บทความ: Thailand Global Competitive Advantage Thailand 4.0 and Industry 4.0 Revolution and Assessment

ประเด็นสำคัญจากการบรรยายของ วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมฯ หัวข้อ Thailand Global Competitive Advantage & Thailand 4.0 และดร.นฤกมล ภู่ขาว ผู้อำนวยการ IRDI หัวข้อ Industry 4.0 Revolution and Assessment ที่สร้างความเข้าใจที่มากขึ้นเรื่องทิศทางของอุตสาหกรรมไทย

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดบรรยายพิเศษโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ด้าน IT (NON DEGREE), RE SKILL- UP SKILL รุ่นที่ 2 ครั้งที่ 11 สำหรับหลักสูตรการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลและเข้าใจผู้บริโภคในเชิงลึก (Industries Transformation with Data Analytics and Consumer Insights) โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรพิเศษ 2 คน คือ วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บรรยายในหัวข้อ Thailand Global Competitive Advantage & Thailand 4.0 และดร.นฤกมล ภู่ขาว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม (IRDI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้พัฒนาและดูแล Industry 4.0 model ของสภาอุตสาหกรรมฯ บรรยายในหัวข้อ Industry 4.0 Revolution and Assessment

คุณวิบูลย์ เริ่มต้นบรรยายถึงเรื่อง เมกะเทรนด์โลก หรือแนวโน้มทิศทางของทั่วโลกที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมได้แก่ (1) ข้อมูลประชากร (2) วิกฤตเศรษฐกิจ (3) โลกาภิวัตน์ (4) การแบ่งปันความรับผิดชอบทั่วโลก(5) การเปลี่ยนแปลงของอากาศ (6) การผลิตสินค้าปริมาณมากแบบเฉพาะกลุ่ม (7) ความรู้ทางสังคมระดับโลก และ (8) พลวัตของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ICTระบบอุตสาหกรรมของประเทศไทย

จำเป็นต้องมีการพัฒนาในเรื่องของทรัพยากร เพื่อนำไปสู่ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value Based Economy) ทั้งนี้เพื่อยกระดับรายได้ของประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ตามนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งได้แนวคิดมาจาก Industry 4.0 ของประเทศเยอรมัน

สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยในตอนนี้ คือ (1) ติดกับดักรายได้ประชากรต่อหัวระดับปานกลางนานแล้ว (2) เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (3) มีอัตราการเติบโตประชากรต่ำและจะต่ำลงอีก (4) มีอัตราว่างงานต่ำมาก(5) การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ระดับลดลง (6) การพัฒนาเทคโนโลยีอยู่ระดับปานกลางมีการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีเป็นจำนวนมากทุกปี (7) ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระดับที่ 32/138 (WEF 2016-2017)
Industry 4.0 เป็นคำทีใช้เรียกแนวคิดในการนำเทคโนโลยีต่างๆ กับการบริหารจัดการการผลิตมาร่วมกันใช้งาน

โดยใช้หลักการของระบบ Cyber-Physical (CPS) ที่หมายถึง การสร้างมูลค่าเพิ่มหรือประโยชน์ให้กับกระบวนการดำเนินอุตสาหกรรมแบบผสมผสานระหว่างกระบวนการไซเบอร์กับกระบวนการดั้งเดิมเช่น การใช้ระบบอัตโนมัติหลอมรวมเข้ากับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของระบบอัตโนมัติและประมวลผลผ่าน IoT ตลอดห่วงโซ่คุณค่า หรือห่วงโซ่อุปทาน ให้ได้การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ลดการสูญเปล่า ลดต้นทุนการผลิต และสามารถส่งมอบสินค้าได้ในเวลาที่ลูกค้าต้องการ

เป้าหมายหลักของประเทศไทย 4.0

เป้าหมายหลักของประเทศไทย 4.0 คือ ก้าวสู่กลุ่มประเทศในโลกที่หนึ่ง หรือประเทศพัฒนาแล้ว ภายในปี พ.ศ.2575 โดยมีเป้าหมายหลักใหญ่ 3 ประการ คือ

