สำหรับใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊คสำหรับเล่นเกม หรือทำงานกราฟฟิก เช่นตัดต่อคลิปเบาๆ ทำโปรแกรมกราฟฟิก แต่งภาพต่าง ๆ เรามีมาแนะนำ เป็นโน้ตบุ๊คจาก Asus ซีรีย์ VivoBook คล้าย ๆ กับ VivoBook S15 ที่เคยรีวิวให้ชมไป รุ่นที่ว่าก็คือ ASUS VivoBook A571 มาแนะนำ มีด้วยกัน 2 โมเดล ดังนี้

  • A571GT-AL198T ซีพียู I5-9300H แรม DDR4 8GB หน่วยความจำ 512G PCIe SSD+Optane 32GB การ์ดจอแยก GTX 1650 4GB จอ FHD 120HZ 15.6″ ราคา 27,990 บาท
  • A571GT-AL197T ซีพียู I7-9750H แรม DDR4 16GB หน่วยความจำ 512G PCIe SSD+Optane 32GB การ์ดจอแยก GTX 1650 4GB จอ FHD 120HZ 15.6″ ราคา 32,990 บาท

โดยรุ่นที่เราจะรีวิวให้ชมกันคือ VivoBook A571 (A571GT-AL197T) ซึ่งเป็นตัวท็อปที่มาพร้อมกับซีพียู Intel i7 เจนเนอเรชั่นที่ 9 (I7-9750H) กราฟิกการ์ดแบบแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมหน่วยความจำแรมสูงสุด 16GB และ Windows 10 Home เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิง การเล่นเกม และการตัดต่อวิดีโอ

สำรวจตัวเครื่อง

VivoBook A571 จอแสดงผลขอบบาง NanoEdge ที่มีขอบด้านข้างที่บางกว่า 7.4 มิลลิเมตร ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) แผงจอภาพเป็น IPS ที่มีอัตรารีเฟรชสูงถึง 120Hz ให้การตอบสนองที่เร็วขึ้น เหมาะกับการเล่นเกม ซึ่งจะมีอาการเบลอของภาพเคลื่อนไหวน้อยที่สุด และด้วยช่วงสี sRGB เต็ม 100% และมุมมองกว้างที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ชัดเจน ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สดใส สม่ำเสมอ

แม้ขอบหน้าจอจะบาง แต่ว่ายังคงมีกล้องหน้ามาให้ มี ASUS Splendid สำหรับปรับแต่งการแสดงผลของหน้าจอให้อยู่ในโหมดการแสดงผลที่ต้องการ โดยมี 2 โหมดการแสดงผลซึ่งคุณสามารถปรับแต่งได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว โหมดปกติ (Normal Mode) เหมาะสำหรับงานประจำวัน โหมดสดใส (Vivid Mode) ช่วยเพิ่มความคมชัดในการแสดงภาพและวิดีโอที่สวยงาม ช่วยให้สามารถปรับแต่งสีในแบบของคุณเองได้อย่างอิสระ

นอกจากนั้นยังมี ASUS Tru2Life Video ที่ปรับตั้งค่าการแสดงผลได้อย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสบายตาและสีที่เหมาะสมกับเนื้อหาทุกประเภท ปรับปรุงความคมชัดให้ภาพเคลื่อนไหวดีขึ้นกว่า 150% นำรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในที่มืดออกมาแสดง เพื่อให้ได้ความคมชัดสมจริงยิ่งขึ้น

มาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบ Full-size มีแป้นพิมพ์ตัวเลขมาให้ และเป็น Backlit keyboard สามารถปรับความสว่างของไฟได้เอง ช่วยให้สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ สามารถทำงานในสภาพแสงน้อย แป้นพิมพ์ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โครงสร้างแข็งแรงทนทาน และมีระยะกดเพียง 1.4 มิลลิเมตร เพื่อการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ที่สำคัญปุ่ม fn สามารถกดได้เลย โดยไม่ต้องกดปุ่ม fn ค้างไว้ ในทางกลับกันหากต้องการกดปุ่ม F1-F12 ต้องกดปุ่ม fn ก่อน

ตัว Touchpad มีขนาดความกว้างกำลังพอดี สัมผัสลื่นในระดับนึง มีเทคโนโลยี ASUS IceCool ทำให้ ASUS A571 สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่อาจจะทำให้เราใช้งานไม่สะดวกสบายจากความร้อนสะสมใต้ฝ่ามือระหว่างการใช้งาน ทำให้พื้นผิวที่เราวางฝ่ามือมีอุณหภูมิระหว่าง 28-35 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์

ตัวเครื่อง ASUS A571 ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพในการทำความเย็นและระบายความร้อนให้ได้มากที่สุดด้วยระบบระบายความร้อนโดยพัดลมคู่ประสิทธิภาพสูง ที่ใช้ท่อนำความร้อนจำนวน 2 ท่อ

เมื่อมีการใช้งานที่มากขึ้น ความร้อนเกิดขึ้น ระบบระบายความร้อนจะทำงาน ซึ่งมีข้อเสียคือเสียงพัดลมระบายความร้อนเสียงดังมาก หากเราต้องเปิดเสียงจากลำโพงของตัวเครื่อง รับรองว่าเสียงจะตีกันมึนแน่นอน

ตัวเครื่องน้ำหนัก 2.14 กิโลกรัม ขนาดตัวเครื่อง 359 x 248 x 21.9 mm รับประกัน 2 ปีจากผู้ผลิต รองรับ Wi-Fi 6 ความเร็วสูงระดับ 802.11ax ที่มีความเร็วกว่าเทคโนโลยีเก่าแบบ 802.11ac ถึง 3 เท่า เทคโนโลยี Bluetooth 5.0 ล่าสุดยังมอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมที่ความเร็วสูงแต่ประหยัดพลังงาน

port สำหรับเชื่อมต่อให้มาเพียงพอสำหรับใช้งาน ประกอบไปด้วย

  • USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง
  • USB 3.0 จำนวน 1 ช่อง
  • USB-C 3.1 Gen 1 จำนวน 1 ช่อง
  • Lan RJ45 จำนวน 1 ช่อง
  • HDMI จำนวน 1 ช่อง
  • SD card reader จำนวน 1 ช่อง SD/SDHC/SDXC แบบ 3-in-1
  • รองรับ Wi-Fi 6 (802.11ax) มีความเร็วกว่าเทคโนโลยีเก่าแบบ 802.11ac ถึง 3 เท่า

ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ PCIe SSD ความจุ 512GB พร้อมหน่วยความจำพิเศษ Intel Optane 32GB ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่เร็วขึ้นถึง 35% ทำให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นกับการมัลติทาสกิ้ง การโหลดแอปพลิเคชั่น และการบูตเครื่อง ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์เก็บข้อมูลระดับ SSD ให้สูงขึ้น

ในแง่การรับชมภาพยนตร์หรือคลิปต่างๆ สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว ตัวเครื่องมีลำโพง 2W มาให้ เป็น  Stereo Speakers พร้อมไมค์ และระบบเสียงที่มาพร้อมกับ Harman Kardon ให้เสียงแบบ Stereo เสียงดัง มีมิติ ความการออกแบบที่ตัวเครื่องยกสูงจากพื้นทำให้เวลาเปิดดังลำโพงเสียงดังมากๆ เสียงก็ไม่แตก

ทีมงาน ASUS Golden Ear ได้พัฒนาเทคโนโลยี ASUS SonicMaster รุ่นล่าสุด จากการผสมผสานประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมกับเทคโนโลยีเครื่องขยายเสียงอัจฉริยะที่มีการบิดเพี้ยนของคลื่นเสียงต่ำ ทำให้สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้ถึง 3.5 เท่า

มาพร้อมกับ Windows 10 Home ของแท้

VivoBook A571 มาพร้อมกับ Windows 10 Home 64-bit แบบ OEM ลิขสิทธิ์แท้จาก Microsoft ติดตั้งมาให้ในตัวเครื่อง เปิดเครื่องลงโปรแกรมนิดหน่อยพร้อมใช้งานได้เลย มีฟีเจอร์ครบครัว อัพเดท Windows 10 รุ่นใหม่ๆ ได้ด้วย (ถ้าให้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องเป็น Windows 10 Pro)

ด้วยสเปกความแรงระดับนี้ จึงทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากๆ  ไม่ว่าจะเป็นงานเบาๆ อย่างพิมพ์งานใช้ Word Excel  เปิดเว็บ ใช้ Google Chrome ก็ใช้งานได้ดีเยี่ยม หรืองานที่ใช้ประสิทธิภาพเครื่องขึ้นมานิดหน่อยอย่าง ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom Photoshop หรือ illustrator ก็ใช้งานได้ สำหรับใครที่ชอบถ่ายคลิป ก็สามารถใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้บนรุ่นนี้ได้ เพียงแต่ว่าคลิปที่ทำความยาวอาจจะได้แค่ระดับนึง ถ้าต้องเรนเดอร์หนักๆ ก็อาจจะใช้เวลานานขึ้นตามความหนักของคลิป

ด้วยที่ตัวเครื่องมีการ์ดจอแยกมา จึงทำให้สามารถเล่นเกมที่ใช้กราฟฟิกสูงได้ แต่ข้อความระวังคือ แม้จะเล่นได้ แต่ความร้อนก็มีเพิ่มขึ้นตามมา เสียงพัดลมก็ดังขึ้นมา หากต้องเล่นจริงๆ แนะนำว่าใส่หูฟัง เสียงพัดลมจะได้ไม่รบกวนเวลาเล่นเกม

ตัวแบตเตอรี่ขนาด 3-Cell 42 Wh อะเดปเตอร์ 19V (7.89 A, 150 W) พร้อมเทคโนโลยี ASUS Battery Health Charging ช่วยให้การชาร์จไฟปลอดภัยขั้น โดยการช่วยลดอัตราการขยายตัวของแบตเตอรี เพื่อช่วยทำให้แบตเตอรีทำงานเป็นปกติและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีให้ยาวนานขึ้น 3 เท่า

จกาที่ทดสอบพบว่าแบตเตอรี่หมดเร็วมาก ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่ส่งมาให้รีวิวแบตเสื่อมหรือเปล่า แม้จะชาร์จแบตเต็ม 100% ปิดเครื่องไว้ 2-3 วัน เปิดมาใช้งานแบตลดไปราวๆ 30-40% ซึ่งแปลกมาก และจากที่ทดสอบจากแบต 100% ใช้งาน 1 ชั่วโมงแบตลดเหลือ 20% ซึ่งลดไปเยอะมากๆ

มาพร้อมกับซีพียู Intel Core i7-9750H (6 Core 12 Threads) ความเร็ว 2.60GHz และ 4.50 GHz ในโหมด Turbo boost ชิพเซ็ต Intel HM370 Express ชิปกราฟิกที่มากับซีพียูเป็น Intel UHD Graphics 620 แรมให้มา 16GB LPDDR4 หน่วยความจำภายในเป็น 512GB PCIe Gen3 x2 SSD M.2

การ์ดจอออนบอร์ดเป็น Intel UHD Graphics 630 ที่ประมวลผลกราฟฟิกระดับกลางๆ ได้สบายๆ แต่มีความพิเศษอีกอย่างคือ รุ่นนี้มาพร้อมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 หน่วยความจำ 4GB GDDR5 ที่จะมาช่วยให้การเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้น ภาพความละเอียดกราฟฟิกได้สูงขึ้น และทำงานด้านกราฟฟิกได้ดีขึ้น และหน้าจอที่แสดงผลได้ 120Hz

ในส่วนของความร้อน จากการใช้งานในห้องแอร์ ที่เปิดแอร์ที่ 28 องศา ความร้อนของเครื่องขณะรันโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพ ธรรมดาความร้อนของซีพียูอยู่ที่ 45 องศา ถ้าเครื่องมีความร้อนถึงระดับนึง พัดลมระบายความร้อนจะทำงานเอง แต่ถ้าใช้งานหนักๆ ความ้อนก็จะเยอะขึ้น ส่วนความร้อนการ์ดจอตอนปกติก็อยู่ที่ 43 องศา ถ้าเล่นเกมก็ขึ้นไปถึง 78 องศา

ผลทดสอบด้วยโปรแกรมอื่นๆ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here