หากพูดถึงมือถือที่ฟีเจอร์ครบครัน สเปกดี ลูกเล่นเพียบ ต้องคิดถึงมือถือที่ราคาเกินหมื่นกันแน่นอน แต่ไม่ใช่กับ Huawei Y9 2019 เพราะรุ่นนี้อัดแน่นมาให้เพียบทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ FullView Display ขนาด 6.5 นิ้ว ชิปเซ็ต AI Kirin 710 รองรับ GPU Turbo ให้การประมวลผลกราฟิคแรงขึ้นเร็วขึ้น เล่มเกมได้ลื่นไหลขึ้น กล้องหน้าคู่ กล้องหลังคู่ มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ และปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนหน้า

Huawei Y9 2019 วางขายในไทยเป็นตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ในราคา 6,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ Midnight Black และ Sapphire Blue หาซื้อได้ที่ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สำรวจตัวเครื่อง

มาพร้อมหน้าจอ HUAWEI FullView Display (IPS LCD) แสดงผลเต็มหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ (1080 x 2340 pixels) สัดส่วนหน้าจอ 19.5:9 มีพื้นที่ให้ใช้นิ้วกดเล่นเกมได้อย่างสบาย ภาพสีสดแจ่มชัดแม้อยู่กลางแจ้งด้วยจอ อัตราส่วน 1500:1 ความละเอียดสูง

นอกจากนี้ยังมาพร้อม Eye Comfort Mode หรือฟังก์ชั่นถนอมสายตาซึ่งได้รับการรับรองคุณภาพโดย TÜV Rheinland ช่วยปรับสีของหน้าจอและลดระดับความสว่างให้เหมาะสม

รวมถึงช่วยลดแสงฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาและบรรเทาความตึงเครียดของดวงตาอีกด้วย จะดูซีรีส์มาราธอนขนาดไหนก็เอาอยู่

Huawei_Y92019_004

แม้จะมาพร้อมกับหน้าจอ 6.5 นิ้ว แต่ด้วยขอบหน้าจอบนและด้านล่างที่บางมาก ทำให้เป้นมือถือหน้าจอ 6.5 นิ้วที่ขนาดไม่ใหญ่อย่างที่คิด ถือใช้งานถือเดียวได้สะดวก พกพาง่าย

Huawei_Y92019_012

ด้านบนจะมีลำโพงสำปรับสนทนาและไฟแจ้งเตือนสถานะต่างๆ รอยบากด้านบนเป็นที่เกมกล้องหน้าคู่ ตัวกล้องหลักความละเอียด 16MP รูรับแสง F2.0 ตัวกล้องรองสำหรับเก็บภาพความลึก 2MP รูรับแสง F2.4 สามารถเซลฟี่สวยแม้ในที่แสงน้อย บันทึกวีดีโอที่ความละเอียด 1080p@30fps

ในอนาคตจะมีอัพเดทซอฟแวร์ผ่าน HOTA ให้สามารถถ่ายรูปสวยได้แม้ในที่แสงน้อยด้วยเทคโนโลยี AI ที่แสดงผลแบบ 3 มิติ สำหรับภาพถ่ายบุคคลจะเพิ่มแสงที่ให้ความมีนุ่มนวลมากขึ้น แสงเวที สีสันของผีเสื้อและหมวดหมู่อื่นๆ จะสวยขึ้นด้วยอัลกอริทึม เพื่อสร้างภาพให้มีคุณภาพสูงระดับสตูดิโอถ่ายภาพ

นอกจากนั้นยังรองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้า (Face unlock)ด้วย หลักการทำงานคือต้องกดปุ่มให้หน้าจอเปิดขึ้นมาก่อน แล้งจากเอามือถือให้ตรงกับใบหน้า จากที่ใช้งานมาพบว่าสแกนได้เร็ว เทียบเท่ามือถือเรือธงกันเลยทีเดียว อาจจะมีบางจังหวะที่สแกนช้า 1-2 วินาที แต่โดยรวมทำงานได้แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้นความสว่างเป็นสิ่งสำคัญ หากความสว่างไม่เพียงพอ ก็สแกนไม่ติด

Huawei_Y92019_002

ปุ่มควบคุมเป็นแบบสัมผัสรวมอยู่ในหน้าจอแสดงผล

Huawei_Y92019_003

ด้านล่างตัวเครื่องประกอบไปด้วยลำโพงตัวเครื่อง ช่องชาร์จแบตที่ยังคงเป็น micro USB 2.0 อยู่ ไม่ใช่ USB-C รูไมโครโฟสสำหรับสนทนา และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. โดยมาพร้อมกับระบบเสียงเซอร์ราวด์แบบ Histen 5.0 ช่วยจัดการความถี่เสียงให้คงเส้นคงวา เสียงดังฟังชัด

ความพิเศษคือไมโครโฟนทำงานร่วมกับระบบ AI จะคัดแยกเสียงและปรับเสียงสนทนาให้คมชัด บวกกับเทคโนโลยี NICAM ที่ปรับระดับความดังของเสียงให้เหมาะสม คุยได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด

Huawei_Y92019_005

ด้านบนตัวเครื่องเป็นไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

Huawei_Y92019_010

ด้านข้างตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ตัวเครื่องออกแบบมาให้ด้านข้างมีความโค้งมน รับกับมือ ทำให้ถือใช้งานได้สะดวกกว่ามือถือที่เป็นเหลี่ยม