(1) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ แยกย่อยออกเป็น การยกระดับขีดความสามารถด้าน R&D, สร้างคลัสเตอร์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม, บ่มเพาะผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์, พัฒนาวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม, พัฒนาทักษะและงานใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต, สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ

(2) กระจายรายได้ โอกาสและความมั่งคั่งอย่างเท่าเทียม แยกย่อยออกเป็น การยกระดับ Digital Skill, ICT Information และ Media Literacy, สร้างคลัสเตอร์เศรษฐกิจระดับกลุ่มจังหวัดและจังหวัด, พัฒนา Innovation Hubs ระดับภูมิภาค, สร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากในชุมชน, ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, ส่งเสริมและสนับสนุนให้ SMEs เข้มแข็งและแข่งขันได้ในเวทีโลก

(3) สังคมน่าอยู่ มี ระบบเศรษฐกิจที่สามารถปรับสภาพตามภูมิอากาศ แยกย่อยออกเป็น เน้นธุรกิจ การผลิต และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้พลังงานทดแทน พัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเมืองที่น่าอยู่ คำนึงถึงประโยชน์ที่ได้จากการลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งระบบ (Lost Advantage)

ส่งเสริมองค์กรเอกชน คิดดี ทำดี การพัฒนาสู่ความยั่งยืน (Toward sustainability) หมายถึง ผลิตอย่างไรไม่ให้เสีย Sustainability คือ การผลิตต้องให้เสียน้อยที่สุด ไม่ใช่เสียน้อยอย่างเดียว ต้องรักษ์โลกด้วย ส่วน Data Analytics คือ การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อนำมาช่วยในการตัดสินใจในการทำธุรกิจ สำหรับ Balance Scorecard เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ สามารถนำไปใช้ได้เกือบทุกอย่าง แม้แต่ในชีวิตประจำวันของเรา นักวิจัยจากมหาวิทยาฮาร์วาร์ด เขาศึกษาว่า องค์กรจะไปรอดหรือไม่รอด ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ Balance Scorecard มี 4 อย่าง คือ

(1) Learning & Growth ความสามารถในการเรียนรู้ของคนในองค์กร

(2) Internal Process ขจัดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน และต้องควบคุมความโปร่งใส

(3) Customers ลูกค้าพอใจหรือไม่ และ

(4) Finance ความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน และเงินทุนสำรอง

INDUSTRY 4.0 REVOLUTION AND ASSESSMENT

ดร.นฤกมล ภู่ขาว บรรยายในหัวข้อ Industry 4.0 revolution and Assessment ที่มาของการพัฒนาแบบประเมินตนเอง (Self-assessment) คือ (1) ประเทศไทยตื่นตัวกับ อุตสาหกรรม 4.0 ปี พ.ศ.2559 (2) ส.อ.ท. จัดทำแบบประเมินตนเอง ร่วมกับมหาวิทยามหิดล ดำเนินการสำรวจสถานประกอบการ จำนวน 150 กิจการ (ปี พ.ศ. 2559-2560) (3) กสอ. และ ส.อ.ท.

ได้ร่วมกันปรับปรุงแนวทางการจัดทำแบบประเมินตนเอง เป้าหมาย สำรวจ 1,500 กิจการ ปี พ.ศ.2561 เมื่อจำแนกตามขนาดของกิจการ คือ ขนาดใหญ่ 30%, ขนาดกลาง 35%, และขนาดเล็ก 35%

มิติและเป้าหมายของการประเมินศักยภาพสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิต

ผลการประเมินศักยภาพสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2.0 เกือบทุกมิติ ส่วนข้อจำกัด และแนวทางการพัฒนาต่อยอด การออกแบบ แบบประเมินตนเองในครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่อง ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินระดับศักยภาพของภาคธุรกิจได้อย่างครอบคลุม และครบถ้วน ในการนำดัชนีชุดนี้ไปใช้ในการทำแบบประเมินตนเอง

บทความ โดย ผศ.สุพล พรหมมาพันธุ์
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #ศรีปทุม #DEK64 #คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ #IT #บัณฑิตพันธุ์ใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ทางทีม Digitalmore ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง