รีวิวประสบการณ์ Telehealth ปรึกษาหมอออนไลน์ ผ่าน Samitivej Plus ราคาเท่าไหร่ รับยายังไง

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า Telehealth คืออะไร ? จริง ๆ แล้วมีชื่อเรียกภาษาไทย คือ โทรเวช หรือ การแพทย์ทางไกล โดยแพทย์จะอยู่อีกที่นึง และผู้ขอรับคำปรึกษา หรือ คนไข้ จะอยู่อีกที่นึง เป็นการให้คำแนะนำให้คำปรึกษา สอบถามอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และบริการรักษาพยาบาลระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ผ่าน Video Call

ก่อนเริ่มขอออกตัวก่อนว่าบทความนี้ไม่ได้รับสปอนเซอร์ใด ๆ ผู้เขียนเป็นผู้ใช้บริการด้วยตนเอง จ่ายเงินเอง

อย่างที่เราทราบกันดีว่าช่วงนี้ covid-19 ระบาดหนัก การเจ็บไข้ได้ป่วยเพียงเล็กน้อยจะไปตรวจที่โรงพยาบาล ก็ดูจะต้องคิดหนักกว่าปกติ จะซื้อยากินเองก็ไม่รู้จะตรงกับโรคที่เป็นหรือเปล่า ผมเลยลองหาข้อมูลดูพบว่าโรงพยาบาลสมิติเวชมีบริการ Telehealth ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทางโรงบาลเรียกว่า Samitivej Virtual Hospital ไม่ใช่แค่รับคำปรึกษาจากหมอเท่านั้น เมื่อรับคำปรึกษาเสร็จหมอสามารถสั่งยาเรา แล้วทางโรงพยาบาลสมิติเวชเองมีบริการจัดส่งด้วย ซึ่งบริการจัดส่งเนี่ยมีด้วยกันหลายแบบ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไปว่ามีแบบไหนบ้าง

ในบทความนี้ผมจะไม่ลงลึกถึงเนื้อหาเกี่ยวกับการพูดคุย เรื่องอาการป่วย หรือแม้แต่ชนิดยาที่ได้รับ รวมถึงชื่อของแพทย์และพยาบาล เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนตัวและไม่ได้เป็นการขออนุญาตก่อนที่จะนำมาเขียนบทความ เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เขียนเอง พยาบาลและหมอ จึงขออนุญาตไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนนี้

เริ่มแรกนะครับก่อนใช้งานเราต้องติดตั้งแอป Samitivej Plus ซึ่งมีให้โหลดทั้งบน Android และ iOS  ผมติดตั้งเวอร์ชั่นของ iOS ซึ่งตัวแอปต้องสมัครสมาชิกก่อนเข้าใช้งาน และคนที่จะใช้งานแอปนี้ ไม่จำเป็นต้องเคยเป็นคนไข้หรือเคยใช้บริการของโรงพยาบาลสมิติเวชมาก่อน (ผมเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่อยู่ในจังหวัดที่มีสาขาของโรงพยาบาลสมิติเวชตั้งอยู่ หากข้อมูลตรงนี้ผิดพลาดก็ขออภัยครับ เนื่องจากตอนที่ พยาบาลสอบถามเรื่องจัดส่งยามีให้เลือกแบบส่งไปรษณีย์ไทยด้วย ผมจึงเข้าใจตัวเองว่าคนต่างจังหวัดเองก็น่าจะใช้บริการนี้ได้)

ก่อนเริ่มข้อมูลที่เราต้องรู้เกี่ยวกับการใช้ Telehealth ของโรงพยาบาลสมิติเวช คือ ราคาและอัตราค่าบริการ

  • คิดค่าบริการ 500 บาท/15 นาที และใช้สิทธิประกันได้ตามเงื่อนไข คุย 10 วินาทีก็จ่าย 500
  • กรณีต้องการยาตามที่คุณหมอแนะนำ รับส่วนลดค่ายา 20% ฟรีค่าจัดส่งทั่วประเทศ วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

การใช้บริการทำได้ทั้งนัดล่วงหน้า และใช้บริการทันทีที่ต้องการ ซึ่งในช่วงที่มีคนใช้เยอะอาจจะมีการต้องรอคิวบ้างนิดหน่อย แต่จากที่ผมใช้บริการมารอคิวประมาณ 5 นาที เนื่องจากคุณหมอติดคนไข้ก่อนหน้า

ปล. แอปโหลดช้า โหลดนานพอสมควร น่าจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้หน่อย

เริ่มต้นใช้บริการ

หลังจากติดตั้งแล้ว ก็สมัครสมาชิกเสร็จเรียบร้อยหน้าตาแอบก็จะประมาณรูปภาพด้านล่าง ตอนแรกก็งงๆอยู่ว่าถ้าไม่จองล่วงหน้า แบบต้องการใช้บริการเลยต้องเข้าไปตรงไหน จากที่ลองกดหลาย ๆ ปุ่มดู ก็รู้ว่ามันต้องกดตรงโลโก้ของโรงพยาบาล

กดเข้าไประบบจะให้เราเลือกว่าต้องการใช้บริการโรงพยาบาลสมิติเวชสาขาไหน เมื่อเลิกสาขาที่ต้องการได้แล้วระบบจะขึ้น คำเตือนว่า บริการนี้เป็นบริการที่ไม่เหมาะสมต่อผู้ใช้บริการที่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเฉียบพลัน อาการสาหัส หรือต้องการการรักษาพยาบาลโดยเร่งด่วน

เหมาะกับคนที่มีอาการเจ็บป่วยไม่รุนแรงและไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล แค่ต้องการทานยาแล้วก็นอนพักผ่อนอยู่บ้านอะไรทำนองนี้

ก่อนจะใช้บริการสิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ บัตรประชาชนนะครับ เรื่องบัตรประชาชนเนี่ยจะใช้ตอนที่คุยกับพยาบาล โดยเราจะต้องคุยกับพยาบาลสอบถามอาการ แล้วก็พยาบาลจะแนะนำข้อมูลการใช้งานต่างๆลำดับขั้นตอนในการใช้บริการ (เหมือนไปโรงพยบาลปกติเนี่ยแหละ)

โดยพยาบาลจะสอบถามชื่อ-นามสกุล แล้วก็อาการเจ็บป่วยที่ต้องการรับคำแนะนำจากคุณหมอ จากนั้นพยาบาลจะให้เราถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งในแชทให้ โดยตัวแอปจะมีช่องแชทอยู่ด้านล่างหน้าจอ ให้เรากดส่งได้

ตอนใช้งานรู้สึกว่าฟังก์ชั่นถ่ายรูปของตัวแอปจะมีปัญหา ถ่ายไปแล้วภาพที่ได้ถูกครอปเพราะหายไปบางส่วน เลยต้องออกจากแอปเพื่อกดถ่ายด้วยกล้องของ iPhone แล้วค่อยมาส่งในแอปอีกที

เมื่อพยาบาลได้ภาพบัตรประชาชนของเราไป จะสอบถามว่าต้องการรับยาช่องทางไหน ซึ่งพยาบาลแจ้งว่าถ้าอยู่ในเขตกทม. จะจัดส่งฟรีไม่มีค่าบริการ ถ้าอยู่นอกกทม. แต่ยังเป็นเขตปริมณฑลเลือกได้ว่าจะรับ Grab หรือไปรษณีย์ไทย ซึ่งตรงนี้จะมีค่าบริการเพิ่มเติม

เท่าที่สอบถามถ้า Grab จะคิดค่าบริการ 200 บาท แต่ไม่แน่ใจว่ามีคิดเพิ่มหรือเปล่า หรือว่ามีน้อยกว่า 200 บาทไหม เข้าใจว่า 200 บาท คือค่าบริการ จากโรงพยาบาลมามาส่งที่บ้านตามที่อยู่บัตรประชาชนของผม แต่ว่าผมให้ส่งที่ออฟฟิศ ซึ่งอยู่ในเขตกทม. อยู่แล้ว ก็เลยไม่เสียค่าบริการจัดส่งยาตรงนี้

จากนั้นพยาบาลจะอธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อคุยกับหมอเสร็จแล้ว เราต้องทำยังไงต่อ ซึ่งพยาบาลได้แจ้งว่าเมื่อคุยกับหมอเสร็จแล้ว หมอจะวางสายไปทันทีไม่ต้องตกใจ แล้วหลังจากนั้นระบบจะส่ง URL สำหรับจ่ายเงินมาให้ พยาบาลจะสอบถามก่อนว่าเราต้องการจะจ่ายในรูปแบบไหน บัตรเครดิตหรือโอนเงิน หรือ QR Code ซึ่งผมได้เรื่องบัตรเครดิต

ในขั้นตอนการคุยกับพยาบาลประทับใจมาก ๆ เนื่องจากพยาบาลและอธิบายขั้นตอนในการใช้บริการแบบละเอียดมาก ๆ จากคนที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะต้องใช้บริการยังไง พยาบาลอธิบายให้เข้าใจง่ายมาก ๆ ซึ่งการให้บริการของพยาบาลครั้งนี้ เป็นเหตุผลหลักในการให้ผมมาเขียนรีวิวประสบการณ์ในการใช้บริการ Telehealth ของสมิติเวชเลย

เกือบลืมไป… เขาจะสอบถามด้วยว่า ต้องการรับยากี่โมง เดี๋ยวเขาจะส่งให้เราตามเวลานั้น แม้ว่าเราสามารถปรึกษาคุณหมอ ผ่านบริการนี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ว่าทางโรงพยาบาลจะมีเวลาในการจัดส่งยาดึงแค่เวลา 19.00 น. เท่านั้น เลยเวลาจัดส่งแล้วจะจัดส่งเป็นวันถัดไปแทน ซึ่งของผมเนี่ยได้โทรใช้บริการตอนเวลา 19:30 น. เลยจะได้ยา 9:00 น. ของวันถัดไป

