระยะเวลาที่ใช้ในการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า
  • การสร้างแคปชั่น: แบรนด์ต่าง ๆ ใช้ Customer Journey Analytics (CJA) เพื่อเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า CJA ซึ่งสร้างขึ้นบน AEP ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกผ่านช่องทางต่าง ๆ และช่วยให้ทีมงานมองเห็นว่าผู้บริโภคพบเจออุปสรรคตรงจุดใดบ้าง หรือค้นพบโอกาสในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภค  นอกจากนี้ เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น Sensei GenAI จะขับเคลื่อนการสร้างแคปชั่นแบบอัจฉริยะใน CJA  ทั้งนี้ สำหรับการแสดงผลภาพ เช่น ตารางกลุ่มลูกค้า (Cohort Table) และแผนภูมิแสดงการละทิ้งการดำเนินการของลูกค้า (Fallout Chart) แบรนด์ต่าง ๆ จะได้รับคำอธิบายที่เป็นข้อความเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ ๆ ในทันที