Huawei_Y92019_011

อีกด้านเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด โดยรองรับ Nano SIM ทั้ง 2 ช่อง มีช่อง microSD แยกต่างหาก สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 400GB

Huawei_Y92019_009 Huawei_Y92019_013

กล้องหลังคู่ ตัวกล้องหลักความละเอียด 13MP รูรับแสง F1.8 ตัวกล้องรองสำหรับเก็บภาพความลึก 2MP รูรับแสง F2.4 สามารถเซลฟี่สวยแม้ในที่แสงน้อย บันทึกวีดีโอที่ความละเอียด 1080p@30fps

กล้องหลัง f/1.8 เพิ่มแสงได้มากถึง 50% สำหรับภาพที่มีแสงน้อย ทำงานควบคู่กับโหมดกลางคืนกับ AI ที่สามารถเปิดรับแสงได้นานถึง 6 วินาที เพื่อเก็บรายละเอียดภาพได้อย่างคมชัดแม้ในที่แสงน้อย

เสริมความเป็นช่างภาพมืออาชีพด้วยเทคโนโลยี AI อันชาญฉลาดที่ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ฉากหลังกว่า 500 แบบ และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 22 ประเภท เช่น ดอกไม้, ภาพบุคคลแบบกลุ่ม, อาหาร, แมว, สุนัข, สภาพอากาศ, พืช, บุคคล, กลางคืน เป็นต้น พร้อมปรับการตั้งค่าต่างๆ อัตโนมัติให้เหมาะสมกับวัตถุที่ถ่ายมากที่สุด เพื่อภาพสวยงามแบบไม่ต้องพยายาม

Huawei_Y92019_007

ตัวเซ็นเซอร์สแกนนิ้วทำงานได้ดีเลยทีเดียว สแกนเร็ว ไม่มีหน่วงเลย ถึงแม้จะไม่เร็วเท่ารุ่นแพงๆ แต่ถือว่าทำได้ดีมากๆ สามารถสแกนได้ทันที แม้หน้าจอจะปิดอยู่ แม้จะวางนิ้วไม่เต็มเซ็นเซอร์ก็สามารถสแกนได้

ส่วนแบตเตอรี่ให้มา 4000 mAh รองรับ GPS A-GPS, GLONASS, BDS ที่สำคัญตัวนี้รองรับ Wi-Fi ac ด้วย (Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct) และรองรับ Bluetooth 5.0, A2DP, LE

Huawei_Y92019_008

ซอฟท์แวร์

มาพร้อมกับ Android 8.1 (Oreo) และอินเตอร์เฟส EMUI 8.2 ตอบสนองได้ดี ใช้งานได้ลื่นไหล ในช่วงแรกพบว่ามีปัญหาเรื่องการใช้งานเล็กน้อย มีอาการหน่วงๆ บ้าง และลงแอพ Instagram ไม่ได้ แต่ตอนหลังทาง Huawei ปล่อยอัพเดทแก้ไขเรียบร้อย สามารถลง Instagram ใช้งานได้ และการใช้งานแอพทำได้ดีขึ้น สลับแอพไปมาได้เร็ว ไม่มีหน่วง

2018-11-19_10-21-11

ประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับชิป Hisilicon Kirin 710 (12 nm) Octa-core (4×2.2 GHz Cortex-A73 & 4×1.7 GHz Cortex-A53) ชิปกราฟฟิก Mali-G51 MP4 แรม 4GB หน่วยความจำ 64GB เพิ่ม microSD ได้ 400 GB

ตัวชิป Kirin 710 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบปฏิบัติการ single-core 75% และประสิทธิภาพ multi-core 68% เมื่อเทียบกับ Kirin 659 ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ 12 nm การใช้พลังงานของชิปเซ็ตจะลดลง 30% ด้วยเช่นกัน

สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย GPU Turbo และมอบประสบการณ์การเล่นเกมส์ได้อย่างทรงพลังด้วย GPU 1.3 เท่า

2018-11-19_10-20-55

เกม

ทดสอบเกมแรก ROV พบว่าเล่นเกมทำได้ดี หน้าจอตอบสนองการสัมผัสได้ดี ภาพสวย ตัวเกมลื่นในระดับนึง มีอาการหน่วงบ้างเล็กน้อย สัมผัสนืดๆเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ฟิลม์ที่ติดมากับเครื่องรีวิวหรือเปล่า โดยรวมถือว่าเล่นได้ไม่หน่วงจนน่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้ลื่นจนต้องชม

2018-11-19_10-22-09

เกมสอง PUBG Mobile เกมนี้ปรับภาพกราฟฟิกที่สมดุล และเฟรมเรทที่กลาง พบว่ามีอาการหน่วงๆให้เห็นอยุ่พอสมควร แต่ก็เล่นได้ คิดว่าถ้าปรับความละเอียดกราฟิกลง เฟรมเรทลงก็น่าจะเล่นได้ลื่นกว่านี้

2018-11-19_10-21-33 2018-11-19_10-21-24

เกมที่สาม Free Fire เกมนี้ปรับกราฟฟิกกราฟฟิกได้สูงสุด เฟรมเรทในระดับปกติ พบว่าตัวเกมทำงานได้ดี ส่วนตัวคิดว่าถ้าจะเล่นเกมแนวนี้ ตัวเกมที่เล่นควรจะลื่นกว่านี้ ไม่งั้นก็ยิงไม่ทันคนอื่น

2018-11-19_10-21-57 2018-11-19_10-21-45

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here