ก่อนที่พยาบาลจะคุยเสร็จพยาบาลในแจ้งว่าคุณหมอยังติดคิวคนไข้ก่อนหน้ารอประมาณ 5 นาที เราจะถือสายรอ หรือให้เขาวางแล้วถึงคิวจะโทรกลับ ซึ่งผมเลือกที่จะรอสายเนื่องจาก 5 นาทีก็ไม่ได้นาน

พอถึงคิวก็ได้คุยกับคุณหมอ คุณหมอก็สอบถามอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของเรา เหมือนเวลาเราไปพบหมอตามโรงพยาบาลแหละ แล้วคุณหมอก็จะบอกว่าจะจ่ายยาอะไรให้เราบ้าง เสร็จแล้วคุณหมอวางสายไปเป็นอันจบการใช้บริการ Telehealth ของโรงพยาบาลสมิติเวช

รวมระยะเวลา

  • คุยกับพยาบาลราวๆ 5 นาที (ไม่คิดเงิน)
  • รอคิวคุณหมอ 5 นาที (ไม่คิดเงิน)
  • คุยกับคุณหมอไม่ถึง 5 นาที (15 นาที 500 บาท)

หลังจากนั้นรอประมาณ 10 นาที ก็มี SMS แจ้งเข้ามาว่าค่าบริการครั้งนี้กี่บาท ซึ่งจะแบ่งเป็นค่ายา แล้วก็ค่าบริการที่ขอคำแนะนำคุณหมอ ราคา 500 บาท

จากนั้นก็กดลิงค์ข้าวไปกรอกบัตรเครดิตแล้วก็จ่ายเงินเช้าวันถัดมาจะมี Grab วิ่งมาส่งยาให้ ซึ่งในถุงจะมียาที่คุณหมอสั่งจ่าย แล้วก็ใบเสร็จรับเงิน เกือบลืมบอกไปว่าบริการนี้ไม่สามารถออกใบรับรองแพทย์ได้นะครับ แต่สามารถใช้พวกประกันได้ แต่ของผมจ่ายเอง

ราคา

สรุปค่าบริการทั้งหมดนะครับ

  • ค่าปรึกษาคุณหมอ 500 บาท
  • ค่ายา 684.48 บาท
  • ค่าส่งยา ฟรี

รวมทั้งหมด 1,184.48 บาท ซึ่งราคานี้เป็นราคาหลังหักส่วนลดแล้ว

หลังจากได้รับยา ภายในวันจะมีเภสัชกรจากโรงพยาบาลสมิติเวชโทรมาสอบถามว่าได้รับยาแล้วหรือยังและเภสัชกรก็จะแนะนำวิธีการกินยา ว่าต้องกินยาตัวไหน เวลาไหน และกินกี่เม็ด อะไรทำนองนี้

หลังจากนั้นภายใน 2-3 วัน จะมีพยาบาลโทรมาติดตามอาการ ว่าหลังจากที่กินยาไปแล้วอาการดีขึ้นไหม หรือมีอาการเป็นอย่างไร หากไม่ดีขึ้นต้องการเข้ามาพบแพทย์และตรวจสอบแบบละเอียดอีกครั้งไหม

สรุป

จากประสบการณ์ใช้งาน Telehealth ของโรงพยาบาลสมิติเวช ครั้งนี้รู้สึกประทับใจมาก ๆ ครับตั้งแต่พยาบาลที่รับเรื่อง คุณหมอ เภสัชกรที่โทรมาแนะนำวิธีการกินยา และมีการติดตามอาการจากพยาบาล

รวมๆ แล้วกินเวลาไม่ถึง 20 นาที ตั้งแต่สมัครสมาชิกจนถึงได้คุยกับคุณหมอ จากคนที่ใช้บริการงงๆ จนได้รับบริการเสร็จสิ้น ถือว่าประทับใจครับ

เป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าจะตอบสนองชีวิตในยุคนี้ ที่คนก็ไม่ค่อยอยากออกไปโรงพยาบาลได้เท่าไหร่ ส่วนตัวผมนั้นไม่ได้กลัวเรื่องการไปโรงพยาบาล เพียงแต่ว่าขี้เกียจไปโรงพยาบาล 5555 เนื่องจากต้องเดินทาง อีกอย่างบ้านเราอยู่ไกลจากโรงพยาบาล การใช้บริการนี้ก็ตอบโจทย์ชีวิตคนขี้เกียจแบบผมมาก ๆ

แต่อย่าลืมว่าบริการนี้ไม่เหมาะสมกับคนที่ต้องการการรักษาแบบเร่งด่วน อาการหนักรู้ตัวว่าจะไม่ไหวแล้วไม่ควรมาใช้บริการนี้นะครับ